หน้าแรก แท็ก ออกแบบภายใน

แท็ก: ออกแบบภายใน

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนเต็มตัวแล้วในเดือนกรกฎาคมนี้ พวกเรา Homedeedee เลยมีเทคนิคสำหรับดูแลเฟอร์นิเจอร์ภายในที่อยู่อาศัยของเรา เพื่อให้เพื่อนๆได้เตรียมรับมือป้องกันและรักษาเฟอร์นิเจอร์ของเรา จะได้ไม่พังและไม่ต้องปวดหัวและเปลืองเงินกับการเปลี่ยนบ่อย จะมีเทคนิคอะไรน่าสนใจบ้างเข้ามาหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ :) ทำความรู้จักกับประเภทเฟอร์นิเจอร์ ก่อนอื่นเลยการที่เราจะทำความสะอาดและรักษาเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างถูกต้อง เราต้องเข้าใจรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทกันก่อนว่า เฟอร์นิเจอร์มีกี่ประเภท แบ่งออกได้กี่ชนิด และแต่ละประเภทมีวิธีการดูแลรักษาเบื้องต้นอย่างไรบ้าง เพราะอย่างลืมว่าหากเราทำความสะอาดและดูแลรักษาผิดประเภท อาจทำให้เฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ เฟอร์นิเจอร์ประเภทลามิเนต : รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ถูกผลิตขึ้นมาทำแทนวัสดุประเภทไม้จริง ทำให้มีทั้งส่วนดีและส่วนบกพร่องที่ควรพิจารณา ส่วนดีคือสามารถใช้ทดแทนวัสดุประเภทไม้จริงได้ทุกประการ มีความคงทนแข็งแรงในระดับมาตารฐาน และมีผิวสัมผัสที่สวยงามเหมือนธรรมชาติ ส่วนข้อที่ควรพิจารณา คือ หากเลือกใช้ลามิเนตที่ต่ำจะทำให้เกิดการหลุดล่อนได้จากการที่โดนความชื้น > วิธีการดูแลรักษา : สำหรับการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ประเภทลามิเนต อย่างแรกคือต้องเคลือบสารกันปลวกและความชื้น เพื่อป้องกันการผุกร่อนจากปัญหาดังกล่าว และระมัดระวังของมีคมที่อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาของการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ทั้งชื้นได้ เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังแท้ : เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ ค่อนข้างมีรายละเอียดของการดูแลรักษาปลีกย่อยเยอะพอสมควร แต่เราจะขอหยิบประเด็นของการดูแลรักษาหลักและได้ผลมาแชร์ หลักๆแล้วเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะมีความแข็งแรงอยู่ในระดับมาตรฐาน ซึ่งหนังแท้มักจะแข็งตัวและฉีกขาดได้เมื่อผ่านเวลาไปสักระยะหนึ่ง แต่แน่นอนว่าก็ยังคงมีเสน่ห์สวยงาม และเข้าได้กับสไตล์การตกแต่งหลากหลาย > วิธีการดูแลรักษา : การดูแลรักษาของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายุ่งยากก็ไม่เชิง แต่สิ่งที่ควรระวังที่สุดเลยคือไม่ควรทำความสะอาดด้วยน้ำในปริมาณมาก เพราะน้ำจะเข้าไปกัดหนังด้านในทำให้หนังเกิดอาการปวดพองได้ ดังนั้นควรใช้ผ้าแห้งหรือชุบน้ำหมาดๆทำความสะอาดแทน และเคลือบแว๊กซ์สำหรับเฟอร์นิเจอร์หนังซ้ำเพื่อให้เกิดความเงางาม เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังเทียม :...
