หน้าแรก แท็ก บ้าน

แท็ก: บ้าน

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนเต็มตัวแล้วในเดือนกรกฎาคมนี้ พวกเรา Homedeedee เลยมีเทคนิคสำหรับดูแลเฟอร์นิเจอร์ภายในที่อยู่อาศัยของเรา เพื่อให้เพื่อนๆได้เตรียมรับมือป้องกันและรักษาเฟอร์นิเจอร์ของเรา จะได้ไม่พังและไม่ต้องปวดหัวและเปลืองเงินกับการเปลี่ยนบ่อย จะมีเทคนิคอะไรน่าสนใจบ้างเข้ามาหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ :) ทำความรู้จักกับประเภทเฟอร์นิเจอร์ ก่อนอื่นเลยการที่เราจะทำความสะอาดและรักษาเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างถูกต้อง เราต้องเข้าใจรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทกันก่อนว่า เฟอร์นิเจอร์มีกี่ประเภท แบ่งออกได้กี่ชนิด และแต่ละประเภทมีวิธีการดูแลรักษาเบื้องต้นอย่างไรบ้าง เพราะอย่างลืมว่าหากเราทำความสะอาดและดูแลรักษาผิดประเภท อาจทำให้เฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ เฟอร์นิเจอร์ประเภทลามิเนต : รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ถูกผลิตขึ้นมาทำแทนวัสดุประเภทไม้จริง ทำให้มีทั้งส่วนดีและส่วนบกพร่องที่ควรพิจารณา ส่วนดีคือสามารถใช้ทดแทนวัสดุประเภทไม้จริงได้ทุกประการ มีความคงทนแข็งแรงในระดับมาตารฐาน และมีผิวสัมผัสที่สวยงามเหมือนธรรมชาติ ส่วนข้อที่ควรพิจารณา คือ หากเลือกใช้ลามิเนตที่ต่ำจะทำให้เกิดการหลุดล่อนได้จากการที่โดนความชื้น > วิธีการดูแลรักษา : สำหรับการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ประเภทลามิเนต อย่างแรกคือต้องเคลือบสารกันปลวกและความชื้น เพื่อป้องกันการผุกร่อนจากปัญหาดังกล่าว และระมัดระวังของมีคมที่อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาของการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ทั้งชื้นได้ เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังแท้ : เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ ค่อนข้างมีรายละเอียดของการดูแลรักษาปลีกย่อยเยอะพอสมควร แต่เราจะขอหยิบประเด็นของการดูแลรักษาหลักและได้ผลมาแชร์ หลักๆแล้วเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะมีความแข็งแรงอยู่ในระดับมาตรฐาน ซึ่งหนังแท้มักจะแข็งตัวและฉีกขาดได้เมื่อผ่านเวลาไปสักระยะหนึ่ง แต่แน่นอนว่าก็ยังคงมีเสน่ห์สวยงาม และเข้าได้กับสไตล์การตกแต่งหลากหลาย > วิธีการดูแลรักษา : การดูแลรักษาของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายุ่งยากก็ไม่เชิง แต่สิ่งที่ควรระวังที่สุดเลยคือไม่ควรทำความสะอาดด้วยน้ำในปริมาณมาก เพราะน้ำจะเข้าไปกัดหนังด้านในทำให้หนังเกิดอาการปวดพองได้ ดังนั้นควรใช้ผ้าแห้งหรือชุบน้ำหมาดๆทำความสะอาดแทน และเคลือบแว๊กซ์สำหรับเฟอร์นิเจอร์หนังซ้ำเพื่อให้เกิดความเงางาม เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังเทียม :...
