หน้าแรก แท็ก ไอเดียรีโนเวท

แท็ก: ไอเดียรีโนเวท

รีโนเวทบ้านไม้ ที่ทั้งเก่าและโดนปลวกแทะ! ผลงานสถาปนิกหนุ่ม ที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถ กลับมาปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่อีกครั้ง บ้านไม้หลังเก่า ที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เล็กจนโต กระทั่ง คุณติ๊ก อดิศักดิ์ โพธิ์แก้ว ผู้เป็นเจ้าของต้องจากบ้านเพื่อไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ บ้านหลังนี้ก็ไม่มีผู้อยู่อาศัยและดูแลเป็นระยะเวลานาน แม้ชายหนุ่มจะกลับมาเยี่ยมบ้านในทุกปีก็ตาม ทว่าบ้านที่สร้างมาหลายสิบปี เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่าน สภาพก็เริ่มเก่าและทรุดโทรมไปตามอายุ และด้วยความที่เขาเรียนด้านสถาปัตย์ เมื่อเห็นสภาพบ้านที่ไม่น่าอยู่ ก็อยากปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น จึงเริ่มมีความคิดตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่า หากเรียนจบได้ทำงาน จะใช้ความรู้ความสามารถที่มี กลับมาทำให้บ้านหลังนี้น่าอยู่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งให้ได้ จนช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา คุณติ๊กได้เริ่มวางแผนปรับปรุงส่วนที่เริ่มผุพังบ้างส่วน โดยเริ่มรื้อในส่วนที่เป็นงานไม้ก่อน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ปลูกสร้างมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แต่พอยิ่งรื้อชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกว่างานเริ่มหนัก และแน่นอนบ้านไม้ที่ไม่มีคนอยู่ประจำ ปลวกคือปัญหาที่มาคู่กัน ทำให้โครงสร้างชั้น 2 เหลือไม้ที่ใช้ได้เพียงแค่ 70% เท่านั้น เขาจึงนำไม้ที่มีมาปรับใช้ให้ได้มากที่สุด โดยได้ทำการคัดแยกไม้ ให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท เมื่อบ้านเหลือแค่เสา คุณติ๊กจึงต้องออกแบบบ้านใหม่ จากเดิมที่คิดว่าจะรื้อออกแค่โครง แล้วเปลี่ยนวัสดุบางส่วน เพื่อที่จะยืดระยะเวลาการใช้งานของโครงสร้างบ้าน แต่พอรื้อออกมากลับเจอปัญหาเรื่องปลวก และโครงสร้างบ้างส่วนที่ใช้งานไม่ได้ ชายหนุ่มจึงต้องเปลี่ยนดีไซน์ ปรับโครงสร้าง ให้บ้านมีรูปทรงที่โมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายของบ้านหลังเก่า...
ห้องแถวเก่าทรุดโทรม เปลี่ยนลุคสู่บ้านมินิมอลชั้นครึ่ง สุดปังในงบประหยัด! ภาพของห้องแถวไม้เก่าผุพังที่ชำรุดไปตามกาลเวลา ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 30 ปี จนเมื่อเจ้าของคือกิตติวัฒน์ ตันฑสุกิจวณิช ได้ย้ายจากกรุงเทพฯ กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงเริ่มมีความคิดที่อยากทำบ้านไว้ให้ลูกสาว พร้อมทั้งใช้ชีวิตอยู่ในบั้นปลายชีวิตกับครอบครัว นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของบ้านสีขาวชั้นครึ่งสไตล์มินิมอลหลังนี้ จากสภาพของบ้านที่ดูเก่าทรุดโทรมไม่น่าอยู่ เกิดเป็นความคิดเริ่มแรกให้ชายหนุ่มอยากรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ แต่เมื่อได้ทำการสำรวจดูแล้วพบว่าโครงสร้างเดิมที่เป็นไม้ประดู่กว่า 90% ยังคงแข็งแรงดีอยู่ ในส่วนที่ชำรุดหนักคือหลังคาสังกะสีมีรอยรั่ว ผนังไม้ผุพังเป็นรูโหว่ คุณกิตติวัฒน์ จึงกลับมาคิดว่าหากรีโนเวทน่าจะประหยัดงบกว่ามาก ประกอบกับที่เขาเคยได้ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นแนวลอฟต์ไว้บ้างแล้ว จึงตัดสินใจซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหาย โดยยังไม่ได้คิดอะไรมากในช่วงแรก ทั้งนี้คุณกิตติวัฒน์ ก็ได้เล่าถึงปัญหาที่พบหน้างานว่า  “บ้านผมอยู่ในอำเภอชนบท ไม่มีผู้รับเหมาที่มีชื่อ จึงต้องใช้ช่างทั่วไป ในพื้นที่ ที่ยากไปกว่านั้นคือหากไประบุว่าสไตล์มินิมอล หรือสไตล์ลอฟต์ แน่นอนว่าช่างจะไม่รู้จัก และนึกภาพไม่ออก ผลงานที่ออกมาจึงไม่ค่อยตรงกับใจเรา ผมเลยให้พี่เขย เข้ามาช่วยสานต่อความต้องการ ด้วยการขึ้นแบบ 3D ตามแบบในหัวเรา เพื่อให้ช่างเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น” ชายหนุ่มได้อธิบายทีละขั้นตอนว่า ได้เริ่มจากเคลียร์พื้นที่เดิมให้โล่ง โดยการถอนต้นไม้ ถางหญ้ารกให้โล่ง เพื่อเทปูนบริเวณพื้นที่รอบนอก ตามด้วยงานหลังคา จากความตั้งใจแรกนั้นเขาอยากปูกระเบื้อง แต่ด้วยโครงสร้างเดิมที่ดูแล้วคงไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักกระเบื้องไหว เขาจึงเลือกใช้เมทัลชีท (PU...
