หน้าแรก แท็ก โฮมดีดี

แท็ก: โฮมดีดี

แวะเติมกำลังใจด้วยกาแฟคุณภาพคับแก้ว พร้อมสัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตของชาวอาข่า ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแด่ผู้ที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้     เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงศ์ ๖๙ HOK-KAO Coffee And Bed  ร้านกาแฟเล็กๆ บริเวณริมทางไปไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นชาวอาข่า คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากสองสามีภรรยาที่มีความตั้งใจอยากจะเปิดร้านกาแฟที่ก้าวออกจากกรอบของความเป็นกาแฟดอยสู่กาแฟของคนไทย จากคนปลูกกาแฟสู่เจ้าของร้านกาแฟสไตล์โมเดิร์นกลาสเฮ้าส์ ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟเลิศรสเปี่ยมไปด้วยคุณภาพดีให้กับลูกค้าที่มาเยือนได้ลิ้มลอง   คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นกลาสเฮ้าส์ที่มีพืชพรรณไม้นานาชนิดคอยต้อนรับส่งความสดชื่นให้ตั้งแต่หน้าร้านและเชื่อมไปยังภายในร้าน คาเฟ่โดยรวมเน้นความเป็นธรรมชาติจากวัสดุเปิดผิวอย่างไม้ และกระจกใสเพื่อให้มองเห็นวิวธรรมชาติโดยรอบได้โดยง่าย เหมาะสำหรับแวะพักผ่อนเพื่อเติมพลังให้ไปสู้จุดหมายอย่างปลอดภัย เมื่อเข้ามายังภายในร้านจะได้รับความอบอุ่นจากแสงไฟและวัสดุไม้ที่เป็นตัวช่วยจรรโลงให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ภายในร้านเจ้าของยังออกแบบให้มีขนาดไม่กว้างนักเพื่อจะได้ดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ส่วนเคาน์เตอร์บาร์ให้ความสูงอยู่ที่ระดับเอวเพราะลูกค้าจะได้สามารถมองเห็นได้ทุกขั้นตอนในการชง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราดื่มกาแฟจากคนทำกาแฟจริงๆ และกาแฟที่ร้านทุกแก้วต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ทางร้านใส่ใจเป็นอย่างดี นอกจากธรรมชาติภายนอกจะคอยส่งความสดชื่นผ่านกระจกใสเข้ามายังภายในร้านแล้ว ภายในยังเลือกปลูกต้นเมล็ดแดงไว้กลางร้านและก่อปูนเปื่อยล้อมเพื่อเป็นอีกจุดที่สามารถนั่งดื่มกาแฟคุณภาพดีพร้อมใกล้ชิดธรรมชาติไปในตัว เฟอร์นิเจอร์ภายในร้านเน้นวัสดุไม้ทั้งหมดเพื่อส่งความรู้สึกอันอบอุ่นและผ่อนคลายให้แก่ผู้ที่มาเยือน ในส่วนของสไตล์การตกแต่งร้านทางเจ้าของได้นิยามศัพท์เฉพาะที่เรียกว่า “Culture Wood and Plainly” คือการมาร้านกาแฟ ลูกค้าต้องไม่ได้แค่มาดื่มกาแฟ แต่ต้องมาดื่มด่ำวัฒนธรรม และวิถีชีวิต เจ้าของก็เลยพยายามที่จะใช้ความเป็นชาติพันธุ์อาข่าเข้ามาอยู่ภายในร้าน โดยการเลือกวัสดุใช้ไม้ไผ่ หญ้าคา และลายปัก มาตกแต่งเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นอาข่าให้ผู้มาเยือนได้เกิดความรู้สึกว่าที่นี้สามารถสร้างความสมดุลระหว่างวัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่ในทิศทางเดียวกันได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ด้านนอกยังมีโล้ชิงช้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาข่าให้ผู้มาเยือนได้เล่นกันแบบสนุกสนาน พร้อมกับเสพบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติรอบบริเวณร้านได้อย่างเต็มปอด “เมื่อคุณหกล้มเราขอเป็นกำลังใจให้คุณก้าวต่อไปเพื่อชีวิตใหม่ที่ดีกว่า” และนี้จึงเป็นที่มาของชื่อร้านที่ว่า “๖๙ HOK-KAO Coffee And Bed”...