Product of The Week : Product Guide ... ทุกวันนี้การออกแบบภายในโดยการใช้ผนังทึบกั้นแบ่งระยะการใช้งาน ออกจะดูตกเทรนด์ไปแล้ว เพราะปัจจุบันมีวัสดุที่สามารถสร้างเป็นฉากกั้นแทนผนังทึบได้หลากหลายด้วยกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายและมีราคาไม่แพง  . วันนี้ Homedeedee เลยอยากจะมาแชร์ไอเดียสร้างฉากกั้นด้วย 5 วัสดุยอดนิยม ที่ไม่ใช่ผนังทึบสีขาวแบบเดิมๆที่เราเคยใช้กัน จะมีวัสดุอะไรน่าสนใจบ้างตามเข้ามาพร้อมกันได้เลย “ผ้าม่าน” บางเฉียบแต่มีเสน่ห์ cr.yellowtrace ผ้าม่าน เป็นวัสดุที่เลือกใช้บริเวณหน้าต่างหรือประตูเพื่อบังแสงแดด แต่ในปัจจุบันได้มีการนำผ้าม่านมาประยุกต์ใช้ภายในที่พักอาศัยอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยรูปแบบของตัวผ้าม่านเองเป็นแนวยาว บวกกับมีหลายประเภทและเรทราคาที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับการก่อผนังทึบขึ้นมา . นอกจากนั้นเองผ้าม่านยังมีทั้งแบบโปร่งและแบบทึบแสง ซึ่งทั้ง 2 แบบสามารถบดบังสายตาและสร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีไม่แพ้กัน อีกทั้งคุณสมบัติหลักของผ้าม่านคือ ใช้งานสะดวก ทำความสะอาดง่าย และปรับเปลี่ยนประยุกต์ใช้งานในหลากหลายพื้นที่ได้ตามต้องการ . ข้อดี  ปรับเปลี่ยนใช้งานได้หลายพื้นที่  มีหลายประเภท ทั้งแบบโปร่งและทึบ ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น . ข้อแนะนำ ผ้าม่านค่อนข้างอมฝุ่น ผ้าม่านบางประเภทมีน้ำหนักมาก ควรขึงลวดสลิงให้แน่นหนาก่อนการติดตั้งผ้าม่าน เพิ่มความปลอดโปร่งด้วย “กระจกใส” cr.archdaily มาต่อกันด้วยวัสดุที่ครองใจผู้ใช้งานหนุ่ม-สาวมากที่สุดกับ กระจก ที่วัสดุชนิดนี้ได้รับความนิยม มาจากมีความบางและประหยัดเนื้อที่ บวกกับสามารถใช้งานกั้นแบ่งพื้นที่การใช้งานได้หลายส่วน ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ฉากกั้นห้องน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย . กระจกเองแยกย่อยออกได้หลายประเภท ทั้งกระจกใส กระจกขุ่น รวมถึงลักษณะของกระจกที่มีการผลิตออกมาให้เลือกใช้งานแบบ...
DECOR OF THE WEEK : DECOR RENOVATE สำหรับบทความ Decor Renovate ของเราในสัปดาห์นี้พวกเราทีม Homedeedee อยากจะแชร์ไอเดียการสร้างบ้านในพื้นที่แคบยังไงให้เหมาะกับพื้นที่และมีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มการอยู่อาศัยของครอบครัวได้อย่างลงตัว บ้านสีขาวทรงจั่ว (A-Frame) หลังนี้ถูกออกแบบโดย Tom Robertson Architects ซึ่งเป็นสถาปนิกที่มีความชำนาญเรื่องการออกแบบที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด ดังนั้นลักษณะของการออกแบบส่วนใหญ่จึงจะเน้นพื้นที่ใช้สอยแบบแนวดิ่งเป็นหลัก Concept หลักของการออกแบบบ้านหลังนี้ จะเน้น Mood & Tone สีขาวสว่างผสมกับสีน้ำตาลอ่อนของไม้เทียม และสีเขียวจากต้นไม้ที่มีการปลูกไว้โดยรอบบริเวณตัวบ้านทั้งภายนอกและภายใน สำหรับพื้นที่ด้านหน้าก่อนเข้าไปยังตัวบ้าน ทางทีมออกแบบได้เลือกจัดวางให้เหลือพื้นที่ด้านหน้าสำหรับจอดรถได้ ซึ่งเฉลี่ยแล้วความกว้างด้านหน้าอยู่ที่ 5 เมตร โดยประมาณ และยังเลือกปลูกต้นไม้โดยรอบเพื่อเพิ่มมิติความสวยงาม บวกกับเลือกใช้กำแพงระแนงไม้เทียมเพื่อบังสายตาจากบ้านพักหลังอื่นๆ เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นและครัวถูกจัดในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นการแบ่งฟังก์ชันการใช้งานของห้องนั่งเล่น และครัวแบ่งออกเป็น ชุดครัว บาร์ โต๊ะนั่งรับประทานอาหาร และห้องน้ำ ถือว่าจัดสัดส่วนการใช้งานได้อย่างพอดี อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนอื่นได้อีกด้วย เพราะพื้นที่ภายในเน้นการเปิดโล่งโดยไม่มีอะไรกั้น โดยจะจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นให้ได้สัดส่วนเหมาะกับการใช้งานเท่านั้น ด้วยเทรนด์การออกแบบในปัจจุบัน ครัวจะเข้ามามีบทบาทในที่อยู่อาศัย ซึ่งครัวจะกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของตัวบ้าน จากเดิมที่จะมีการแบ่งส่วนครัวไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งบริเวณหลังบ้าน สำหรับบ้านหลังนี้ได้ออกแบบชุดครัวให้กลมกลืนไปกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ...
