หน้าแรก แท็ก รีโนเวทบ้านเก่า

แท็ก: รีโนเวทบ้านเก่า

Baan Prachachuen เปลี่ยนทาวน์เฮ้าส์หลังเก่า เป็นทั้งบ้านและสตูดิโอออกแบบ Rakchai Architects จากทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่มีอายุ 30 กว่าปี ของครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกันมานาน จนเกิดปัญหาชำรุดเสียหาย ยิ่งนานวันผู้อาศัยยิ่งรู้สึกถึงความอึดอัดทึบตัน ก่อนจะตัดสินใจรีโนเวทปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของครอบครัว และต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเปิดเป็นสตูดิโอออกแบบขนาดเล็ก สู่ “บ้านประชาชื่น” เจ้าของและสถาปนิกผู้ออกแบบคือคุณนัท รักษ์ชัย นรธีร์ดิลก ชายหนุ่มเล่าให้เราฟังว่า "บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านประชาชื่น เป็นบ้านของครอบครัว ที่อาศัยอยู่กันมานานเกือบ 20 ปี โดยมีสมาชิกทั้งหมด 6 คน เดิมทีเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ซึ่งโครงสร้างเดิมเป็นของการเคหะ หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน ด้วยความที่คุณพ่อเองท่านก็เป็นสถาปนิก ก็ได้ทำการรีโนเวทปรับปรุงซ่อมแซมไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัด จึงยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานเต็ม 100% นัก โดยช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บ้านที่อาศัยอยู่มานานก็เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมจากพื้นด้านล่าง เนื่องจากถนนหน้าบ้านถูกถมสูงขึ้นจากปกติ รวมไปถึงปัญหารางน้ำกลางบ้านที่ซึมจากหลังบ้าน อีกหนึ่งปัญหาสุดคลาสสิกที่อาจพบได้ทั่วไป" คุณนัทเล่าต่อว่า “เมื่อสมาชิกในครอบครัวเริ่มเติบโตและเรียนจบ จึงได้มีการปรึกษาพูดคุยตกผลึกร่วมกัน...
Haru House แต่งบ้านให้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในคาเฟ่ทุกวัน จากธุรกิจบ้านเช่าที่ทำอยู่หลายปี ต่อยอดสู่ธุรกิจรีโนเวทบ้านขาย เจ้าของคือคุณปัน จากเพจ บ้าน MUJI Minimal Style by Sissay Group ที่โด่งดังในโลกโซเชียล กับแบบบ้าน MINIMAL & MIJI กลิ่นอายคาเฟ่ ที่ได้รับการแชร์อย่างล้นหลาม หญิงสาวเล่าว่า บ้านหลังแรก ที่เข้ามาจับธุรกิจรีโนเวทบ้านขาย คือ Hana House ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ต้องการจับกระแสไลฟ์สไตล์คาเฟ่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่นยุคใหม่ที่หลงใหลการไปนั่งชิลล์ตามคาเฟ่ คุณปันเล่าต่อว่า ในช่วงที่เกิดโควิด หลายคนพยายามจะเฟตตัวเองจากคอนโดมาอยู่บ้าน แต่การที่จะซื้อบ้านราคาแพงแต่อยู่นอกเมือง หรือกลางเมือง ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หากขยับเข้ามาในเมืองราคาก็จะสูงขึ้น เธอจึงมองว่าหากเป็นบ้านมือสอง ที่นำมารีโนเวทแปลงโฉมใหม่ ให้คนได้อยู่ในเมืองพร้อมราคาที่ไม่แพงมาก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จับต้องได้จริง สำหรับคอนเซ็ปต์ในการรีโนเวทบ้านแต่ละหลังนั้น หญิงสาวได้บอกกับเราว่า “ด้วยความที่ชอบไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ทุกปี จึงเกิดความคลั่งไคล้หลงใหลในความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น อบอุ่นในแบบมินิมอลมูจิ ซึมซับเรื่อยมาโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นว่าเมื่อเราไปคาเฟ่โทนสีขาวคลีนๆ อบอุ่นด้วยงานไม้ ก็จะรู้สึกอินมาก ซึ่งเพื่อนเราเองก็เป็นสายคาเฟ่เช่นกัน ก็พากันไปทุกวันหยุด...