มองฟ้าสีคราม ชมไร่ชาสีเขียว ที่ Choui Fong Tea House คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อิงแอบแนบชิดกับภูเขา   ได้บรรยากาศไอหนาวแบบฟินๆ ในช่วงหน้าหนาวนี้   เรื่อง สันติภาพ  หุมอาจ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงศ์ ใบชาที่ไร่ชาวฉุยฟงถือใบชาที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงรายเพราะด้วยประสบการณ์ในการทำไร่ชามากว่า 40 ปี ไร่ชาวฉุยฟงตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งอยู่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หรือระหว่างทางขึ้นดอยแม่สลองนั้นเอง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามทิ้งสายตาไปกับ ท้องฟ้า ภูเขา และไร่ชาสีเขียวที่อยู่เต็มบริเวณพื้นที่นี้   ท่ามกลางไร่ชาที่สวยงามอันเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย มีคาเฟ่สไตล์โมเดิร์น ทรอปิคอล ซึ่งผ่านการออกแบบจากสถาปนิก IDIN Architects คอยรองรับนักท่องเที่ยวให้มาแวะชิมเค้กชาเขียว เมนูเครื่องดื่มชา และจุดขายผลิตภัณฑ์ ที่มาจากไร่ ฉุยฟง แห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกหนึ่งที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงหน้าหนาวนี้ อาคารโมเดิร์นที่ตั้งโดดเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนเนินเขาโชว์ความสวยและทันสมัยอยู่กลางไร่ชาแห่งนี้ เป็นคาเฟ่ Choui Fong Tea ด้วยโครงสร้างคอนกรีตทรงสี่เหลียมที่ฝังตัวลงบนเนินดิน และมีพื้นที่บางส่วนที่ยื่นทะลุออกมาสู่แนวไร่ชาให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวิวอันธรรมชาติได้แบบพาราโนมา อาคารแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดชมวิวที่สามารถเห็นถึงวิถีการเก็บใบชาเพื่อมาเป็นวัตถุดิบของที่นี้ได้อีกด้วย จึงทำให้มั่นใจว่าวัตถุดิบของ Choui Fong...
รับมือกับสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย ด้วยการออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน และใช้วัสดุธรรมชาติเป็นตัวช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายตลอดทั้งปี   “เมืองไทยเมืองร้อน” ประโยคนี้ถือเป็นประโยคที่พูดกันอย่างหนาหูสำหรับสภาพอากาศที่ร้อนระอุของเมืองไทย ซึ่งส่งผลให้ใครหลายคนเลือกที่จะเปิดแอร์เย็นๆ อยู่ที่บ้านมากกว่าการที่จะออกไปไหนมาไหนในช่วงฤดูร้อน แต่นั้นก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแถมยังทำให้ภายในบ้านมีการใช้พลังงานไปอย่างสิ้นเปลือง บ้านหลายหลังได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อาจเพราะตอนปลูกสร้างไม่ได้คำนึงถึงเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของตัวบ้านที่เหมาะสมกับทิศทางลม สภาพแวดล้อมของพื้นที่รอบบ้าน และการเลือกใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการสร้างบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เราควรจะนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะนอกจากจะทำให้บ้านของคุณสวยงามและน่าอยู่แล้ว บ้านยังอาจเป็นบ้านที่ประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายให้กับคุณได้อีกด้วย วันนี้เรามีข้อควรปฏิบัติ 3 ข้อสำคัญที่จะมาเป็นตัวช่วยทำให้บ้านคุณเป็นบ้านประหยัดพลังงาน เช่นเดียวกับบ้านของ คุณ ช.นนทร์ เพ็ชญไพศิษฎ์ ที่ได้รับรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปี 2559  แบบบ้าน (Grace-08) ที่ออกแบบโดยบริษัทรับสร้างบ้านผู้นำเรื่องบ้านสไตล์โมเดิร์น Advance Home   1.