หน้าแรก แท็ก รีวิว

แท็ก: รีวิว

สัปดาห์นี้พวกเรา Hoemedeedee ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโครงการ The MARQ Exquisite ราชพฤกษ์ – จรัญสนิทวงศ์ จาก ENRICH ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวระดับ Luxury 3 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเล ราชพฤกษ์ – จรัญสนิทวงศ์ ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงทุกด้าน และยังถือเป็นหนึ่งในโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ ที่มีการเจริญเติบโตสูงที่สุดอีกด้วย จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ตามพวกเราเข้ามาพร้อมกันได้เลยครับ The MARQ Exquisite ( ราชพฤกษ์ – จรัญสนิทวงศ์ )    The MARQ Exquisite ราชพฤกษ์ – จรัญสนิทวงศ์ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น พัฒนาบนพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่เศษ สไตล์โมเดิร์น โดยขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 100 ตร.ว. และมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 600 ตร.ม....
สำหรับบทความรีวิวคอนโดมิเนียมของเราในเดือนนี้ จะพามาพบกับโครงการ Kensington Phaholyothin 63 ซึ่งเป็นโครงการระดับ Luxury จากทาง Origin Property ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกโครงการ และที่สำคัญยังตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของถนนพหลโยธินย่านสะพานใหม่ ที่ต้องบอกว่าในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียววิ่งตัดผ่านครบทั้ง 16 สถานี จาก สถานีห้าแยกลาดพร้าว จนไปสุดปลายสถานีที่สถานีคูคต ตัวโครงการจะมีความน่าสนใจแค่ไหนบ้าง ตามพวกเรา Homedeedee.com เข้าไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ Architecture Design   "สถาปัตยกรรม English Modern Style" ... สำหรับสถาปัตยกรรมภายนอกของตัวอาคาร ถูกออกแบบให้เรียบง่ายด้วยรูปทรงเรขาคณิตทรงมาตรฐาน แต่มีการดีไซน์ในลักษณะของ English Modern Style โดยเน้นการใช้ Mood-Tone ของภายนอกอาคาร ที่มีการผสมผสานระหว่างสีขาวของตัวอาคาร ส่วนสีเทาอยู่ที่กรอบหน้าต่างพร้อมกับระแนงเหล็กเคลือบสี และสีน้ำตาลแซมเข้ามาเล็กน้อย จากวัสดุประเภทไม้ที่จะช่วยส่งให้บรรยากาศโดยรวมของโครงการ Kensington Phaholyothin 63 อบอุ่นน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ตัวโครงการ Kensington Phaholyothin 63 จัดเป็นคอนโดมิเนียมประเภท Low Rise มีความสูง 8 ชั้น รวมจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด...
วันนี้พวกเรา homedeedee มีโครงการที่น่าสนใจมาแนะนำกัน กับโครงการ “Urbanio Vibhavadi Chaengwattana” จาก Ananda Development ที่คราวนี้ขอส่งโครงการที่พักอาศัยแนวราบเข้าสู้ ซึ่งตัวโครงการจะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ตามพวกเราเข้ามารีวิวโครงการกันแบบเต็มๆได้เลยครับ   Urbanio Vibhavadi Chaengwattana เป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern ที่ใช้แนวความคิด ‘SETTLE YOUR OWN VISION’ โดยเน้นใส่ใจทุกรายละเอียดการออกแบบ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกฟังก์ชัน โดยพัฒนาอยู่บนเนื้อทั้งหมด 22-2-46.5 ไร่ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 221 ยูนิต แบ่งพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 180 ตร.ม. ไม่เพียงเท่านั้นยังเลือกออกแบบพื้นที่ใช้สอยในรูปแบบ Urban Design เพื่อสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตของสังคมเมือง บวกกับ location ที่ตั้งอยู่บนถนน วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน “ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์” ความโดดเด่นที่มีความแตกต่างของพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Urbanio Vibhavadi Chaengwattana คือการออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น...