PRODUCT OF THE WEEK : PRODUCT GUIDE ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับบทความเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับตกแต่งบ้านส่งท้ายปี วันนี้พวกเรา Homedeedee มากันในธีม ‘เสริมสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่’ กับ 10 ทริคจัดห้องพระที่จะช่วยเพิ่มพลังกาย-พลังใจในปี 2020 จะมีทริคอะไรดีๆบ้างตามเข้ามาชมได้เลยครับ พื้นที่ต้องโปร่ง   cr.O-Design&Construction ความปลอดโปร่งนอกจากจะทำให้บรรยากาศภายในห้องเกิดความผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้คนที่เข้ามาใช้งานภายในรู้สึกไม่อึดอัดและจะทำให้อยู่ในห้องได้นานขึ้น ถ้าเพื่อนๆลองสังเกตวัดหรือสถานที่ปฏิบัติธรรม จะเน้นเปิดพื้นที่ด้วยกันยกเพดานสูง และขยายพื้นที่ด้านข้างให้กว้างขึ้น ซึ่งทริคนี้เองก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยได้ ช่องแสงต้องพอดี   cr.infinitydesign สำหรับทริคนี้มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆสำหรับการออกแบบห้องพระภายในบ้านพัก เพราะการใช้ช่องแสงที่พอเหมาะจะช่วยระบายอากาศที่เกิดจากควันธูปและเทียน ลดการอับชื้นในทางเดียวกันยังเป็นการป้องกันอันตรายในรูปแบบของอัคคีภัย ห้ามวางติดห้องน้ำ   cr.kswood สิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจสำหรับทริคนี้ คือห้องน้ำเป็นสิ่งรวบรวมความสกปรก ตามหลักฮวงจุ้ยห้องน้ำถือเป็นแหล่งสะสมของพลังงานด้านลบ ซึ่งความเชื่อแบบไทยเองก็มองเช่นเดียวกัน ดังนั้นพระเป็นของสูงจึงไม่ควรวางติด หรือหันหน้าตรงกับห้องน้ำ ไม่ควรหันพระไปทางทิศใต้และตะวันตก   cr.horonumber ทิศที่เหมาะสมสำหรับการวางโต๊ะหมู่บูชาพระควรหันไปทางทิศเหนือ, ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมีความเชื่อว่าทิศดังกล่าวเป็นทิศแห่งความสว่างรุ่งโรจน์ ที่จะช่วยเสริมพลังให้มีความสุขในหน้าที่การงาน รวมถึงชีวิตและครอบครัว ส่วนทิศต้องห้ามได้แก่ทิศใต้และทิศตะวันตก ห้องพระห้ามต่ำกว่าห้องอื่น   cr.bareo-isyss อย่างที่ทราบกันดีว่าพระเป็นของสูง ดังนั้นการวางโต๊ะหมู่บูชาพระหรือสร้างห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของตัวบ้าน อีกทางหนึ่งเป็นเรื่องของพฤติกรรมการใช้งานของผู้อยู่อาศัยภายในตัวบ้าน คือต้องการความสงบและเป็นส่วนตัว ห้ามวางพระไว้ที่ปลายเตียง   ในกรณีที่ต้องจัดโต๊ะหมู่บูชารวมกับห้องนอน ไม่ควรหันปลายเตียงไปที่องค์พระ เพราะจะเป็นการไม่เคราพส่วนการหันหัวเตียงไปที่ห้องพระ ต้องพิจารณาว่า หัวเตียงติดกับองค์พระหรือโต๊ะหมู่หรือไม่ ถ้าไม่ติดก็สามารถวางได้ แต่ถ้าติดกัน จะไม่ค่อยดี เนื่องจากจะทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ปวดหัวได้ง่าย พื้นที่แคบให้ใช้ม่านกั้น   cr.baannaifun.blogspot อย่างที่ทราบกันดีว่าพระเป็นของสูง ดังนั้นการวางโต๊ะหมู่บูชาพระหรือสร้างห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของตัวบ้าน อีกทางหนึ่งเป็นเรื่องของพฤติกรรมการใช้งานของผู้อยู่อาศัยภายในตัวบ้าน คือต้องการความสงบและเป็นส่วนตัว ควรจัดลำดับองค์พระ   cr.horolive สิ่งที่ควรจำไว้เสมอสำหรับการแบ่งลำดับจัดโต๊ะหมู่บูชา...
  PRODUCT OF THE WEEK : DECOR IDEA เป็นประจำทุกปีกับการประกาศเทรนด์สีที่จะถูกนำมาใช้ในงานออกแบบกับ Pantone ซึ่งในปี 2019 ที่ผ่านมา สีประจำปีคือ Living Coral หรือสีเฉดพาสเทลชมพู-ส้ม และในปี 2020 กับการประกาศอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์กับสีประจำปี 2020 ได้แก่ ‘Classic Blue’ จะมีความน่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้ในงานออกแบบอะไรได้บ้าง เดียววันนี้เราจะพามาหาคำตอบครับ อัปเดตสีประจำปี Pantone 2020 ‘Classic Blue’   cr.apartmenttherapy สี Classic Blue มีเฉดสีฟ้าและน้ำเงินเข้มผสมกัน ซึ่งจัดอยู่ในหมวดของแม่สีน่้ำเงิน ซึ่งการนำสี Classic Blue มาเป็นสีแห่งปี 2020 นั้นมีหลายนัยยะความสำคัญด้วยกัน หลักๆสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือเรื่องของแฟชั่นที่หวนกลับมาใช้สีแบบดั้งเดิม ที่เคยเห็นกันในงานออกแบบสไตล์ Classic ที่มักจะเลือกใช้โทนสีสดแบบทูโทน ส่วนอีกหนึ่งในนัยยะสำคัญคงหนีไม่พ้นในเรื่องของการรณรงค์ทางสภาพแวดล้อมทางทะเล ที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับขยะในมหาสมุทรซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์และระบบนิเวศน์ทางทะเล ดังนั้นการที่ Pantone...