สถาปัตยกรรม – การออกแบบ การออกแบบบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญในการรับมือกับแสงอาทิตย์ที่สอดส่องเข้ามายังภายในบ้าน การเปิดช่องลมถือเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรมีโครงสร้างที่บดบังหรือกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ เพื่อป้องกันแสงไม่ให้ส่องเข้ามายังภายในตัวบ้านจนเกิดการสะสมความร้อน ขณะที่ผนังบ้านก่ออิฐ 2 ชั้นช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกและสามารถกักเก็บความเย็นภายในไว้ได้ดีกว่าการก่ออิฐชั้นเดียว ประตูและหน้าต่างที่เปิดรับลมให้อากาศภายในหมุนเวียนและถ่ายเทได้ดีเลือกกรุกระจกสีเขียวใส เพื่อให้เกิดความรู้สึกเย็นสบายและปลอดโปร่ง โครงสร้างพื้นชั้นล่างปูด้วยพื้น Pre-Stressed Concrete Slab เพื่อลดความชื้นที่จะสามารถระเหยขึ้นมาจากพื้นดินและยังช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนหลังคาใช้วัสดุเมทัลชีทบุด้วยฉนวนกันความร้อน และยังติดตั้งฉนวนกันความร้อนใยแก้วที่มีความหนาถึง 6 นิ้ว บริเวณฝ้าเพดานเพื่อลดความร้อนที่จะเข้ามายังภายในตัวบ้านได้เป็นอย่างดี   2.สภาพแวดล้อม   สภาพแวดล้อมรอบบริเวณบ้านเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะมาช่วยทำให้บ้านมีอากาศที่สดชื่นและช่วยให้ผ่อนคลายจากความร้อนได้ อย่างที่บอกการเปิดช่องรับลมเป็นเรื่องที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าลมที่พัดผ่านมีทั้งลมเย็นและลมร้อน โดยลมเย็นจะพัดผ่านมาทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นเราควรเปิดช่องรับแสงและลมในทางทิศเหนือเป็นดีที่สุด การสร้างสระว่ายน้ำในบริเวณตัวบ้านสามารถทำให้เกิดสัมผัสทางความรู้สึกได้ เมื่อได้ยินเสียงน้ำเราจะเกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเย็นสบายยิ่งขึ้น เรื่องของสีก็มีส่วนช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลาย...
เหนื่อยมาแล้วทั้งปี ปีใหม่นี้มาเอาร่างกายไปพักผ่อนกันหน่อย ที่คาเฟ่กลางสวนสีเขียวกับบรรยากาศอัน ร่มรื่นชวนให้ผ่อนคลาย เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ นิตยสาร Life And Home และ เว็บไซน์ Homedeedee.com   ใกล้เข้ามาแล้วกับช่วงเทศกาลปีใหม่เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวหยุดยาวเอาร่างกายไปพักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยงาน เหนื่อยคน เหนื่อยความวุ่นวายกันมาตลอดทั้งปี และก็เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้ว่าหยุดยาวนี้จะไปเที่ยวไหนดี วันนี้โฮมดีดีจึงมีสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนมานำเสนอ เป็นคาเฟ่สวยๆ กลางสวนสีเขียวๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาให้กับคุณ มาดูกันว่าสวนสวยสีเขียวอันร่มรื่นจะมีที่ไหนกันบ้างไปติดตามกันเลยครับ   1. GARDENAI HOUSE   คาเฟ่กลางสวนสีเขียวสถานที่แรกที่เหมาะแก่การพักผ่อนคือ GARDENAI HOUSE ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว48 กรุงเทพมหานครนี้เอง ไม่ต้องออกเดินทางไปไหนไกลสำหรับคนชิลล์ที่ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพในช่วงปีใหม่ แน่นอนว่ากรุงเทพรถไม่ติดถนนโล่งขับสบายประหนึ่งว่าฉันเป็นเจ้าของถนนกันไปเลย ฮ่าๆๆ.... คาเฟ่กลางสวนแห่งนี้มีเนื้อที่อันร่มรื่นทั้งหมด 700 ตารางเมตร ตัวร้านเป็นสไตล์โมเดิร์นหลังคาทรงสโรปหรือที่เรียกกันว่าหลังคาเพิงหมาแหงน ผนังกว่า 80เปอร์เซ็นต์ กรุด้วยกระจกใส เชื่อมพื้นที่สีเขียวภายนอกเข้าสู่ภายในได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีพืชพรรณไม้น้อยใหญ่ที่คอยส่งความสดชื่นให้อยู่ตลอดทุกบริเวณพื้นที่ อาทิ ต้นคูณชมพู จิกน้ำ และพุดซ้อน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบ่อปลาคาร์บที่คอยแวกว่ายสร้างบรรยากาศให้ชวนผ่อนคลายอยู่ด้านหน้าของตัวร้านอีกด้วย ถือเป็นความธรรมชาติที่สมบูรณ์เหมาะแก่การมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดอย่างมาก ในขณะที่ร่างกายกำลังรับอากาศอันบริสุทธิ์อยู่นั้น ทางร้านก็มีเมนูขนมไทยที่เป็นสูตรต้นตำหรับเฉพาะของทางร้านให้เลือกลองเลือกชิมควบคู่กันไปกับการเสพบรรยากาศในเวลาเดียวกัน โดยเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้าน ได้แก่...