บ้านไม้เก่า 2 หลัง อายุมากกว่า 50 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย กับสภาพอาคารที่ทั้งเก่า และชำรุดทรุดโทรมไม่ต่างจากบ้านร้างชวนขนลุก ก่อนจะได้รับการปลุกชีวิตให้พื้นที่อีกครั้ง สร้างสรรค์สู่ Tamarind Bistro and Music House คาเฟ่ ร้านอาหาร และ Music House ที่ดึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ รองรับการพักผ่อนในช่วงเวลาที่ต่างกันออกไป เจ้าของคือ คุณชนกานต์ ห้อยยี่ภู่ ผ่านการออกแบบของทีมสถาปนิกจาก BodinChapa Architects ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างที่ค่อนข้างจำกัด จึงต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด นั้นจึงเป็นโจทย์ความท้าทายของสถาปนิก ซึ่งต้องเปลี่ยนภาพบ้านร้างอันคุ้นชินตาของผู้คนในระแวกนั้น ให้กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์รองกิจกรรมอันหลากหลาย ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ที่ผสมผสานวัสดุสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน ไม่รู้สึกแปลกแยกแม้แต่น้อย เมื่อได้รับโจทย์จากผู้เป็นเจ้าของ สถาปนิกจึงได้ทำการสำรวจสภาพอาคารหลังเดิม และพยายามตีโจทย์ด้วยการดึงเอกลักษณ์ของพื้นที่เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ โดยยังคงเก็บรักษากรอบโครงสร้างเดิมของบ้านไม้หลังเก่าไว้ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านเป็นพุ่มสวยงามให้ร่มเงาอยู่ทั่วบริเวณผู้ออกแบบจึงได้พยายามเชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอก เพื่อลดความทึบตันของสเปซภายใน และใช้เอฟเฟกต์ที่เกิดจากต้นไม้ในรูปแบบต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบได้อย่างน่าสนใจ แม้ตัวบ้านจะได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่โครงสร้างของอาคารยังคงรูปแบบเดิมตามวัตถุประสงค์หลัก ขั้นแรกสถาปนิกได้ถอดผนังช่วงบนของบ้านออกแล้วเก็บโครงคร่าวไม้ไว้ จากเดิมที่เป็นผนังไม้ตีปิดทึบ ทำให้เกิดความทึบตัน ได้ถูกแทนที่ด้วยแผ่นโพลีคาร์บอเนตสีใส นำมาตัดขนาดเท่าหน้าไม้เดิม...
ชุบชีวิตบ้านขนมปังขิง (Ginger bread House) กับเสน่ห์ของวันวาน บ้านเก่าโบราณเลขที่ 47 ย่านเสาชิงช้า ถูกปิดมายาวนานกว่าร้อยปี ทุกอณูซ่อนไว้ด้วยความทรงจำแห่งวันวาน ความอบอุ่นของครอบครัวในยุคสมัยนั้น ได้ถูกปลุกชีวิตให้กลับมามีชีวาอีกครั้ง ในบรรยากาศของร้านกาแฟกึ่งพิพิธภัณฑ์ ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นเรือนพักอาศัย เผยให้เห็นร่องรอยของกาลเวลา รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม ข้าวของเครื่องใช้ ที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกหลานได้ร่วมซึมซับไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยก็ตาม บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 106 ปีก่อน (ช่วง พ.ศ. 2456) ในรูปแบบของบ้านขนมปังขิง Ginger bread House ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก นับเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 4-5  เจ้าของ ณ ขณะนั้น คือขุนประเสริฐทะเบียน (นายขัน) และ อำแหน่งหน่าย สกุลพราหมณ์ ผู้เป็นภรรยา ความงดงามอ่อนช้อยของลวดลายฉลุ สะท้อนถึงความละเอียดละออ ปรากฎให้เห็นตามบานหน้าต่าง ชายคา ลูกกรง และระเบียง โดยนายขันได้ออกแบบบ้านเองทั้งหมด นอกจากนี้หากได้พินิจพิจารณารายละเอียดความประณีตต่างๆ จะเห็นว่าช่องลมทุกช่องภายในบ้าน ได้ถูกสลักอักษร “ขัน”...