PRODUCT OF THE WEEK : PRODUCT ECO … ในสัปดาห์นี้พวกเรา Homedeedee อยากจะพาเพื่อนนักอ่านทุกคน ไปทำความรู้จักสไตล์การตกแต่งแบบคันทรี่ ที่นิยมทางฝั่งยุโรป และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเราได้ เพราะสไตล์การตกแต่งประเภทนี้เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เหมาะกับประเทศไทยที่มีอากาศร้อนชื้น แต่งบ้านคันทรี่สไตล์   สไตล์คันทรี่ (country style) เป็นสไตล์การตกแต่งทีอยู่อาศัยตามชนบททางยุโรป ที่จะมีสภาพภูมิอากาศร้อนและหนาวสลัยกันไป ซึ่งการตกแต่งในลักษณะนี้จะอิงจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ พร้อมกับเลือกใช้วัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในส่วนต่างๆ สำหรับการออกแบบบ้านในสไตล์คันทรี่จะแบ่งออกได้ 2 ลักษณะด้วยกัน การออกแบบพื้นที่และจัดฟังก์ชันภายใน โดยทั่วไปแล้วจะเน้นการเปิดพื้นที่ให้โล่ง ให้ทุกส่วนสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก นอกจากนั้นยังเป็นการถ่ายเทอากาศระหว่างภายนอกและภายในอีกด้วย การเลือกใช้วัสดุ ซึ่งวัสุดที่เลือกใช้ทั่วไปมักจะหาได้จากท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งเป็นการนำวัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติมาปรับใช้เป็นวัสดุในส่วนต่างๆของตัวบ้าน ตั้งแต่หลังคาจนถึงวัสดุปูพื้น เพิ่มเสน่ห์ให้ผนังด้วย 'ไม้ไผ่'   วัสดุประเภทไม้ไผ่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ตกแต่งอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากคุณสมบัติเด่นของไม้ไผ่มีความเหนี่ยวและยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถดัดโค้งได้อย่างอิสระ นอกจากนั้นคุณค่าของตัสไม้ไผ่เองยังช่วยสร้างบรรยากาศและให้อารมณ์ถึงความเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้วไม้ไผ่สามารถนำไปใช้ในงานได้หลายพื้นที่ด้วยกัน แต่บริเวณผนังจะถูกนำไปใช้สูงสุด เพราะตัวไม้ไผ่มีแกนเป็นแนวตรง เมื่อนำมาวางซ่อนเรียงกันจะกลายเป็น Pattern ของผนังได้อย่างลงตัว และที่สำคัญยังมีความแข็งแรงสูงไม่แพ้วัสดุผนังอื่นๆ ไม้ไผ่กับข้อดีที่สามารถทำได้ทุกอย่าง เนื้อไม้มีความหนาแน่น มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อแรงกดบนเนื้อไม้ 'หญ้าแฝก' เติมเต็มความเป็นธรรมชาติ   หญ้าแฝกเป็นอีกหนึ่งวัสดุทางเลือกที่หาได้จากธรรมชาติ ซึ่งหาได้ง่ายและสามารถนำมาแปรรูปในงานก่อสร้างและตกแต่งภายในได้หลากหลาย ซึ่งส่วนมากจะถูกนำมาใช้งานมุงหลังคา เนื่องจากคุณลักษณะของหญ้าแฝกเองมีการยึดเกาะกันของตัวหญ้าหนามากกว่า 5 ชั้น...
… ช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ หลายต่อหลายคนอาจมีโครงการรีโนเวทที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่อยู่ ซึ่งการต่อเติมหรือการปรับเปลี่ยนในเรื่องของที่อยู่อาจสงสัย มีทั้งข้อดีข้อเสียและข้อที่ควรรู้ก่อนลงมือทำ และในบทความรีโนเวทในสัปดาห์นี้พวกเรา Homedeedee เลยอยากแนะนำข้อควรระวังกับ 7 สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนรีโนเวทที่อยู่อาศัย 1.ศึกษาข้อกฎหมาย   สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ “ขออนุญาต” จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และต้องได้รับอนุญาต โดยมีการยื่นแบบแปลนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้ทางพนักงานได้รับทราบ พร้อมด้วยชื่อผู้รับเหมา วิศวกร และสถาปนิกอย่างครบถ้วน และต้องได้รับการขออนุญาต ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการต่อเติมแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องทำการขออนุญาตให้เสียเวลา ในความเป็นจริงมีบางส่วนที่ถูกยกเว้นไว้ นั่นก็คือการเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อที่ไม่เกินไปกว่า 5 ตารางเมตร ไม่ว่าจะในแนวราบหรือแนวสูง โดยจะต้องไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนคานและเสา 2.