... หลังจากที่พวกเราทีมงาน Homedeedee ได้พาเพื่อนนักอ่าน-นักลงทุนทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับคอนโดมิเนียมขนาดกลางและระดับลักซูรี่คลาสทั้งภาคเหนือ, ภาคอีสาน, และทางทิศตะวันออกอย่างชลบุรีกันแล้ว วันนี้มาปิดท้ายกับโปรเจครีวิวคอนโดมิเนียมนอกกรุงเทพฯ กับ 'D CONDO : กาญจนวนิช หาดใหญ่' ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจังหวัดสงขลา ตัวโครงการจะมีจุดเด่นและเอกลักษณ์น่าสนใจอะไรบ้าง ตามเข้ามาชมพร้อมกันได้เลยครับ INFO PROJECT   โครงการ 'D CONDO : กาญจนวนิช หาดใหญ่' ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตอบรับที่ดี และมีสาขากระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพราะรูปแบบของตัวโครงการมีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับตัวบริบทและจังหวัดที่ตั้งนั้นๆ เหมือนกับโครงการนี้เช่นกันที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา ดังนั้นการดีไซน์จึงได้ดึงเอากลิ่นอายและอัตลักษณ์บางอย่างของภาคใต้มาเป็นตัวสร้างภาพจำให้กับโครงการ สถาปัตยกรรมภายนอก : ด้วยรูปแบบของลักษณะอาคารของโครงการ D CONDO : กาญจนวนิช หาดใหญ่ จะไม่ได้มีความแตกต่างกับ D CONDO โครงการอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในแต่ละภูมิภาคมากนั้น คือเป็นอาคารทรงมาตรฐาน Low Rise สูงไม่เกิด 8 ชั้น แบ่งออกได้ 5 อาคาร รวมยูนิตทั้งหมด 1,268 แต่สิ่งที่ทำให้ตัวโครงการมีความโดดเด่น คือการเลือกจัดวางตัวอาคารให้สอดคล้องไปกับการดีไซน์ทางด้านภูมิสถาปัตยกรรม โดยเลือกวางตัวอาคารในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาว และเว้นช่องว่างบริเวณตรงกลางเอาไว้สำหรับพื้นที่ส่วนกลางอย่าง...
แวะเติมกำลังใจด้วยกาแฟคุณภาพคับแก้ว พร้อมสัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตของชาวอาข่า ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแด่ผู้ที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้     เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงศ์ ๖๙ HOK-KAO Coffee And Bed  ร้านกาแฟเล็กๆ บริเวณริมทางไปไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นชาวอาข่า คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากสองสามีภรรยาที่มีความตั้งใจอยากจะเปิดร้านกาแฟที่ก้าวออกจากกรอบของความเป็นกาแฟดอยสู่กาแฟของคนไทย จากคนปลูกกาแฟสู่เจ้าของร้านกาแฟสไตล์โมเดิร์นกลาสเฮ้าส์ ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟเลิศรสเปี่ยมไปด้วยคุณภาพดีให้กับลูกค้าที่มาเยือนได้ลิ้มลอง   คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นกลาสเฮ้าส์ที่มีพืชพรรณไม้นานาชนิดคอยต้อนรับส่งความสดชื่นให้ตั้งแต่หน้าร้านและเชื่อมไปยังภายในร้าน คาเฟ่โดยรวมเน้นความเป็นธรรมชาติจากวัสดุเปิดผิวอย่างไม้ และกระจกใสเพื่อให้มองเห็นวิวธรรมชาติโดยรอบได้โดยง่าย เหมาะสำหรับแวะพักผ่อนเพื่อเติมพลังให้ไปสู้จุดหมายอย่างปลอดภัย เมื่อเข้ามายังภายในร้านจะได้รับความอบอุ่นจากแสงไฟและวัสดุไม้ที่เป็นตัวช่วยจรรโลงให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ภายในร้านเจ้าของยังออกแบบให้มีขนาดไม่กว้างนักเพื่อจะได้ดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ส่วนเคาน์เตอร์บาร์ให้ความสูงอยู่ที่ระดับเอวเพราะลูกค้าจะได้สามารถมองเห็นได้ทุกขั้นตอนในการชง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราดื่มกาแฟจากคนทำกาแฟจริงๆ และกาแฟที่ร้านทุกแก้วต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ทางร้านใส่ใจเป็นอย่างดี นอกจากธรรมชาติภายนอกจะคอยส่งความสดชื่นผ่านกระจกใสเข้ามายังภายในร้านแล้ว ภายในยังเลือกปลูกต้นเมล็ดแดงไว้กลางร้านและก่อปูนเปื่อยล้อมเพื่อเป็นอีกจุดที่สามารถนั่งดื่มกาแฟคุณภาพดีพร้อมใกล้ชิดธรรมชาติไปในตัว เฟอร์นิเจอร์ภายในร้านเน้นวัสดุไม้ทั้งหมดเพื่อส่งความรู้สึกอันอบอุ่นและผ่อนคลายให้แก่ผู้ที่มาเยือน ในส่วนของสไตล์การตกแต่งร้านทางเจ้าของได้นิยามศัพท์เฉพาะที่เรียกว่า “Culture Wood and Plainly” คือการมาร้านกาแฟ ลูกค้าต้องไม่ได้แค่มาดื่มกาแฟ แต่ต้องมาดื่มด่ำวัฒนธรรม และวิถีชีวิต เจ้าของก็เลยพยายามที่จะใช้ความเป็นชาติพันธุ์อาข่าเข้ามาอยู่ภายในร้าน โดยการเลือกวัสดุใช้ไม้ไผ่ หญ้าคา และลายปัก มาตกแต่งเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นอาข่าให้ผู้มาเยือนได้เกิดความรู้สึกว่าที่นี้สามารถสร้างความสมดุลระหว่างวัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่ในทิศทางเดียวกันได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ด้านนอกยังมีโล้ชิงช้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาข่าให้ผู้มาเยือนได้เล่นกันแบบสนุกสนาน พร้อมกับเสพบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติรอบบริเวณร้านได้อย่างเต็มปอด “เมื่อคุณหกล้มเราขอเป็นกำลังใจให้คุณก้าวต่อไปเพื่อชีวิตใหม่ที่ดีกว่า” และนี้จึงเป็นที่มาของชื่อร้านที่ว่า “๖๙ HOK-KAO Coffee And Bed”...
มองฟ้าสีคราม ชมไร่ชาสีเขียว ที่ Choui Fong Tea House คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อิงแอบแนบชิดกับภูเขา   ได้บรรยากาศไอหนาวแบบฟินๆ ในช่วงหน้าหนาวนี้   เรื่อง สันติภาพ  หุมอาจ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงศ์ ใบชาที่ไร่ชาวฉุยฟงถือใบชาที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงรายเพราะด้วยประสบการณ์ในการทำไร่ชามากว่า 40 ปี ไร่ชาวฉุยฟงตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งอยู่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หรือระหว่างทางขึ้นดอยแม่สลองนั้นเอง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามทิ้งสายตาไปกับ ท้องฟ้า ภูเขา และไร่ชาสีเขียวที่อยู่เต็มบริเวณพื้นที่นี้   ท่ามกลางไร่ชาที่สวยงามอันเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย มีคาเฟ่สไตล์โมเดิร์น ทรอปิคอล ซึ่งผ่านการออกแบบจากสถาปนิก IDIN Architects คอยรองรับนักท่องเที่ยวให้มาแวะชิมเค้กชาเขียว เมนูเครื่องดื่มชา และจุดขายผลิตภัณฑ์ ที่มาจากไร่ ฉุยฟง แห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกหนึ่งที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงหน้าหนาวนี้ อาคารโมเดิร์นที่ตั้งโดดเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนเนินเขาโชว์ความสวยและทันสมัยอยู่กลางไร่ชาแห่งนี้ เป็นคาเฟ่ Choui Fong Tea ด้วยโครงสร้างคอนกรีตทรงสี่เหลียมที่ฝังตัวลงบนเนินดิน และมีพื้นที่บางส่วนที่ยื่นทะลุออกมาสู่แนวไร่ชาให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวิวอันธรรมชาติได้แบบพาราโนมา อาคารแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดชมวิวที่สามารถเห็นถึงวิถีการเก็บใบชาเพื่อมาเป็นวัตถุดิบของที่นี้ได้อีกด้วย จึงทำให้มั่นใจว่าวัตถุดิบของ Choui Fong...
รับมือกับสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย ด้วยการออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน และใช้วัสดุธรรมชาติเป็นตัวช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายตลอดทั้งปี   “เมืองไทยเมืองร้อน” ประโยคนี้ถือเป็นประโยคที่พูดกันอย่างหนาหูสำหรับสภาพอากาศที่ร้อนระอุของเมืองไทย ซึ่งส่งผลให้ใครหลายคนเลือกที่จะเปิดแอร์เย็นๆ อยู่ที่บ้านมากกว่าการที่จะออกไปไหนมาไหนในช่วงฤดูร้อน แต่นั้นก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแถมยังทำให้ภายในบ้านมีการใช้พลังงานไปอย่างสิ้นเปลือง บ้านหลายหลังได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อาจเพราะตอนปลูกสร้างไม่ได้คำนึงถึงเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของตัวบ้านที่เหมาะสมกับทิศทางลม สภาพแวดล้อมของพื้นที่รอบบ้าน และการเลือกใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการสร้างบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เราควรจะนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะนอกจากจะทำให้บ้านของคุณสวยงามและน่าอยู่แล้ว บ้านยังอาจเป็นบ้านที่ประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายให้กับคุณได้อีกด้วย วันนี้เรามีข้อควรปฏิบัติ 3 ข้อสำคัญที่จะมาเป็นตัวช่วยทำให้บ้านคุณเป็นบ้านประหยัดพลังงาน เช่นเดียวกับบ้านของ คุณ ช.นนทร์ เพ็ชญไพศิษฎ์ ที่ได้รับรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปี 2559  แบบบ้าน (Grace-08) ที่ออกแบบโดยบริษัทรับสร้างบ้านผู้นำเรื่องบ้านสไตล์โมเดิร์น Advance Home   1.สถาปัตยกรรม – การออกแบบ การออกแบบบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญในการรับมือกับแสงอาทิตย์ที่สอดส่องเข้ามายังภายในบ้าน การเปิดช่องลมถือเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรมีโครงสร้างที่บดบังหรือกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ เพื่อป้องกันแสงไม่ให้ส่องเข้ามายังภายในตัวบ้านจนเกิดการสะสมความร้อน ขณะที่ผนังบ้านก่ออิฐ 2 ชั้นช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกและสามารถกักเก็บความเย็นภายในไว้ได้ดีกว่าการก่ออิฐชั้นเดียว ประตูและหน้าต่างที่เปิดรับลมให้อากาศภายในหมุนเวียนและถ่ายเทได้ดีเลือกกรุกระจกสีเขียวใส เพื่อให้เกิดความรู้สึกเย็นสบายและปลอดโปร่ง โครงสร้างพื้นชั้นล่างปูด้วยพื้น Pre-Stressed Concrete Slab เพื่อลดความชื้นที่จะสามารถระเหยขึ้นมาจากพื้นดินและยังช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนหลังคาใช้วัสดุเมทัลชีทบุด้วยฉนวนกันความร้อน และยังติดตั้งฉนวนกันความร้อนใยแก้วที่มีความหนาถึง 6 นิ้ว บริเวณฝ้าเพดานเพื่อลดความร้อนที่จะเข้ามายังภายในตัวบ้านได้เป็นอย่างดี   2.สภาพแวดล้อม   สภาพแวดล้อมรอบบริเวณบ้านเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะมาช่วยทำให้บ้านมีอากาศที่สดชื่นและช่วยให้ผ่อนคลายจากความร้อนได้ อย่างที่บอกการเปิดช่องรับลมเป็นเรื่องที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าลมที่พัดผ่านมีทั้งลมเย็นและลมร้อน โดยลมเย็นจะพัดผ่านมาทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นเราควรเปิดช่องรับแสงและลมในทางทิศเหนือเป็นดีที่สุด การสร้างสระว่ายน้ำในบริเวณตัวบ้านสามารถทำให้เกิดสัมผัสทางความรู้สึกได้ เมื่อได้ยินเสียงน้ำเราจะเกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเย็นสบายยิ่งขึ้น เรื่องของสีก็มีส่วนช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลาย...