ความสุขของการอยู่อาศัยกับการตกแต่งคอนโดให้มีความเรียบง่ายเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่และตอบโจทย์ทุกการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง   เรื่อง สันติภาพ  หุมอาจ ภาพ วลีวัลย์ ขำคม   คงจะมีความสุขได้ไม่น้อยหากเราได้มีโอกาสออกแบบและตกแต่งคอนโดให้เป็นไปในสไตล์ที่เราชื่นชอบ เพราะคอนโดก็เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่สามารถสร้างความรัก ความสุข และความสนุกได้ในพื้นที่เดียว เช่นเดียวกับ คุณก็อต-ปทานนท์ ขวัญสนิท ที่ได้ออกแบบคอนโดขนาด 71 ตาราเมตร ให้เป็นเสมือนบ้านที่มีฟังก์ชั่นที่ครบครันในสไตล์ Minimal Scandinavian และยังเลือกรูปภาพจากการถ่ายภาพของตนเองมาตกแต่งให้เป็น Scandinavian ในแบบของตนเองมากยิ่งขึ้น     การแต่งคอนโดที่เรียบง่ายในสไตล์ Model Scandinavian ที่มีกลิ่นอายของความ Minimalism ในครั้งนี้ เจ้าของห้องได้มีการวางโจทย์ให้กับทีมงานอินทีเรียว่าต้องการความเรียบๆ ในโทน ขาว เทา ดำ และอยากได้ที่เก็บของที่ดูกลมกลื่นไปกับห้องแบบไม่เกิดความแตกแต่ง ซึ่งได้ inspiration มาจากเว็บไซต์ชื่อดังของเมืองนอกอย่าง Pinterest โดยตั้งคีย์เวิร์ดว่า Scandinavian White และ Minimal หลังจากนั้นก็ได้เก็บรวบรวมภาพแล้วส่งให้กับทางทีมอินทีเรียโดยได้ดีไซน์เนอร์มืออาชีพอย่าง คุณบอล-ณัฐพล พันธุศิริ จาก Ballsilver Interior...
เอาใจสายชาในซอยทองหล่อ13 กับร้าน Drip Tea & Coffee Café ที่คุณต้อง ดริปเอง ชงเอง แล้วดื่มเอง  พร้อมเชยชมบรรยากาศภายในร้านที่เต็มไปด้วยดอกไม้ในขวดโหลนานาชนิด   Drip Tea & Coffee Café ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ13 บริเวณกลางซอย ภายนอกร้านให้ความเรียบเท่ในโทนสีเข้ม(ดำ) แฝงกลิ่นอายอินดัสเทรียล แต่เลือกตัดความเข้มให้สมูทลงด้วยสีเหลือเพื่อไม่ดูมืดจนเกินไป สถานที่แห่งนี้ก่อนที่จะกลายมาเป็นคาเฟ่ดริฟชาสุดเท่เคยเป็นล๊อบบี้ของเรทซิเดนท์มาก่อน เป็นบริเวณโถงโล่งๆ บนเนื้อที่กว่า 80 ตารางเมตร  และภายหลังได้ถูกตกแต่งและต่อเติมใหม่ให้สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนกับ Factory Tea ในย่านทองหล่อในปัจจุบัน คาเฟ่ชาแห่งนี้เกิดขึ้นจากความชื่นชอบในการดื่มชาของ คุณเดียร์ วทิตา ชูชัยศรี (เจ้าของร้าน) ด้วยรสชาติและกลิ่นที่หอมหวานของชาจึงทำให้คุณเดียร์มีโปรเจ็กอยากจะเปิดร้านชาเป็นของตัวเองสักร้าน โดยมีการวางโจทย์ให้กับตัวเองว่าจะเปิดร้านชาอย่างไรให้มีความแตกต่างและแปลกใหม่ไปจากที่อื่นๆ จากการทดลองและครีเอทกรรมวิธีในการดริฟชา คุณเดียร์สาวผู้มุ่งมั่นและมีความตั้งใจจึงได้เห็นถึงเสน่ห์ของการดริฟชา โดยกรรมวิธีนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในวงการชาสักเท่าไหร่ คุณเดียร์จึงหยิบกรรมวิธีการดริฟชามาเป็น Signature ให้กับร้าน Drip Tea & Coffee Café เพื่อเป็นมนต์เสน่ห์ใหม่ของการชงชา ความเป็นร้านชานมไข่มุกจึงเหมือนมีแรงดึงดูดให้ทีมงานไม่รอช้าที่จะเดินตรงเข้ามายังภายในร้านเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศของความเป็น Factory...