เป็นที่ทราบกันดีว่าเดือนเมษายนของทุกปี ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว นอกจากอุณหภูมิความร้อนที่ทะลุไปเกือบ 40 องศาแล้ว ปัจจุบันยังเกิดวิกฤตค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินมาตรฐานจนมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับใครที่มีโรคประจำตัว อย่างภูมิแพ้อากาศและฝุ่นละออง หากยิ่งได้สัมผัสหรืออยู่ท่ามกลางมลภาวะเป็นเวลานานจะยิ่งส่งผลเสียกับสุขภาพและระบบทางเดินหายใจมากขึ้น  แม้ว่าไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการเดินออกไปนอกบ้านได้ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องการดูแลสุขภาพที่ทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ถูกต้อง จะยิ่งส่งผลดีกับสุขภาพผู้อยู่อาศัย ทำให้การกระจายลมได้ดี และส่งความเย็นเข้าถึงพื้นที่ใช้งาน รวมทั้งช่วยประหยัดค่าไฟในช่วงหน้าร้อนอีกด้วย ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการติดตั้ง แน่นอนว่าคุณจะต้องวางแผนเลือกทิศทางที่จะติดตั้งแอร์ไว้ก่อนล่วงหน้า มิฉะนั้นหาก ซื้อแอร์มาแล้ว แต่ยังไม่ทราบตำแหน่งที่จะติดตั้งแอร์ อาจทำให้คุณต้องรีบตัดสินใจเลือกตำแหน่ง ทำให้ไม่มีเวลาคิดอย่างรอบคอบ อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นการวางแผนไว้ล่วงหน้าจึงทำให้ง่ายและรวดเร็วในการติดตั้งนั่นเอง   4 ตำแหน่งติดตั้งแอร์ให้เหมาะสมและดีต่อสุขภาพ   1.ติดตั้งแอร์อยู่ด้านข้างของผู้ใช้งาน     เริ่มต้นจากการพิจารณาถึงภาพรวมของห้องที่จะติดตั้งแอร์ ซึ่งห้องแต่ละแบบจะมีการใช้พื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งใช้งานในแนวกว้างและใช้งานในแนวลึก  ดังนั้นควรติดตั้งแอร์ในแนวขวางหรือด้านข้างตัวเรานั่นเอง เพื่อไม่ให้ทิศทางลมจากแอร์พุ่งลงที่ศีรษะโดยตรง ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการเจ็บป่วยและไม่สบายได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในมุมอับ หรือมุมขวาง เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักจากการกระจายความเย็นเพื่อส่งไปให้ทั่วถึงทั้งห้อง 2.ไม่ติดตั้งแอร์ที่หัวเตียง        การติดตั้งแอร์ไว้ที่ผนังหัวเตียง เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากลมแอร์ที่พ่นออกมาจะส่งลงมาที่ศีรษะโดยตรง แม้จะรู้สึกว่าเย็นสบายเวลานอนหลับ แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในระยะยาว ทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยง่าย อีกทั้งในยามตื่นนอนอาจมีอาการเจ็บคอ และระคายเคืองผิวอีกด้วย เพราะในระหว่างที่หลับ ร่างกายจะสูญเสียความชุ่มชื้น ขาดน้ำที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่และหล่อเลี่ยงร่างกายให้ทำงานเป็นปกติไปด้วยนั่นเอง   3.ไม่ติดตั้งแอร์ไว้ปลายเตียง      การติดตั้งแอร์ไว้บริเวณปลายเตียง ซึ่งตรงกับปลายเท้าด้วยเช่นกัน การติดตั้งไว้ในลักษณะนี้จะส่งผลกระทบให้ร่างกายไม่แข็งแรง เนื่องจากปลายเท้าเป็นอวัยวะที่รวมจุดสำคัญไว้...