Baan Prachachuen เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์หลังเก่า เป็นทั้งบ้านและสตูดิโอออกแบบ Rakchai Architects จากทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่มีอายุ 30 กว่าปี ของครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกันมานาน จนเกิดปัญหาชำรุดเสียหาย ยิ่งนานวันผู้อาศัยยิ่งรู้สึกถึงความอึดอัดทึบตัน ก่อนจะตัดสินใจรีโนเวทปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของครอบครัว และต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเปิดเป็นสตูดิโอออกแบบขนาดเล็ก สู่ “บ้านประชาชื่น” เจ้าของและสถาปนิกผู้ออกแบบคือคุณนัท รักษ์ชัย นรธีร์ดิลก ชายหนุ่มเล่าให้เราฟังว่า "บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านประชาชื่น เป็นบ้านของครอบครัว ที่อาศัยอยู่กันมานานเกือบ 20 ปี โดยมีสมาชิกทั้งหมด 6 คน เดิมทีเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ซึ่งโครงสร้างเดิมเป็นของการเคหะ หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน ด้วยความที่คุณพ่อเองท่านก็เป็นสถาปนิก ก็ได้ทำการรีโนเวทปรับปรุงซ่อมแซมไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัด จึงยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานเต็ม 100% นัก โดยช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บ้านที่อาศัยอยู่มานานก็เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมจากพื้นด้านล่าง เนื่องจากถนนหน้าบ้านถูกถมสูงขึ้นจากปกติ รวมไปถึงปัญหารางน้ำกลางบ้านที่ซึมจากหลังบ้าน อีกหนึ่งปัญหาสุดคลาสสิกที่อาจพบได้ทั่วไป" คุณนัทเล่าต่อว่า “เมื่อสมาชิกในครอบครัวเริ่มเติบโตและเรียนจบ จึงได้มีการปรึกษาพูดคุยตกผลึกร่วมกัน...
Haru House แต่งบ้านให้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในคาเฟ่ทุกวัน จากธุรกิจบ้านเช่าที่ทำอยู่หลายปี ต่อยอดสู่ธุรกิจรีโนเวทบ้านขาย เจ้าของคือคุณปัน จากเพจ บ้าน MUJI Minimal Style by Sissay Group ที่โด่งดังในโลกโซเชียล กับแบบบ้าน MINIMAL & MIJI กลิ่นอายคาเฟ่ ที่ได้รับการแชร์อย่างล้นหลาม หญิงสาวเล่าว่า บ้านหลังแรก ที่เข้ามาจับธุรกิจรีโนเวทบ้านขาย คือ Hana House ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ต้องการจับกระแสไลฟ์สไตล์คาเฟ่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่นยุคใหม่ที่หลงใหลการไปนั่งชิลล์ตามคาเฟ่ คุณปันเล่าต่อว่า ในช่วงที่เกิดโควิด หลายคนพยายามจะเฟตตัวเองจากคอนโดมาอยู่บ้าน แต่การที่จะซื้อบ้านราคาแพงแต่อยู่นอกเมือง หรือกลางเมือง ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หากขยับเข้ามาในเมืองราคาก็จะสูงขึ้น เธอจึงมองว่าหากเป็นบ้านมือสอง ที่นำมารีโนเวทแปลงโฉมใหม่ ให้คนได้อยู่ในเมืองพร้อมราคาที่ไม่แพงมาก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จับต้องได้จริง สำหรับคอนเซ็ปต์ในการรีโนเวทบ้านแต่ละหลังนั้น หญิงสาวได้บอกกับเราว่า “ด้วยความที่ชอบไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ทุกปี จึงเกิดความคลั่งไคล้หลงใหลในความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น อบอุ่นในแบบมินิมอลมูจิ ซึมซับเรื่อยมาโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นว่าเมื่อเราไปคาเฟ่โทนสีขาวคลีนๆ อบอุ่นด้วยงานไม้ ก็จะรู้สึกอินมาก ซึ่งเพื่อนเราเองก็เป็นสายคาเฟ่เช่นกัน ก็พากันไปทุกวันหยุด...