เปลี่ยนอาคารเก่าให้เป็นที่บรรจุเรื่องราวผ่านชื่อเสียงเรียงนาม ข้าวของเครื่องใช้และภาพถ่าย คงกลิ่นอายแห่งย่านเมืองเก่าไว้อย่างเต็มเปี่ยม   เรื่อง ธรรมสุดา สื่อธรรม  ภาพ วลีวัลย์ ขำคม   เมื่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนเป็นตัวกำหนดบทบาทของการเกิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคม คาเฟ่จึงเป็นอีกสิ่งที่สะท้อนยุคสมัยออกมาได้เป็นอย่างดี แต่มีคาเฟ่อยู่หนึ่งแห่ง ที่ไม่เพียงบอกเล่าความเป็นไปในปัจจุบัน แต่ยังกักเก็บเรื่องราวในอดีต ที่สอดรับไปกับกลิ่นอายและบรรยากาศโดยรอบในย่านเมืองเก่าอย่างท่าเตียน สอดประสานเกิดเป็นมนต์สเน่ห์ที่ร่วมสมัยอย่างน่าประทับใจ     ตำนานบทเก่า เล่าใหม่ ฮาเตียน คือหนึ่งตำนานที่เคยเล่าขานกันว่าเป็นชื่อเรียกของท่าเตียนในสมัยก่อน มาจากชาวญวน ที่เรียกพื้นที่แห่งนี้ที่มีลักษณะภูมิประเทศติดริมน้ำคล้ายคลึงกับประเทศเวียดนามตอนใต้ของตน ก่อนจะถูกกร่อนเสียงมาเป็นท่าเตียนในที่สุด สิ่งนี้คือหนึ่งเรื่องราวที่เคยถูกเล่าถึงแต่เพราะมีน้อยคนที่ทราบ คุณเบิร์ด เอกภพ โกมลชาติ จึงเลือกใช้คำนี้มาเป็นชื่อเรียก     เริ่มต้นด้วยหลงใหลในอาคารเก่า ด้วยความชื่นชอบในอาคารโบราณ และของเก่า รวมถึงชีวิตของคุณเบิร์ดที่มีความผูกพันและคุ้นชินกับท่าเตียน ไม่เพียงที่ครั้งหนึ่งเคยได้มีโอกาสจำวัดที่วัดโพธิ์เมื่อครั้งได้บวชเรียน แต่อาชีพการงานที่ทำอยู่ที่ธรรมศาสตร์ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้ใช้ชีวิตและสัมผัสวิถีของย่านนี้   “เพราะผูกพันกับแถวนี้เลยมาบ่อยมาก มาเจอห้องแถวห้องนี้ เห็นเป็นห้องว่างๆ เปิดประตูไว้ ก็แอบเข้ามาดู ปิ๊งเลย(ยิ้ม) อยากได้ที่นี่ เลยติดต่อหาเจ้าของบ้าน ซึ่งก็โลกกลมกลายเป็นคนที่รู้จักกันมาก่อน”       ก่อร้างสร้างสิ่งใหม่ภายใต้โครงสร้างเดิม ฮาเตียนแบบที่เราได้สัมผัสถูกปรับแต่งจากโครงสร้างเดิมซึ่งเป็นอาคารเก่าเกือบร้อยปี เพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องการใช้งานได้อย่างตรงใจที่สุด ชั้นล่างที่รอต้อนรับทุกๆ คน มีการสับเปลี่ยนส่วนครัวและห้องน้ำเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และสะดวกลูกค้าที่มาใช้บริการ ขึ้นสู่ชั้นสองให้ความรู้สึกเสมือนเข้าสู่โลกต้องมนต์ ปรับเปลี่ยนจากห้องนอนจำนวน 2 ห้อง เป็นห้องโถง...