ขมิ้น Camin Cuisine & Cafe อบอุ่นในบ้านหลังเก่าที่คุ้นเคย จากบ้านเก่า 2 หลัง ที่ตั้งอยู่เคียงกัน มีอายุประมาณ 40-50 ปี ตั้งอยู่ในซอยประเสริฐมนูกิจ 2 เดิมทีเป็นบ้านสไตล์ Mid Century ผ่านการออกแบบด้วยเส้นสายอันเรียบง่าย รูปทรงไม่ซับซ้อน จึงยังคงความคลาสสิคร่วมสมัยจนถึงยุคปัจจุบัน ได้ถูกพลิกฟื้นคืนชีวิตสู่ ขมิ้น Camin Cuisine & Cafe ด้วยความตั้งใจของคุณเบียร์ จุฑาทิพย์  เพชรเรือนทอง ผู้เป็นเจ้าของร้าน บ้านทั้งสองหลัง ได้รับการบูรณะปรับปรุงใหม่ในสไตล์ของ “ขมิ้น” ถ่ายทอดสู่งานสถาปัตยกรรมที่มีความร่วมสมัย โดยรักษาโครงสร้างเดิมเอาไว้มากที่สุด ผ่านการออกแบบที่สะท้อนถึงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย หลอมรวมศิลปะทางภาคใต้มาใช้ในการตกแต่งได้อย่างมีเสน่ห์ และยังคงเก็บกลิ่นอายและเอกลักษณ์ของบ้านในยุค Mid Century ไว้อย่างชัดเจน โดยเชื่อมบ้านทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยสวนทรอปิคอล (Tropical Garden) ที่ให้ความร่มรื่น สดชื่นสบายตาในทุกมุมมอง ภายใต้ชื่อของ ขมิ้น หลายคนคงพอจะรู้จักกันดีว่าเป็นพืชสมุนไพรล้มลุก ตระกูลเดียวกับขิงและข่า...
มาใช้ชีวิตด้วยกันที่จันทบุรี One Chan Farmstay - วันจันทร์ ฟาร์มสเตย์ จากบ้านไม้สองชั้นหลังเก่าที่มีอายุกว่า 70 ปี เดิมทีเป็นบ้านที่คุณพ่ออาศัยอยู่ ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นคุณตาคุณยาย ได้ถูกแปลงโฉมขึ้นใหม่อีกครั้งสู่ One Chan Farmstay - วันจันทร์ ฟาร์มสเตย์ ที่ตั้งอยู่ในสวนมังคุด จังหวัดจันทบุรีแห่งนี้ เจ้าของคือคุณบับเบิ้ล กรกฎ พวงสวัสดิ์ นักแสดงอารมณ์ดีมากความสามารถ ที่ตั้งใจเนรมิตพื้นที่แห่งนี้เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาแบ่งปันความสุข พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น และยังจะได้สัมผัสวิถีเกษตรอย่างใกล้ชิด กับบรรยากาศที่เป็นกันเอง เสมือนมาพักบ้านญาติผู้ใหญ่ที่แสนอบอุ่น     คุณบับเบิ้ล เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีว่า “ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว ทำให้มีโอกาสไปพักตามโรงแรม รีสอร์ทหลากหลายที่ จนวันหนึ่งเกิดความฝันอยากสร้างที่พักในแบบที่เราชอบ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์นี้ ให้ผู้มาเยือนได้เข้ามาแชร์รอยยิ้ม ความสุขไปด้วยกัน ผมจึงใช้เวลาตระเวนหาอยู่นาน มองหาหลายที่มาก จนเกือบจะเซ็นสัญญาที่นึงในกรุงเทพฯ แต่ด้วยค่าเช่าที่ค่อนข้างแพง หลายคนก็เตือนว่าจะไม่คุ้ม ผมก็เลยกลับมาคิดว่าเราเองก็มีที่อยู่จันทบุรี ทำไมไม่กลับมาสร้างฝันในพื้นที่ของเราเอง ที่สำคัญคุณพ่อก็อายุมากขึ้นท่านก็อยู่แต่ในสวน ผมจึงตัดสินใจกลับมาสร้างฟาร์มสเตย์แห่งนี้ เหนือสิ่งอื่นใดก็เพื่อให้คุณพ่อได้มีกิจกรรมอื่นๆ ได้ทำด้วยกัน ท่านจะได้ไม่เหงา” จากโครงสร้างเดิมลักษณะเป็นบ้านไม้เก่าสองชั้น ตั้งอยู่ในสวนมังคุด...