ถ้าถามว่าทำเลชานเมืองไหนมีศักยภาพ และมีการเจริญเติบโตมากที่สุด คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทำเลย่าน “บางนา” ต้องอยู่ใน List ของใครหลายคนแน่นอน เพราะด้วยปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างด้วยกัน ทั้งการเดินทางบนถนนเส้นหลัก ที่สามารถเชื่อมต่อเส้นรองได้หลายเส้นทาง ขึ้นลงทางด่วนได้สะดวก รวมถึงการขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (อ่อนนุช-แบริ่ง และ แบริ่ง-สมุทรปราการ) และรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในอนาคต ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และที่สำคัญยังเป็นศูนย์รวมของโครงการ Mega Projects หลายต่อหลายโครงการด้วยกัน . วันนี้ Homedeedee x  Property Perfect เลยอยากจะพาทุกคนไปสำรวจทำเลทองแห่งใหม่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Prime Location หรือ ทำเลทองของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามเข้ามาสำรวจพร้อมกันได้เลย . Q 1 : “บางนา” มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจริงรึเปล่า ? . cr.investing . A : ขึ้นชื่อว่า “บางนา” จัดว่าเป็นทำเลที่เป็นศูนย์กลางของห้างสรรพสินค้า และสาธารณูปโภคครบครันรวมไว้บนทำเลแห่งนี้ โดยย่านบางนามี Landmark ที่สำคัญอย่าง MEGA และ IKEA...
เปิดมุมมองใหม่แห่งการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยในบ้าน Modern Style หลังใหญ่บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 1,000 ตารางเมตร เจ้าของคือคุณไฮ่ เจตน์สินธุ์ โลหะนาคะกุล โดยได้รับการออกแบบบ้านจากคุณบี๊บ ณัฐพนธ์ จิตต์หมวด แห่ง Lamoonta Architect ที่ให้ลาน หรือชานกว้างเป็นพระเอกของบ้าน ทำหน้าที่เชื่อมสัมพันธ์กับทุกฟังก์ชั่นอย่างลงตัว ความซับซ้อน ดีเทลที่หลากหลายของบ้านสเกลใหญ่ที่ต้องสอดรับกับฮวงจุ้ย และไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวเชื้อสายจีน กลายเป็นความท้าทายของนักออกแบบคุณบี๊บ สถาปนิก และอินทีเรีย ดีไซเนอร์ ผู้ออกแบบบ้านหลังนี้ เล่าว่า “คุณไฮ่ เจ้าของบ้านตั้งใจสร้างบ้านหลังนี้เพื่ออยู่กับเป็นครอบครัวส่วนตัว ซึ่งแยกออกจากครอบครัวใหญ่ที่เป็นครอบครัวเชื้อสายจีนนั่นเอง ทำให้บ้านวางฟังก์ชั่นตามหลักฮวงจุ้ย บวกกับคุณไฮ่ได้วางแพลนครอบครัวว่าอยากมีลูก 4 คนในวัยไล่เลี่ยกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบชานกว้าง และสระว่ายน้ำบริเวณกลางบ้าน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของทุกคนในบ้าน พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ลูกๆ ได้วิ่งเล่น ว่ายน้ำ ทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ได้จัดมุมปาร์ตี้กับครอบครัว และเพื่อนฝูงได้อย่างลงตัว” ด้วยลักษณะตัวอาคาร 2 อาคาร ออกแบบรูปทรงตัวยู (U) และตัวไอ (I) ถูกเชื่อมให้ต่อเนื่องติดกันด้วยสะพานทางเดิน...
