Truth Beauty Nature ความงามในความจริง

0

“ความงามของสถาปัตยกรรมที่เผยให้เห็นเนื้อแท้แห่งสัจจะวัสดุ อัตลักษณ์แห่งตัวตนในการสร้างผลงานของทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) สถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ทุกชิ้นงานของเขาล้วนสัมพันธ์สอดคล้องกับวิธีคิดในรากวัฒนธรรมญี่ปุ่น คือคำว่า วะบิ – ซะบิ ซึ่งหมายถึงความงามของสรรพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ กระทั่งร่องรอยของกาลเวลาที่เผยให้เห็นความงามในความไม่จีรัง”

จากแนวคิดนี้ผู้เขียนยิ่งเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อมีโอกาสได้มาเยือนโฮมออฟฟิศ ภายใต้ชื่อบริษัท มินิมี แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ที่เจ้าของและสถาปนิกผู้ออกแบบได้ดึงเอาความไม่สมบูรณ์ของของเนื้อแท้แห่งวัสดุ เป็นแนวคิดหลักของงานออกแบบ โดยอาคารหลังนี้ซ่อนตัวอยู่สุดซอยลาดพร้าว 15 เจ้าของคือคุณตุ้ย โกญจนาท โขมศิริ และคุณรุ่ง รุ่งพร มีศิลป์


ภาพความจอแจวุ่นวายใจกลางเมือง ถูกเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเราก้าวพ้นผ่านกำแพงอิฐสีดำ ทำหน้าที่ปิดกั้นโลกภายนอกระหว่างความเป็นเมืองที่วุ่นวายกับความสุขภายในบ้านได้อย่างน่าทึ่ง ความร่มรื่นของต้นนางกวักสูงใหญ่กว่า 3 ต้น แผ่กิ่งก้านปกคลุมให้ร่มเงา เสียงนกร้องเป็นระยะ กระรอกตัวน้อยที่พากันวิ่งไปตามกิ่งก้านและลำต้น จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีบรรยากาศเช่นนี้ให้เห็นใจกลางเมือง เจ้าของบ้านต้นรับเราด้วยกาแฟดำส่งกลิ่นกรุ่น ก่อนที่คุณตุ้ยจะเล่าย้อนถึงเรื่องราวของบ้านให้เราฟังว่า

“แต่เดิมบริษัทฯ เราตั้งอยู่หน้าปากซอยทางเข้า ซึ่งตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความคับแคบ จึงมีความคิดที่อยากจะขยับขยาย จนวันหนึ่งผมกับคุณรุ่งปั่นจักรยานมาเล่นภายในซอยนี้ ก็เลี้ยวมาเจอบ้านหลังนี้เข้า เห็นครั้งแรกก็รู้สึกชอบประตูเพราะเป็นไม้ที่สวย ทีแรกเราเพียงอยากได้ประตูแบบนี้โดยที่ยังไม่คิดจะซื้อ จนเมื่อทราบว่าเจ้าของเดิมซึ่งอยู่ในแวดวงโฆษณาเหมือนกัน เขาประกาศขายจึงได้ตั้งสินใจซื้อไว้ จากโครงสร้างบ้านหลังเดิมลักษณะสองชั้นที่เก่ามาก เราจึงคิดที่จะทุบทิ้งและสร้างใหม่  ตอนนั้นผมก็ได้คุยกับคุณรุ่งว่าอยากให้บ้านกับออฟฟิศตั้งอยู่ที่เดียวกัน”

ในระหว่างนั้นบังเอิญว่าคุณตุ้ยมีเพื่อนที่รู้จักกับคุณหนึ่ง ภานุพล ศีลแดนจันทน์ สถาปนิกบริษัท Inchantree Architect จึงได้มีการติดต่อพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกันจนลงตัว ด้วยโจทย์ความต้องการของผู้เป็นเจ้าของที่อยากให้บ้านและออฟฟิศอยู่ที่เดียวกัน พร้อมทั้งมีสวนขนาดย่อมและลานกิจกรรมเพื่อให้พนักงานได้รีแล็กซ์ ด้วยบนที่ดินเพียง 67 ตารางวา สถาปนิกจึงต้องทำการบ้านอย่างหนัก จนตีโจทย์ความต้องการดังกล่าวออกมาภายใต้แนวคิดความสุขต้องอยู่ในบ้าน


สถาปนิกได้ออกแบบโครงสร้างหลักคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมที่โชว์ให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก อิฐ กระจก และไม้ ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา ขัดแย้งแปลกตาจากบริบทรอบข้างอย่างสิ้นเชิง เมื่อกิจกรรมทั้งหมดต้องอยู่ภายในบ้าน จึงต้องมีความเป็นส่วนตัวสูง ผนังอาคารส่วนที่หันหน้าออกสู่ถนนจึงถูกปิดทับด้วยฟาซาดระแนงเหล็กสีดำ กอปรกับรั่วกำแพงอิฐสีดำที่เข้ามาช่วยบดบังพื้นที่ด้านล่าง เมื่อเข้าสู่ภายในจากทางเดินที่ถูกบีบให้เล็กตามลักษณะแปลน ก่อนจะพาไปสู่พื้นที่สวนด้านข้าง คอร์ตยาร์ดขนาดเล็กที่ Urban House ขาดไม่ได้ ส่วนนี้โปร่งโล่งด้วยใต้ถุนตามแบบเรือนไทย เป็นส่วนที่ให้พนักงานได้ใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน

เมื่อขึ้นสู่ชั้น 1 และชั้น 2  ถูกจัดสรรให้เป็นออฟฟิศ ขณะที่ชั้น 3 จัดสรรให้เป็นส่วนที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้าน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นไม้และเหล็ก บางชิ้นได้สั่งทำขึ้นใหม่ และบางชิ้นก็เป็นของชิ้นเก่าจากบ้านคุณแม่ของคุณรุ่ง ที่ซื้อไว้หลายสิบปี ถูกนำมาจัดวางในรูปแบบมิกซ์แอนด์แมทช์ตามการใช้งานและความเหมาะสม คุณตุ้ยเล่าเสริมว่า “ผมชอบในแก่นแท้ของวัสดุ ผมคิดว่าสีสันเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย อย่างคุณหนึ่งเขาก็ชอบสถาปนิกคนเดียวกับเรานั่นคืออันโดะ ชอบแนวคิดตามแบบวะบิ – ซะบิ ที่ตรงกับเราทุกอย่าง ฉะนั้นเนื้อแท้ของวัสดุเป็นมายังไง เราก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นโดยที่ไม่ลุกขึ้นไปปรุงแต่งใดๆ”

การได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ ทำให้ผู้เขียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ของความงามในความจริง ตามหลักคิด วะบิ – ซะบิ ที่ได้เล่าไปข้างต้น ร่องรอยของวัสดุที่โชว์ให้เห็นถึงแก่นแท้ไม่ว่าจะเรียบ หรือด้าน หรือเนื้อไม้ที่โดดแสงแดดเลียจนซีดจาง ก็สวยงามในแบบที่เป็น กระทั้งความดิบกระด้างของเหล็กสีดำแซมสนิมก็ตาม หากมองให้ลึก ใช้ความรู้สึกสัมผัส จะพบว่าเหล่านี้คือเสน่ห์งามตามธรรมชาติ เป็นดั่งศิลปะที่เติมเต็มให้บ้านหลังนี้ดูสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง


Host : คุณโกญจนาท โขมศิริ และคุณรุ่งพร มีศิลป์

Architect : คุณภานุพล  ศีลแดนจันทร์ บริษัท Inchantree Architect โทร.08-9981-5550