Central: The Original Store  เล่าเท้าความย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 73 ปีก่อน ครอบครัวสกุลเจ็ง ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากมณฑลไหหลำ ประเทศจีน มายังประเทศสยาม ตั้งรกรากอยู่ในอำเภอบางขุนเทียน เปิดร้านขายของชำ จำหน่ายเสื้อผ้าอาภรณ์ ข้าวของเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด รวมไปถึงกาแฟ อาหารตามสั่ง และยังเปิดเป็นร้านทำผม บนพื้นที่เพียง 50 ตารางเมตร จากจุดเริ่มต้นทำธุรกิจค้าปลีกในวันนั้น เกือบสองทศวรรษต่อมาก็ได้ขยับขยายเติบโตเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภายใต้การดูแลของคุณเตียง และคุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ โดยในปี พ.ศ. 2490 สองพ่อลูก ได้จดทะเบียนก่อตั้ง “เซ็นทรัล เทรดดิ้ง” เพื่อนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่าย ผ่านมา 3 ปี เขาก็ได้ซื้อตึกเลขที่ 1266 บนถนนเจริญกรุง ก่อร่างปูเส้นทางสู่ เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์ เรียกได้ว่าเป็นสินทรัพย์ชิ้นแรกของครอบครัวจิราธิวัฒน์ เลยก็ว่าได้ เรื่อยมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน บ้านเลขที่ 1266 ได้รับการรีโนเวตให้กลับมามีชีวาอีกครั้ง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวจิราธิวัฒน์...
TOOKPAK สนุกกับสีสัน อร่อยจัดจ้านกับรสชาติอาหาร ชาวจังหวัดลำปางเป็นต้องคุ้นลิ้นกันเป็นอย่างดีกับ ร้านอาหารไทยขึ้นชื่ออันดับหนึ่งอย่าง “ถูกปาก/TOOKPAK” ที่การันตีด้วยรางวัล Trip Advisor Awards 2 ปีซ้อน ตำนานความอร่อยจากเมืองรถม้าปัจจุบันได้ขยับขยายสู่โครงการ Stadium One ทำเลใจกลางเมือง ส่งตรงให้คนกรุงได้ลิ้มรสเมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิมจากรสมือแม่ที่เคยคุ้น TOOKPAK เกิดขึ้นจากความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่เป็นหุ้นส่วนกันสามคน ได้มอบโจทย์ให้สถาปนิกจาก Arti Architect เข้ามาสานต่อความต้องการ และสร้างสรรค์ผลงานผ่านคาแรคเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างตอบโจทย์และตรงใจ สถาปนิกได้บอกเล่าไว้ว่า “ด้วยความที่ผู้เป็นเจ้าของเป็นสุภาพสตรีทั้ง 3 ท่าน และมีบุคลิกที่อ่อนน้อมต่อผู้มาเยือน กับการต้อนรับที่อบอุ่นเป็นกันเองเสมือนคนในครอบครัว และยังใส่ใจอาหารทุกจานที่ทำในทุกขึ้นตอน” “ทำให้สถาปนิกมองเห็นความอ่อนน้อมเป็นเส้นโค้งที่มีความเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่มีความจัดจ้านถึงขั้นที่เรียกว่าแซ่บ จากภายในของผู้เป็นเจ้าของ จึงนำมาสู่การออกแบบโครงสร้างภายนอก ที่เล่นกับเส้นสายความโค้งไหวเป็นจังหวะเว้าสม่ำเสมอ และเพิ่มความเซ็กซี่ในแบบผู้หญิงด้วยเหล็กเจาะรู ที่แม้จะดูปกปิดแต่นัยก็คล้ายว่าจะเปิดเผย” นั่นจึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์การออกแบบร้านขึ้น TOOKPAK ได้รับการรีโนเวทจากตึกแถว 2 คูหา เมื่อมองจากภายนอก กลับเห็นถึงเส้นสายความเรียบง่าย ที่แอบเซ็กซี่เล็กน้อยด้วยโทนสีขาวของฟาซาดเหล็กเจาะรู ถูกนำมาดัดให้มีความโค้งเว้า สร้างมิติให้งานออกแบบได้อย่างมีเอกลักษณ์ ก่อนจะผ่านบานประตูเข้ามาสู่ภายใน สเปซที่ซ่อนไว้ซึ่งความจัดจ้านไม่ต่างจากรสชาติอาหาร ผ่านความชิคของลวดลายกราฟิกสีสันสุดสนุกบนผนังได้อย่างมีลูกเล่นน่าสนใจ นอกจากจะหยิบสีสันที่สะท้อนถึงความแซ่บซี้ดจัดจ้านแล้ว ยังสื่อถึงไลฟ์สไตล์ตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน...