เมื่อความฝันในอดีตได้ถูกเติมเต็ม ไปพร้อมกับเวลาความสุขในอนาคตที่กำลังเริ่มต้นขึ้นภายในบ้านพักตากอากาศหลังนี้ ก่อเกิดเป็นบรรยากาศที่แสนพิเศษสำหรับวันพักผ่อนอย่างแท้จริงบ้านหลังนี้อยู่ในโครงการ Villa Amore Huahin ออกแบบด้วยสไตล์ทัสคานี (Tuscany) สถาปัตยกรรมชนบทอิตาลี ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากไลฟ์สไตล์ที่ใช้ชีวิตอยุ่ท่ามกลางธรรมชาติ อย่างเรียบง่าย ความโดดเด่นจึงอยู่ที่ใช้วัสดุที่ให้ความเป็นธรรมชาติ อย่างไม้ หิน อิฐ เน้นการใช้สีเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น ซึ่งคุณกวาง วรินยา ศรีวัฒนตระกูล ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Villa Amore Huahin ด้วย เธอเลือกใช้บ้านหลังนี้สำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศในวันที่เธอ ครอบครัว และเพื่อนๆ มาใช้เวลาร่วมกันที่หัวหินภายในตกแต่งด้วยสไตล์ Industrial Farmhouse เธอตั้งใจเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ และวัสดุพื้นถิ่นที่หาได้ง่ายในหัวหิน มาลดทอนรายละเอียด ให้ดูโมเดิร์น มินิมอล และนำไปประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ชนบทของยุโรปอิตาลี เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศหลังนี้ให้ มีความพิเศษมากกว่าบ้านที่ใช้พักอาศัยในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกันก็กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่เป็นวิวภูเขา และทิวป่าสน ให้กลิ่นอายความเป็นตะวันตกได้อย่างแนบเนียนขณะที่วัสดุหลักภายในบ้านหลังนี้อย่าง ไม้สีอ่อน หินธรรมชาติ และอิฐผสมกำแพงฉาบผิวให้เกิด Texture เล็กๆ ด้วยสีครีมอมส้มพีชยิ่งขับช่วยกันบรรยากาศความอบอุ่นปนโรแมนติกลอยฟุ้งอยู่เต็มพื้นที่กว่า 250...
ในช่วงเวลาที่ทั้งฝุ่นควัน มลพิษ และเชื้อโรคเต็มเมืองแบบนี้ จะมีที่ไหนที่อยู่แล้วสบายใจที่สุดเหมือนอยู่บ้านคงไม่มีแล้ว แต่ทุกคนมั่นใจได้แค่ไหนว่าบ้านที่เราอยู่นั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องเราจากมลพิษเหล่านี้ เราเลยอยากชวนคนทุกคนมาตั้งคำถามว่า “บ้านในเมือง” ที่ดีต้องมีหน้าตาเป็นอย่างไรถึงจะเพียงพอสำหรับเป็นสถานที่ที่เราและครอบครัวจะลงหลักปักฐานไปอีกสิบๆปี หรือตลอดชีวิตเชื่อว่าในวันที่ทุกคนกังวลเรื่องฝุ่นอย่างทุกวันนี้ คุณสมบัติข้อแรกที่ทุกคนต้องการคือบ้านต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก และบริสุทธิ์ เพราะมลภาวะที่เราต้องออกไปเผชิญนอกบ้านมีทั้งความร้อน แสงแดด ไหนจะฝุ่นละอองมากมายอีก เมื่อกลับมาบ้านเราก็อยากพักผ่อนอยู่กับอากาศดีๆ ที่สูดลมหายใจได้เต็มปอดกันใช่ไหมจริงๆตอนนี้ ไม่ใช่แค่เราหรอกนะที่กังวลเรื่องฝุ่น เพราะทาง Property Perfect เขาก็เป็นห่วงเรื่องนี้ไม่แพ้กัน แนวคิด “บ้านป้องกันฝุ่น PM 2.5” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้บ้านทุกหลังในทุกโครงการของเขาปลอดฝุ่น คืนอากาศบริสุทธิ์ให้ลูกบ้านทุกคน ด้วยนวัตกรรมที่ได้คัดเลือกมาอย่างดีว่า สามารถปกป้องสุขภาพของลูกบ้านได้ และป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Air Factory System มาดูกันที่นวัตกรรมบ้านป้องกันฝุ่นที่ดีที่สุดของ Property Perfect ซึ่งก็คือ นวัตกรรม Air Factory System ซึ่งอยู่ในบ้าน Perfect Masterpiece (The Signature Collection) ที่ทาง...