ทำความเข้าใจกับเพื่อนบ้าน   ปัญหาหาหลักๆอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือกใช้วัสดุ หรือตัวโครงสร้างของอาคาร แต่กลับเป็นเพื่อนบ้านของเรานี่เอง ดังนั้นก่อนปรับเปลี่ยนหรือรีโนเวทที่อยู่อาศัย ควรบอกกล่าวและทำความเข้าใจกับเพื่อนบ้านของเราให้ดีก่อน โดยอาจนำของขวัญ กระเช้าดอกไม้ เพื่อเป็นการผูกสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว 3.ออกแบบให้ตรงกับความต้องการ   ไหนๆก็รีโนเวทแล้วทั้งที ควรเลือกสไตล์การออกแบบให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ซึ่งนั้นหมายถึงทั้งสไตล์การตกแต่งและฟังก์ชันการใช้งานด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นต้องมองถึงองค์ประกอบภาพรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น mood and tone การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่ง เป็นต้นฯ 4.เลือกสไตล์การตกแต่งที่ใช่   โจทย์หลักที่ทำให้คนเราต้องรีโนเวทบ้าน เพราะนอกจากต้องการขยายพื้นที่การใช้งาน แต่ยังรวมไปถึงต้องการตกแต่งในรูปแบบที่ต้องการ ดังนั้นการตกแต่งจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากการศึกษาข้อกฎหมายก่อนทำการรีโนเวท เพราะการตกแต่งก็ต้องมีการหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกัน 5.จัดฟังก์ชันเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน   การตกแต่งที่สวยงามอาจไม่ช่วยอะไรเลย หากไม่สามารถจัดฟังก์ชันการใช้งานให้เหมาะกับพฤติกรรมของเราได้ ดังน้ันการจัดฟังก์ชันการใช้งานจึงไม่เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม...
Q&A : OF THE WEEK …. ปัญหาที่พบเป็นอันดับหนึ่งของการเลือกที่อยู่อาศัย คงหนีไม่พ้นขนาดของพื้นที่จำกัด ซึ่งหลายคนคิดไม่ตกเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ว่าจะใช้วิธีไหนหรือจะตกแต่งอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์ใช้สอยตามที่ต้องการ ดังนั้นในบทความถามตอบ (Q&A) ของเราในสัปดาห์นี้ จะพาเพื่อนๆทุกคนไปออกแบบ "พื้นที่เล็กกับไอเดียที่ไม่เล็กตาม" กับ 5 เทคนิคที่พวกเรา Homedeedee อยากบอกต่อ Q : แต่งห้องในพื้นที่แคบยังไงให้กว้าง   คำถามการจัดพื้นที่ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามของนักบาสเกตบอลหนุ่มสุดหล่อ ที่กำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดมิเนียม และต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ภายในที่มีขนาดเล็ก จึงพยายามหาวิธีและได้ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการออกแบบจากเรา ตัวอย่างแปลนที่ส่งมามีขนาด 20 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กที่สุดในประเภทห้องภายในคอนโดฯ และแน่นอนว่ามาพร้อมกับลักษณะแบบแปลนแนวยาวตอนลึก ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในส่วนของข้อดีคือสามารถแบ่งสัดส่วนแบบการกั้นได้ค่อนข้างลงตัว แต่ข้อเสียคือความอึดอัดของการใช้งานและจัดฟังก์ชันได้ค่อนข้างยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เพราะพวกเราได้รวบรวม 5 เทคนิค ที่จะช่วยให้พื้นที่แคบกว้างขึ้นเป็นเท่าตัว A : จัดพื้นที่แบบแนวตั้ง   เทคนิคแรกคือการเลือกจัดประโยชน์ใช้สอยแบบแนวตั้งทั้งหมด ถ้าใครนึกภาพไม่ออกอยากให้นึกถึงรูปแบบของการทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่เฟอร์นิเจอร์จะติดกับผนังทั้งหมด ทำให้เหลือพื้นที่ใช้สอยบริเวณแนวราบมากขึ้น แต่ต้องขอบอกก่อนว่าค่าใช้จ่ายในการทำเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ค่อนข้างสูง แต่สำหรับใครที่ไม่อยากทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบน้อยชิ้นก็สามารถทำให้ห้องดูสะอาดตาขึ้นได้ หรืออาจเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบโปร่งก็จะช่วยลดความอึดอัด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในห้องได้ดียิ่งขึ้น A : เลือกแบ่งพื้นที่ด้วยฉากกั้นแทนกำแพงทึบ   เทคนิคที่ 2 อย่างการแบ่งพื้นที่ด้วยฉากกั้นแทนการปิดด้วยผนังทึบ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้งานให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น...