บ้านไม้เก่า 2 หลัง อายุมากกว่า 50 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย กับสภาพอาคารที่ทั้งเก่า และชำรุดทรุดโทรมไม่ต่างจากบ้านร้างชวนขนลุก ก่อนจะได้รับการปลุกชีวิตให้พื้นที่อีกครั้ง สร้างสรรค์สู่ Tamarind Bistro and Music House คาเฟ่ ร้านอาหาร และ Music House ที่ดึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ รองรับการพักผ่อนในช่วงเวลาที่ต่างกันออกไป เจ้าของคือ คุณชนกานต์ ห้อยยี่ภู่ ผ่านการออกแบบของทีมสถาปนิกจาก BodinChapa Architects ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างที่ค่อนข้างจำกัด จึงต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด นั้นจึงเป็นโจทย์ความท้าทายของสถาปนิก ซึ่งต้องเปลี่ยนภาพบ้านร้างอันคุ้นชินตาของผู้คนในระแวกนั้น ให้กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์รองกิจกรรมอันหลากหลาย ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ที่ผสมผสานวัสดุสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน ไม่รู้สึกแปลกแยกแม้แต่น้อย เมื่อได้รับโจทย์จากผู้เป็นเจ้าของ สถาปนิกจึงได้ทำการสำรวจสภาพอาคารหลังเดิม และพยายามตีโจทย์ด้วยการดึงเอกลักษณ์ของพื้นที่เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ โดยยังคงเก็บรักษากรอบโครงสร้างเดิมของบ้านไม้หลังเก่าไว้ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านเป็นพุ่มสวยงามให้ร่มเงาอยู่ทั่วบริเวณผู้ออกแบบจึงได้พยายามเชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอก เพื่อลดความทึบตันของสเปซภายใน และใช้เอฟเฟกต์ที่เกิดจากต้นไม้ในรูปแบบต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบได้อย่างน่าสนใจ แม้ตัวบ้านจะได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่โครงสร้างของอาคารยังคงรูปแบบเดิมตามวัตถุประสงค์หลัก ขั้นแรกสถาปนิกได้ถอดผนังช่วงบนของบ้านออกแล้วเก็บโครงคร่าวไม้ไว้ จากเดิมที่เป็นผนังไม้ตีปิดทึบ ทำให้เกิดความทึบตัน ได้ถูกแทนที่ด้วยแผ่นโพลีคาร์บอเนตสีใส นำมาตัดขนาดเท่าหน้าไม้เดิม...
BO TREE อบอุ่น คุ้นลิ้น ในบ้านหลังเก่า หลายคนเคยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  A Little While  ร้านอาหารกลางสวนสวยบนถนนประเสริฐมนูกิจ ปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น BO TREE และย้ายมาตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 32 เจ้าของคือคุณณัฐลดา กีรติโกศล ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารไทยสไตล์ฟิวชันจากรสมือแม่ ซึ่งเดิมทีคุณพ่อคุณแม่ของเธอเปิดร้านอาหารไทยโบราณชื่อ “ต้นโพธิ์” ในย่านท่าพระอาทิตย์ เมื่อประมาณ 30 – 40 ปีที่แล้ว เมื่อคุณพ่อเสียร้านต้นโพธิ์ก็ได้ปิดตัวลง แต่ด้วยความที่ครอบครัวรักและมีฝีมือการทำอาหารเป็นทุนเดิม จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านอีกครั้งโดยยังคงใช้ชื่อเดิมคือ “ต้นโพธิ์” แต่เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแทนจึงเป็นที่มาของชื่อ "BO TREE" นั่นเอง โดยได้คุณศิริวิทย์ ริ้วบํารุง จาก Little Tree garden ซึ่งเป็นญาติกัน เข้ามาช่วยดูแลออกแบบแต่งร้านและแต่งสวนให้จากบ้านหลังเก่าอายุกว่า 60 ปี ได้ถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่อีกครั้งสู่คาเฟ่และร้านอาหารสไตล์มินิมอลโทนสีขาวสะอาดตา ตัดด้วยสีเขียวของพรรณไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นต้นองุ่นทะเล หูกระต่าย กระบองเพชร เฟิร์นขณะเดียวกันทางเดินในสวนโรยด้วยหินกรวดแม่น้ำ ไม่เพียงแค่ความสวยงามแต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น...
