Wake up when the sun shines เช้าที่พระอาทิตย์ส่องแสง

0


ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ยาวขนานไปตามแนวกระจกบานเปลือยกว่า 10 เมตร ภายในวางเพียงเตียงนอนหันหน้าไปยังคอร์ตด้านทิศเหนือ ทุกเช้าในเวลา 7 โมง แสงอาทิตย์จะทำหน้าที่สาดแสงสีขาวนวล ส่องผ่านม่านสีขาวเข้ามาตกกระทบยังใบหน้า ปลุกให้ผู้อาศัยตื่นจากหลับใหลแทนเสียงของนาฬิกาปลุก และเมื่อผ้าม่านถูกรูดเปิดออกเบื้องหน้าเผยให้เห็นสีเขียวของต้นไม้สูงชลูดรับหน้าที่เป็นดั่งม่านเลเยอร์สอง และทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของห้องนอน อันเป็นหัวใจหลักของบ้านหลังนี้ ผู้ออกแบบคือคุณโจ้พัชระ วงศ์บุญสิน และคุณนิ้ม อรณิชา ดุริยะประพันธ์ สองสถาปนิกแห่งบริษัท POAR  และทั้งคู่ยังเป็นเจ้าของบ้านอีกด้วย


บ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ตั้งอยู่บนที่ดินผืนใหม่ ที่ได้ซื้อติดกับบ้านหลังเดิมของคุณนิ้ม ซึ่งอยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันสามารถเดินเชื่อมกันได้ระหว่างบ้านของคุณพ่อคุณแม่ของเธอ และเนื่องจากทั้งสองเป็นสถาปนิกทั้งคู่ จึงทำให้บ้านหลังนี้ใช้เวลาในการออกแบบนานกว่า 4 ปี เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกด้าน

คุณโจ้ เชื้อเชิญให้เรานั่งพูดคุยกันบริเวณคอร์ตสวนกลางบ้าน รับแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้า ที่สาดแสงลดหลั่นผ่านเงาไม้ลงมาอย่างมีมิติ ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะเล่าคอนเซ็ปต์ของบ้านหลังนี้ให้เราฟังว่า “ผมมองว่าภาพลักษณ์ของบ้านอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะในชีวิตประจำวันของเราเป็นสถาปนิกทั้งคู่ และเป็นเจ้าของบริษัทเองด้วย ก็หันกลับมามองว่าเราตื่นกี่โมง กลับบ้านกี่โมง เราออกจากบ้าน 10 โมงเช้า กลับมาบ้าน 2 ทุ่ม ห้องที่ใช้งานมากที่สุดก็คือห้องนอน ฉะนั้นเราก็มาคิดต่อว่า ตื่นมาแล้วอยากมองเห็นสิ่งใดเป็นอันดับแรก คือคิดทุกอิริยาบถ ตั้งแต่เข้านอนจนตื่นนอน เราอยากออกแบบให้ทุกซอกทุกมุมของบ้านมาจากจากใช้งานของเราอย่างแท้จริง”


ด้วยรูปทรงอาคารที่มีเอกลักษณ์ ผสานเข้ากับโครงสร้างของคานเหล็กที่เป็นดั่งกรอบรับกับพื้นที่สีเขียว ซึ่งเว้นให้ธรรมชาติกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่บ้านทั้งหมด เสริมให้การพักผ่อนเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกับตัวอาคารอย่างไม่เคอะเขิน พร้อมเพิ่มลูกเล่นความแปลกตาด้วยการออกแบบจมูกอาคารยื่นยาวออกมา เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ

ความน่าสนใจของบ้านหลังนี้ต้องยกให้ห้องนอน ที่ถูกออกแบบให้กว้างถึง  3 เมตร และยาวกว่า 10 เมตร เปิดโล่งผ่านบานกระจกใส หันเตียงเข้าหาสีเขียวของธรรมชาติ สำคัญรองลงมาก็คงต้องยกให้ห้องน้ำ ที่ดึงความเป็นธรรมชาติผ่านแผงบังแดดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ

“สิ่งที่สำคัญพอๆ กับการนอนนั้นคือการตื่นนอน” ทุกเช้าที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้งด้วยแสงอาทิตย์ สิ่งแรกที่ทั้งคู่จะมองเห็นคือสีเขียวของธรรมชาติ นับเป็นความสมดุลระหว่างกับต้นไม้และคอนกรีตได้น่าสนใจแม้จะอยู่กลางเมืองก็ตาม สถานที่แห่งนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่ถูกวางแผนผ่านกระบวนการคิดจนสามารถตอบโจทย์ความเป็นบ้านที่มีชีวิตอย่างแท้จริง



Recommend

“ผมอยากให้ทุกเช้าที่ลืมตาตื่นมองออกไปเห็นสีเขียวของธรรมชาติ เพราะเราเป็นสถาปนิกพอเริ่มทำงาน ทัศคติที่มีต่อการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอนแรกเราอยากได้บ้านขนาดเล็กๆ ห้องนอนไม่ต้องใหญ่มาก แค่เน้นความมีระเบียบในการใช้ชีวิตก็พอ แต่พอมีโอกาสได้สัมผัสความรู้สึกของการถูกปลุกด้วยพระอาทิตย์ ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่นไปกับสีเขียวของต้นไม้ ผมจึงอยากให้บ้านมีควอลิตี้แบบนั้น ก็เลยกลับมาออกแบบบ้านใหม่ โดยวางห้องนอนอยู่ทางทิศเหนือ ในทุก 6 โมงเช้า ท้องทั้งห้องจะเริ่มเป็นสีฟ้า จากนั้นประมาณ 7 โมง ผ้าม่านก็จะขาวโพลนไปทั้งห้อง เราก็จะเริ่มรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง”

Budget

ค่าก่อสร้าง 7,500,000 บาท

ตกแต่งภายใน 1,000,000 บาท

จัดสวน 500,000 บาท

รวม 9,000,000  บาท


Host & Architect : คุณพัชระ วงศ์บุญสิน และคุณอรณิชา ดุริยะประพันธ์

สถาปนิกบริษัท พอ สถาปัตย์ จำกัด (POAR)