เหนื่อยมาแล้วทั้งปี ปีใหม่นี้มาเอาร่างกายไปพักผ่อนกันหน่อย ที่คาเฟ่กลางสวนสีเขียวกับบรรยากาศอัน ร่มรื่นชวนให้ผ่อนคลาย เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ นิตยสาร Life And Home และ เว็บไซน์ Homedeedee.com   ใกล้เข้ามาแล้วกับช่วงเทศกาลปีใหม่เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวหยุดยาวเอาร่างกายไปพักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยงาน เหนื่อยคน เหนื่อยความวุ่นวายกันมาตลอดทั้งปี และก็เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้ว่าหยุดยาวนี้จะไปเที่ยวไหนดี วันนี้โฮมดีดีจึงมีสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนมานำเสนอ เป็นคาเฟ่สวยๆ กลางสวนสีเขียวๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาให้กับคุณ มาดูกันว่าสวนสวยสีเขียวอันร่มรื่นจะมีที่ไหนกันบ้างไปติดตามกันเลยครับ   1. GARDENAI HOUSE   คาเฟ่กลางสวนสีเขียวสถานที่แรกที่เหมาะแก่การพักผ่อนคือ GARDENAI HOUSE ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว48 กรุงเทพมหานครนี้เอง ไม่ต้องออกเดินทางไปไหนไกลสำหรับคนชิลล์ที่ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพในช่วงปีใหม่ แน่นอนว่ากรุงเทพรถไม่ติดถนนโล่งขับสบายประหนึ่งว่าฉันเป็นเจ้าของถนนกันไปเลย ฮ่าๆๆ.... คาเฟ่กลางสวนแห่งนี้มีเนื้อที่อันร่มรื่นทั้งหมด 700 ตารางเมตร ตัวร้านเป็นสไตล์โมเดิร์นหลังคาทรงสโรปหรือที่เรียกกันว่าหลังคาเพิงหมาแหงน ผนังกว่า 80เปอร์เซ็นต์ กรุด้วยกระจกใส เชื่อมพื้นที่สีเขียวภายนอกเข้าสู่ภายในได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีพืชพรรณไม้น้อยใหญ่ที่คอยส่งความสดชื่นให้อยู่ตลอดทุกบริเวณพื้นที่ อาทิ ต้นคูณชมพู จิกน้ำ และพุดซ้อน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบ่อปลาคาร์บที่คอยแวกว่ายสร้างบรรยากาศให้ชวนผ่อนคลายอยู่ด้านหน้าของตัวร้านอีกด้วย ถือเป็นความธรรมชาติที่สมบูรณ์เหมาะแก่การมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดอย่างมาก ในขณะที่ร่างกายกำลังรับอากาศอันบริสุทธิ์อยู่นั้น ทางร้านก็มีเมนูขนมไทยที่เป็นสูตรต้นตำหรับเฉพาะของทางร้านให้เลือกลองเลือกชิมควบคู่กันไปกับการเสพบรรยากาศในเวลาเดียวกัน โดยเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้าน ได้แก่...
จัดมุมรับประทานอาหารแบบเอ้าต์ดอร์สุดชิลล์ที่บ้าน เปลี่ยนวันน่าเบื่อให้กลายเป็นวันพิเศษ เคยไหม? รู้สึกเบื่อหน่าย จำเจ กับมุมรับประทานอาหรเดิมๆที่บ้านที่ดูยังไงก็ไม่เข้าตาสักที วันนี้  Homedeedee จึงขอชวนคนขี้เบื่อมาเปลี่ยนบรรยากาศในการรับประทานอาหารให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น กับ 7 ไอเดียจัดมุมรับประทานอาหารแบบเอ้าต์ดอร์ที่บ้าน ที่เด็ด ไม่ซ้ำใครแน่นอน ไปชมกันเลยค่ะ   1. เบื่อแล้วใช่ไหมคะ ที่ต้องนั่งรับประทานอาหารในบ้านแบบเดินทุกวัน ลองเปลี่ยนพื้นที่ว่างๆของชั้นลอยให้กลายเป็นมุมรับประทานอาหารแบบเอ้าต์ดอร์ดูสิคะ โดยนำชุดโต๊ะรับประทานอาหารในแบบเรียบง่ายจากวัสดุไม้มาจัดวางที่บริเวญนี้ พร้อมใช้ประโยชน์จากวิวทุ่งนาทำหน้าที่สร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหารอย่างมีความสุข เพียงเท่านี้ก็ไม่อยากลุกออกจากบ้านไปไหนแล้ว   2. สำหรับบ้านใครที่อยู่ติดริมน้ำ ลองสร้างเทอร์เรสยื่นออกไปที่ริมน้ำ พร้อมจัดเป็นมุมรับประทานอาหารในแบบเอ้าต์ดอร์ สำหรับครอบครัวและคนพิเศษ หรือจะจัดเป็นมุมปาร์ตี้แบบส่วนตัวกับเพื่อนฝูงก็สามารถทำได้ไม่ยาก