โปร่ง โล่ง สบาย ในบ้านสไตล์โมเดิร์น กลิ่นอายรีสอร์ท พร้อมคอร์ตสวนญี่ปุ่นกลางบ้าน     คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “บ้าน” คือพื้นที่ที่ทำให้เราสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุด ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น และปลอดภัยที่สุดอีกด้วย ครั้งนี้ Homedeedee.com ขอพาคนรักบ้านทุกท่านชมบ้านสไตล์โมเดิร์นกลิ่นอายรีสอร์ท ที่โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวกลางบ้าน ตกแต่งเป็นสวนหินสไตล์ญี่ปุ่น ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนในครอบครัว พร้อมเผยมิติใหม่แห่งการพักผ่อนอย่างเหนือระดับ     ด้วยลักษณะของโครงสร้างตัวบ้าน สร้างโดยบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำของเมืองไทย อย่าง Royal House มาออกแบบให้ดูทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นรูปทรงเลขาคณิต จับคู่กับหลังคาทรงสโลปอย่างมีชั้นเชิง บนที่ดิน 144 ตารางวา พร้อมเปิดพื้นที่ใช้สอยภายในกว่า 600 ตารางเมตร ให้ดูกว้าง โปร่ง โล่งจากการเลือกใช้วัสดุ อย่างกระจกใส และเหล็ก เป็นองค์ประกอบหลักในการดีไซน์แบบบ้านให้ดูมีมิติ และน่าสนใจ พร้อมสอดแทรกลวดลายความเป็นธรรมชาติของงานไม้ เพื่อลดทอนความแข็งกระด้างของตัวโครงสร้างให้ดูนุ่มนวลยิ่งขึ้น     เจ้าของบ้านเล่าถึงที่มาของบ้านหลังนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นสร้างครอบครัว จึงอยากมีบ้านที่สามารถตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้อย่างแท้จริง บวกกับได้เจอแบบบ้านหลังหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ทางเว็บไซต์เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ซึ่งดีไซน์ตัวบ้านและภายในเป็นสไตล์โมเดิร์นสีขาว ตั้งอยู่กลางหุบเขาที่มีต้นไม้ปกคลุม มีสวนอยู่กลางบ้าน ตกแต่งด้วยวัสดุไม้ และกระจกใส จึงทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง...
เติมความสุขทุกเป้าหมาย ด้วยไอเดียเปลี่ยนบ้าน-ทาวเฮ้าส์-คอนโด-อาคารพาณิชย์ ให้เป็นสิ่งที่ ทำประโยชน์ได้มากกว่าแค่พื้นที่     วันนี้เรามาพูดคุยกันถึงเรื่อง บ้าน กันเหมือนเคยค่ะ เพื่อนๆ ผู้อ่านที่มีบ้านอยู่เฉยๆ ไม่ได้งอกเงยสร้างอาชีพหรือรายได้ให้กับเรา และกำลังมีความคิดที่อยากจะปรับเปลี่ยน หรือสร้างสิ่งใหม่ๆ ในพื้นที่นั้น วันนี้โฮมดีดี ดอทคอม มีไอเดียที่จะตอบคำถามที่ว่า “บ้านเปลี่ยนเป็นอะไรได้บ้าง...?” มาให้เพื่อนๆ นำไปเป็นแรงบันดาลใจ และทางเลือกกันค่ะ   1.เปลี่ยนพื้นที่ในบ้าน เป็นคาเฟ่ในสวนแสนหวาน     ไอเดียแรกกับการเปลี่ยนพื้นที่ในบ้านให้เป็นคาเฟ่ ใครที่มีบ้านที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ จะจากส่วนในหรือนอกตัวบ้าน เช่นบ้านหลังสวยในพื้นที่ที่ดินจัดสรรหลังนี้ใน จ.ระยอง ที่เปลี่ยนบ้านให้เป็นคาเฟ่ในสวนแสนหวาน สไตล์ English Cottage จากความรักและความชอบในการปลูกต้นไม้และจัดสวนของเจ้าของบ้าน จึงใช้พื้นที่สวนที่มีการปรับเปลี่ยนจนออกมาเป็นคาเฟ่ชื่อดังที่ใครๆ ก็อยากไปปักหมุด ให้บ้านเป็นทั้งที่บรรจุสิ่งที่รัก และใช้ชีวิตอยู่ด้วยความสุข ทั้งยังเป็นแหล่งสร้างรายได้และอาชีพให้กับครอบครัวอีกรูปแบบหนึ่ง   2.