ชุบชีวิตบ้านหลังเก่าสู่ "Maree House" กับบรรยากาศคลาสสิกย้อนยุค Maree Eatery House คาเฟ่และร้านอาหารในบ้านสีขาว เจือกลิ่นอายวินเทจสุดคลาสสิก ด้วยความที่พื้นที่เดิมตรงนี้เคยเป็นบ้านเก่ามาก่อน ทุกมุมจึงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของวันวาน ให้อารมณ์คล้ายนั่งทานข้าวอยู่ที่บ้านญาติผู้ใหญ่ จากเสน่ห์ปลายจวักของคุณแม่ช่อมาลี ที่รักในการทำอาหาร จึงพิถีพิถันทุกขั้นตอนอย่างชาววัง ให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มรสอาหารไทยสไตล์ฟิวชัน รสชาติจัดจ้านกลมกล่อมในแบบที่คุ้นเคย บ้านสีขาวสไตล์วินเทจสุดคลาสสิก พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็น 2 ชั้น เน้นโทนสีขาวและวัสดุไม้เป็นหลัก บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นไม่ต่างจากบ้านหลังเก่าที่คุ้นเคย สเปซภายในได้รับการจัดสรรอย่างต่อเนื่องลงตัว ให้เลือกใช้พื้นที่ได้อย่างอิสระตั้งแต่มุมเคาน์เตอร์ไม้ ที่มาพร้อมเก้าอี้บาร์ทรงสูงริมผนังกระจกใส ดูนุ่มนวลด้วยผ้าม่านโปร่งแสงสีขาว ไม่เพียงแค่ความสบายตา แต่ยังช่วยกรองแสงในยามกลางวันได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากนั่งชิลล์คนเดียวเพลินๆ และไม่ว่าจะมาเป็นคู่รัก ครอบครัวขนาดใหญ่ หรือกลุ่มเพื่อน บ้านมาลีก็มีมุมให้เลือกนั่งหลากหลายแบบ ทั้งมุมเก้าอี้สุดชิค หรือมุมโซฟาสุดนุ่ม ก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ ก่อนที่จะเปิดประตูก้าวเข้าไปอีกโซนของบ้านที่ยังคงกลิ่นอายบรรยากาศเก่าๆ ผ่านการออกแบบที่ยังคงเสน่ห์โครงสร้างเดิมของบ้านได้อย่างมีเอกลักษณ์ เพดานด้านบนที่ยังคงเผยให้เห็นท้องคานและพื้นไม้ชั้น 2 ขณะที่พื้นปูด้วยกระเบื้องโมเสค ยิ่งเสริมให้ส่วนนี้ดูคลาสสิกไม่น้อย ขึ้นสู่ชั้นสองก็สามารถเลือกนั่งแบบเป็นส่วนตัวบนเลาจน์แชร์ขนาดกะทัดรัด หรือในยามเย็นจะออกไปนั่งรับลม ทานอาหารเพลินๆ ในเอาท์เดอร์ด้านนอกก็ได้เช่นกัน สำหรับเมนูอาหารไม่ควรพลาดเริ่มจาก "หมูสะเต๊ะ โรตีสูตรคุณยาย" ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ประจำบ้านมาลี ที่ใครมาเป็นต้องสั่งทานเป็นออเดิร์ฟแทบทุกโต๊ะ ด้วยเคล็ดลับความอร่อยของน้ำจิ้มตำรับชาววัง เมื่อทานคู่กับโรตีทอดร้อนๆ ราดด้วยน้ำอาจาด...
BO TREE อบอุ่น คุ้นลิ้น ในบ้านหลังเก่า หลายคนเคยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  A Little While  ร้านอาหารกลางสวนสวยบนถนนประเสริฐมนูกิจ ปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น BO TREE และย้ายมาตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 32 เจ้าของคือคุณณัฐลดา กีรติโกศล ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารไทยสไตล์ฟิวชันจากรสมือแม่ ซึ่งเดิมทีคุณพ่อคุณแม่ของเธอเปิดร้านอาหารไทยโบราณชื่อ “ต้นโพธิ์” ในย่านท่าพระอาทิตย์ เมื่อประมาณ 30 – 40 ปีที่แล้ว เมื่อคุณพ่อเสียร้านต้นโพธิ์ก็ได้ปิดตัวลง แต่ด้วยความที่ครอบครัวรักและมีฝีมือการทำอาหารเป็นทุนเดิม จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านอีกครั้งโดยยังคงใช้ชื่อเดิมคือ “ต้นโพธิ์” แต่เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแทนจึงเป็นที่มาของชื่อ "BO TREE" นั่นเอง โดยได้คุณศิริวิทย์ ริ้วบํารุง จาก Little Tree garden ซึ่งเป็นญาติกัน เข้ามาช่วยดูแลออกแบบแต่งร้านและแต่งสวนให้จากบ้านหลังเก่าอายุกว่า 60 ปี ได้ถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่อีกครั้งสู่คาเฟ่และร้านอาหารสไตล์มินิมอลโทนสีขาวสะอาดตา ตัดด้วยสีเขียวของพรรณไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นต้นองุ่นทะเล หูกระต่าย กระบองเพชร เฟิร์นขณะเดียวกันทางเดินในสวนโรยด้วยหินกรวดแม่น้ำ ไม่เพียงแค่ความสวยงามแต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น...