… ในสัปดาห์เริ่มต้นเดือนพฤศจิกายน พวกเรา Homedeedee จะขอพาเพื่อนนักอ่าน-นักลงทุนทุกท่าน ไปทำความรู้จักคอนโดมิเนียมในเครือ Ananda development อย่าง 'Elio Del Nest (เอลลิโอ เดล เนสท์)' ที่ตั้งอยู่ในซอยอุดมสุข 39 ใจกลางเมืองที่เป็นถนนสายเศรษฐกิจเส้นหนึ่งของกรุงเทพฯ และที่สำคัญไปกว่านั้นโครงการนี้ยังมาพร้อมส่วนกลางแบบจัดเต็ม ถึง 4 ไร่ด้วยกัน PROJECT :    สถาปัตยกรรมหลักของตัวอาคาร ถูกออกแบบในลักษณะสี่เหลี่ยมโอบล้อมพื้นที่ส่วนกลาง ขนาด 4 ไร่ ที่ถูกแบ่งสัดส่วนออกเป็นสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียว โดยหลักการออกแบบจะเน้นไปที่ Landscape Design เพื่อเนรมิตรพื้นที่สีเขียวขึ้นมาและแน่นอนว่า identity ของโครงการ Elio Del Nest (เอลลิโอ เดล เนสท์) คือการสร้างสังคมใจกลางเมือง ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น FACILITIES   "เติมเต็มการใช้ชีวิตด้วย พื้นที่สีเขียว" ลองหลับตานึกภาพถึงพื้นที่สีเขียวใจกลางอุดมสุข แน่นอนว่าคงนึกไม่ออก แต่สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของ โครงการ Elio Del Nest...
Q&A : OF THE WEEK …. บทความถาม-ตอบ (Q&A) ของเราในสัปดาห์นี้ มาพร้อมคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือก 'ประตู' ซึ่งเป็นคำถามจาก Marketing หนุ่มสุดหล่อ ที่มีข้อสงสัยและกำลังตัดสินใจเลือกใช้ประตูภายในที่อยู่อาศัยของตนเอง และแน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาคือ จะเลือกประตูแบบไหนให้เหมาะกับพื้นที่จำกัด แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสวยงามในเรื่องของดีไซน์ ที่สามารถเข้าได้กับงานออกแบบภายใน Q : เลือกประตูแบบไหน ช่วยประหยัดพื้นที่   ต้องขอบอกก่อนเลยว่าประตูมีหลายประเภท แต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ใช้งานในพื้นที่แตกต่างกัน ซึ่งอยู่กับพื้นที่ใช้งานและสไตล์การตกแต่ง ดังนั้นในวันนี้พวกเรา Homedeedee เลยมาไขข้อข้องใจสำหรับใครที่กำลังเลือกไม่ถูกว่า จะใช้ประตูประเภทไหนในการตกแต่งภายในสำหรับที่อยู่อาศัยของตัวเอง A : ประตู 5 แบบ 5 สไตล์   1. ประตูบานเปิด A : ประตูลักษณะนี้จะติดตัวบานพับไว้ในด้านใดด้านหนึ่งของประตู ประตูแบบนี้จะใช้งานด้วยการดึงเข้าดึงออก หรือผลักบานประตู ซึ่งประตูในรูปแบบนี้จะใช้พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมากในการเปิดประตู และจะต้องเผื่อเนื้อที่สำหรับการเปิดประตูด้วย สามารถเปิดได้กว้างถึง 180 องศา และเป็นประตูที่ได้รับความนิยมมากเพราะหาซื้อง่ายและใช้งานง่าย ซึ่งประตูบานเปิดจะมีทั้งแบบบานเดี่ยวและแบบบานคู่ ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ใช้สอย และความกว้างของทางเข้าที่เราต้องการ ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ภายในบ้านเป็นหลัก เหมาะเป็นทั้งประตูหน้าบ้านหรือประตูห้องต่าง ๆ เช่น...