คืนชีพบ้านหลังเก่า เป็นที่พักสุดมีเสน่ห์     มาที่อีกไอเดียดีๆ กับการเปลี่ยนบ้านหลังเก่าให้กลายมาเป็นที่พัก หรือโฮสเทล ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่หมุนเปลี่ยนไปของโลก แต่ยังคงกลมกลืนไปกับวิถีและชุมชน อย่างเช่นบ้านไม้ที่มีอายุกว่า 70 ปีใน จ.จันทบุรี หลังนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยน ซ่อมแซมให้เป็นทั้งบ้านที่พักส่วนตัว และโฮสเทลสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวเดินทาง คืนชีพให้บ้านหลังเดิมกลับมามีเรื่องราวใหม่อีกครั้ง แถมยังเป็นที่สร้างงาน และสร้างรายได้ไปพร้อมๆ...
สร้างบ้านปูนเปลือยในสไตล์ที่ตัวเองชอบเพื่อรองรับแขกผู้มาเยือน และเป็นที่พักผ่อนไปในตัว โดยใช้วัสดุเหลือใช้ในการตกแต่ง ด้วยงบประมาณแสนนิดๆ  เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ รัก ปลัดสิงห์ บ้านหลังน้อยปูนเปลือยขัดมันสไตล์ลอฟท์จับเข้ามาไว้กลางสวนป่าที่เป็นธรรมชาติในสไตล์ทรอปิคอล โดยมี “คุณพร้อม ด้วงไข่” เป็นผู้ออกแบบและยังเป็นเจ้าของบ้านน้อยหลังนี้อีกด้วย แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดบ้านน้อยหลังนี้ คุณพร้อมมีความชอบในสไตล์ลอฟท์เพราะว่าเป็นสไตล์ที่ธรรมชาติที่สุดถ้าจะรังสรรค์บ้านหลังน้อยกลางสวน สไตล์ลอฟท์ก็น่าจะเหมาะสมและดูเข้ากับธรรมชาติที่สุด บ้านน้อยหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับแขกผู้มาเยือนและเพื่อการพักผ่อนส่วนตัวของคุณพร้อมเอง     บ้านน้อยสุดเท่หลังนี้มีชื่อว่า “ MY HOME ” ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 1เดือน พื้นที่ของตัวบ้านใช้เนื้อที่ประมาณ 15ตารางเมตร ความสูงของตัวบ้าน 3เมตร หลังคาเพิงหมาแหงน เป็นบ้านที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าสวนก็ว่าได้เพราะบ้านหลังนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างเพียง 1.7แสนบาท ส่วนสวนป่าสไตล์ทรอปิคอลที่คุณพร้อมได้ออกแบบและตกแต่งเองนั้นใช้งบประมาณ 2แสนนิดๆ     สวนป่าสไตล์ทรอปิคอลที่ให้ความร่มรื่นในบริเวณรอบตัวบ้าน ตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่คือ ต้นพยอม  2ต้น  ต้นหว้า 2ต้น และไม้ทรงพุ่มอีกหลายชนิด ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยหินและขอนไม้เก่าทำให้สวนป่าทรอปิคอลแห่งนี้ดูเป็นธรรมชาติและลงตัวมากขึ้น     เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านปูนหลังน้อยจะแบ่งเป็นมุมทั้งหมด 3 มุม มุมเก็บของ มุมทำงาน มุมรองรับแขก โดยบ้านปูนหลังนี้จะไม่ใช้หน้าต่าง แต่ใช้ช่องอิฐแทนเพื่อรับลมและแสงสว่างทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ภายในตัวบ้านเป็นผนังปูนเปลือยและพื้นปูนขัดเงา ในส่วนของผนังช่องรับแสงและลมติด        วอเปเปอร์ลายอิฐแดงเพิ่มสีสันให้ภายในบ้านดูมี...
Calvin Munson Authentic Jersey