The state of being happy สุขกาย สบายใจ ที่บ้านหลังนี้ “เขมจิตต์” “เขมจิตต์มีความหมายว่า สุขใจ สบายใจ ที่มาของคำนี้เกิดจากการได้ฟังเพลงที่ชื่อว่าบ้านและสวน ของ Mola mola sunshine! ในเนื้อเพลงสื่อถึงความรู้สึกอบอุ่น สุขใจอยู่ในบ้าน ซึ่งตรงกับแนวคิดที่อยากให้สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ เขมจิตด์ ซึ่งว่าคำว่า เขม นั้นมาจากคำว่า เกษม-สุข และจิต ก็คือจิตใจ” คำกล่าวของคุณเบส ธนาพล วงศักดา หนุ่มหล่อเจ้าของ เขมจิตต์ คาเฟ่ แอนด์ เบด Khemjit cafe' and bed ที่ตั้งอยู่บนถนนสุรนารายณ์ซอย 15 จังหวัดนครราชสีมาแห่งนี้ สำหรับจุดเริ่มต้นของ Khemjit cafe' and bed นั้นคุณเบสเล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้านี้ผมทำธุรกิจโรงแรมชื่อว่า Triple...
ชช เรื่องราวความประทับใจ กลายเป็นรักสุดโรแมนติก จากอิตาลี...สู่คาเฟ่สไตล์อิตาเลียนย่านบางกรวย ลึกเข้าไปในซอยวัดตะเคียน ย่านนนทบุรี ภาพของบ้านหลังเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ได้รับการแปลงโฉมใหม่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในสไตล์อิตาเลียนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันงดงาม แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของโลกตะวันตกได้อย่างมีศิลปะ ทั้งหมดล้วนเป็นความตั้งใจของคุณเกรซ ธนมาศ อัษฎมงคลพันธ์ และคุณนิโคลา เอเบร์เล่ ชาวอิตาเลียน คู่รักที่ตกหลุมรักกัน ณ ประเทศอิตาลี กับเรื่องราวความประทับใจ กลายมาเป็นความโรแมนติก ไม่เพียงแค่หุ้นส่วนร้าน แต่ทั้งคู่ยังเป็นหุ้นส่วนชีวิตของกันและกันอีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่คุณเกรซเธอไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน Fashion Entrepreneur ที่มิลาน เมืองแห่งแฟชั่นและศิลปะที่มีชื่อเสียงของโลก ด้วยความที่เธอโปรดปรานของหวานเป็นทุนเดิม และหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของอิตาลีก็ต้องยกให้ไอศกรีมเจลาโต้แสนอร่อย ทำให้หลังเลิกเรียนสาวสวยมักจะชอบไปนั่งทานเป็นประจำ จนเกิดหลงใหลในรสชาติความเนียนนุ่ม ด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมตามสไตล์อิตาเลียนแท้ อย่างไม่อาจถอนตัว นั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากสร้างแบรนด์ไอศกรีมเจลาโต้เป็นของตัวเอง เมื่อกลับมาเมืองไทยได้สักระยะ คุณเกรซก็ตัดสินใจบินกลับไปเรียนทำเจลาโด้อย่างจริงจัง ที่เมืองเบอร์กาโม ประเทศอิตาลี และครั้งนี้เองเธอได้พบรักกับคุณนิโคลา เอเบร์เล่ บาริสต้าหนุ่ม ชาวอิตาเลียน ในร้านที่เธอมักจะแวะเวียนไปนั่งดื่มกาแฟแก้วโปรดอยู่เป็นประจำ เพราะความบังเอิญหรือพรมลิขิต จากเรื่องราวสุดโรแมนติก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่คุณนิโคลาจะย้ายมาเมืองไทย และต่อมาเขาก็กลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ และบาริสต้าของร้านในปัจจุบัน บ้านหลังเก่าพื้นที่ประมาณ 300 ตารางวา ซึ่งเป็นของพี่ชายคุณเกรซ...