OOObkk (โอโอโอ บีเคเค) ดิบเท่แต่อบอุ่น OOOBKK คาเฟ่น้องใหม่สไตล์ลอฟท์ย่านทาวน์อินทาวน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมในโซเซียลในขณะนี้ สำหรับ OOO อ่านตรงตัวว่า โอโอโอ มาจากชื่อ One Ounce for Onion ในซอยเอกมัย 12 เจ้าของคือคุณนิโรธา วีรธรรมพูลสวัสดิ์ ได้ Collab กับ EspressoMan Supply ซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวกับธุรกิจกาแฟครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงและเมล็ดกาแฟ ที่ตั้งอยู่ข้างกันนั้น เกิดเป็นร้านใหม่ภายใต้ชื่อ OOObkk กับคอนเซ็ปต์ “Non Boundary Experience” ไม่ว่าใครก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด OOObkk ได้รับการแปลงโฉมจากห้องแถวเก่าที่มีลักษณะหน้ากว้างหลังแคบ บวกกับระดับฝ้าเพดานที่เตี้ย ตัวอาคารจึงค่อนข้างมืดและอึดอัดทึบตัน ภายในจึงได้มีการปรับระดับฝ้าให้สูงขึ้นจากเดิม พร้อมเจาะช่องเปิดเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่อาคาร โดดเด่นด้วยการออกแบบที่โชว์ให้เห็นความดิบเท่ของผนังปูนเปลือยได้อย่างมีเสน่ห์ เมื่อกระทบกับแสงไฟทำให้เกิดแสงเงาอย่างมีมิติ อีกทั้งความเรียบเนี้ยบของพื้นผิววัสดุ ยังเสริมให้บรรยากาศดูโปร่งกว้างอย่างอบอุ่น เข้าสู่ภายในเรารู้สึกได้ถึงความเซอร์ไพรส์ไปทีละสเต็ป ส่วนแรกเราจะพบกับโซน Speed Bar ดูเรียบง่ายสบายตาด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ให้กลิ่นอายความเป็นเรโทร ลงตัวเข้ากันได้ดีกับผนังปูนเปลือย จะเห็นว่าผนังด้านหนึ่งถูกออกแบบให้มีโค้งมน...
Xent Hostel Ranong โฮสเทลสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นเมืองระนอง ระนอง แม้จะเป็นจัดหวัดเล็กๆ แต่กลับทำให้ผู้มาเยือนอย่างเราตกหลุมรักได้ไม่ยาก ด้วยเสน่ห์ในความเรียบง่าย วิถีชีวิตของผู้คนที่แสนน่ารัก อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่สวยงามมากมาย พร้อมทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าจนหมดสิ้นไปเลยก็ว่าได้ หากใครที่กำลังวางแพลนเที่ยวในตัวเมืองระนอง และกำลังมองหาที่พักสุดชิค เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจใหม่ๆ อยู่ละก็ ต้องไม่พลาดกับ Xent Hostel Ranong โฮสเทลน้องใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองระนอง นอกจากจะเดินทางสะดวก ใกล้ท่าเรือไปยังเกาะพม่า และแหล่งท่องเที่ยวอย่างบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน บ้านร้อยปีเทียนสือ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่คู่กับเมืองระนองมาช้านาน นอกจากนี้ยังจะได้เต็มอิ่มไปกับร้านอาหารสุดอร่อยที่อยู่ใกล้ๆ กันอีกมากมาย รับรองว่าต้องเพลินกันไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว Xent Hostel Ranong เกิดจากความตั้งใจของคุณเจ้นท์ น้ำหอม ตันฑสุกิจวณิช ที่ต้องการรีโนเวททาวน์เฮ้าส์สองชั้นหน้าตาธรรมดา ซึ่งเคยเป็นบ้านอยู่อาศัยมาก่อน สู่โฮสเทลสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นเมืองระนอง ชูความโดดเด่นผ่านงานไม้ เพื่อสื่อถึงความอบอุ่นผ่อนคลาย พร้อมรองรับผู้มาเยือนที่มาเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท หรือครอบครัว ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป ให้ได้พักผ่อนและใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ อาคาร 2 ชั้น...