แถมยังได้บรรยากาศร่มรื่นของธรรมชาติรอบบ้าน มาสร้างสีสันให้กลับชีวิตให้ดูไม่น่าเบื่อ   3. เบื่อทานข้าวที่บ้านแต่ไม่รู้จะออกไปที่ไหนดี? ลองใช้พื้นที่ว่างในสวนหลังบ้านจัดเป็นมุมรับประทานอาหารในแบบเรียบง่าย โดยเลือกใช้ชุดโต๊ะรับประทานอาหารรูปทรงเพียวบางมาจัดวางไว้ในตำแหน่งที่หันหน้าเข้าหาสวน เพื่อให้ความชุ่มชื้น ร่มเย็นของต้นไม้ช่วยละลายความรู้สึกแย่ๆพบเจอมาให้กลับดีขึ้นทันที แถมยังเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษอีกด้วย   4. สำหนับบ้านของท่านใดที่มีพื้นที่อาร์ดสเคปเหลือเยอะ แต่ไม่รู้จะตกแต่งอย่างไรดี ลองจัดเป็นมุมนั่งชิลล์รับลมเย็นๆนอกบ้านดูสิคะ หรือสร้างกิจกรรมร่วมกันกับคนในครอบครัวด้วยการจัดเป็นโต๊ะรับทานอาหาร ใต้ต้นไม้ใหญ่มาสร้างบรรยากาศร่มรื่นชวนพักผ่อนใต้ร่มเงาไม้ พลางทานอาหารมื้ออร่อยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว เพียงเท่านี้ได้ลิ้มรสความสุข และคลายความเหงาได้ในทันที     5. พื้นที่ว่างในสวนเล็กๆ หากปล่อยทิ้งไว้นานๆก็รก ลองเลือกสักมุมหนึ่งในสวน จัดเป็นมุมรับประทานอาหาร โดยเลือกใช้วัสดุจากแผ่นไม้จริงมาออกแบบให้กลายเป็นชุดรับประทานอาหารอย่างง่าย ใช้เป็นมุมทานอาหารสำหรับครอบครัว หรือนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนฝูง ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยค่ะ   6. คอร์ดว่างหลังบ้าน ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆก็ดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา ลองนำชุดโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็กมาตกแต่งไว้กลางแจ้งดูสิค่ะ พร้อมเพิ่มพร็อพเก๋ๆ อย่างร่มกลางแจ้งมาช่วยบังแดด แถมยังเพิ่มความน่ารักให้กับสวนยิ่งขึ้น...
ให้ธรรมชาติบำบัด สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดและผ่อนคลายไปกับเสียงน้ำไหล พร้อมริมรสชาติอาหารและเครื่องดื่มที่พร้อมเสิร์ฟจาก “ BARK AND MORE ” เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ รัก ปลัดสิงห์     ช่วงเทศกาลผลไม้แบบนี้คงหนีไม่พ้นจังหวัดระยองอย่างแน่นอน เพราะที่ระยองเขาขึ้นชื่อเรื่องผลไม้อย่างมาก อาทิเช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ เป็นต้น วันนี้ทีมงานโฮมดีดีจึงขอพาแฟนเพจบุกป่าลุยสวนเข้ามาเก็บผลไม้กันถึงที่ บวกกับคาเฟ่ท่ามกลางสวนในสไตล์ทรอปิคอล เซนต์ ที่เราจะมานำเสนอกันในวันนี้ครับ     Bake and more café ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้ของ “คุณต่อง-รวิศ สังฆรัตนะ” และมี คุณเตย-อภิญญา ธีรกุลเกียรติ เป็นเจ้าของคาเฟ่แห่งนี้  ทั้งสองมีความชอบในการทำขนมเค้กจึงอยากจะมีร้านคาเฟ่เป็นของตัวเองและอยู่ในสวนที่เป็นธรรมชาติ ในเมื่อมีที่ที่เหมาะสมและโอกาสมาถึงทั้งสองจึงไม่รอช้าที่จะเปิดคาเฟ่ตามความฝันของตนเอง     จากความชอบสู่ความลงตัว จับสวนในแบบที่ตนชอบและการทำขนมเค้กของภรรยามาไว้รวมกันอย่างลงตัว การดีไซน์และออกแบบร้านคุณต่องให้โจทย์กับทางสถาปนิกว่าต้องการให้ลูกค้าสัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด สถาปนิกจึงออกแบบร้านเป็น 2ส่วน indoor และ out door     ส่วนแรกโซน in door ภายในร้านใช้ประตูและหน้าตางบานเฟี้ยมกรุด้วยกระจกใสรอบร้านเพื่อให้ลูกค้าได้มองเห็นพืชพรรณไม้ที่อยู่ภายนอกร้านไม่ว่าจะเป็นสวนผลไม้ หรือสวนครอปิคอล เซนต์ ที่อยู่หน้าร้าน     เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายในร้านส่วนใหญ่เป็นไม้...