ไม่เพียงการตกแต่งเท่านั้นที่สรรค์สร้างบรรยากาศแสนอบอุ่นให้บ้านสไตล์ English Cottage หลังนี้ หากแต่ยังมีการออกแบบที่สร้างมาเพื่อให้ลูกได้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ที่แสดงถึงความรัก และเอาใจใส่จากพ่อ และแม่ หากลองย้อนนึกถึงวันเก่าๆ ตลอดเส้นทางการเติบโตที่เราได้ก้าวผ่านมา เชื่อว่าบ้าน น่าจะเป็นอีกสถานที่ ที่ครองพื้นที่ในความทรงจำของเรามากที่สุดเป็นแน่ เพราะที่แห่งนี้เราได้วิ่งเล่น ร้องไห้ หัวเราะ เรียนรู้ กระทั่งแย่งของเล่นกับพี่น้องภาพเหล่านี้ต่างล้วนอยู่ในความทรงจำ แม้วันนี้ตัวเราจะโตมากขึ้นแค่ไหนก็ตามอาจจะยังชัดเจน หรือเลือนรางไปบ้างตามวันเวลาที่หมุนผ่าน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนอยู่เสมอคือความรัก ของพ่อกับแม่ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่ตรงนี้เพื่อให้เราได้เติบโตมาอย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้เช่นเดียวกันกับคุณแตน ธันยวดี วะสีนนท์ เธอเชื่อว่า ช่วงเวลาที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของชีวิตมนุษย์ คือช่วงวัยเด็กที่ยังไร้เดียงสา การเติบโตของลูกนั้น เมื่อผ่านไปแล้ว จะไม่มีวันย้อนคืนกลับมาได้อีก เพราะสิ่งที่เด็กๆ ได้เรียนรู้ไม่เพียงเป็นความทรงจำเท่านั้น หากยังเป็นสิ่งที่ เป็นช่วงเวลาแห่งการหล่อหลอมและซึมซับ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาไปตลอดชีวิต เด็กๆ จะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบใดขึ้นอยู่กับช่วงวัยนี้ภายในบ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ที่ได้สองสถาปนิก อย่างคุณแคท ภควดี พะหุโล  และคุณปุ้ย อัษฎาวุฒิ วัฒนะโสภาคย์ จาก 8 Interior Architect มาเป็นผู้ออกแบบ โดยเลือกใช้โทนสี...
การออกแบบบ้าน และออฟฟิศให้อยู่บนพื้นที่เดียวกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวให้ครบครันได้นั้นถือเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการจัดสรรสเปซบนพื้นที่ที่จำกัดให้สามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายและไม่จำกัดให้รวมอยู่ด้วยกันได้ ย่อมเกิดขึ้นจากการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้พื้นที่ร่วมกัน เฉกเช่นบ้านทรงแปลกแหวกแนวหลังนี้ ที่แบ่งสรรปันสว่นให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว และพื้นที่ส่วนทำงานไปพร้อมๆกัน ความสนุกจากการแก้ปัญหาในเรื่องพื้นที่จำกัดเริ่มต้นขึ้นโดยคุณปิติ เพชรดำ แห่ง Pilaster Studio Design ผู้เป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของผลงานการออกแบบโฮมออฟฟิศหลังนี้ทั้งหมด ที่ได้แบ่งแยกและหลอมรวมทุกความต้องการมาจัดสรรในพื้นที่เดียวกันอย่างลงตัว หากจัดวางพื้นที่ไม่ดีความเป็นส่วนตัวของครอบครัวก็จะหายไป การแบ่งให้ชัดเจนว่าจะใช้พื้นที่ใดร่วมกัน และพื้นที่ใดแยกจากกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต่อยอดสูการออกแบบบ้านทรงกล่องสีขาวสะอาดตา แม้ภายนอกดูคล้ายว่าจะธรรมดา แต่ภายในนั้นยากจะคาดเดาถึงการตกแต่งยิ่งนัก คุณปิติเล่าว่า “เมื่อประมาณ 4 ปีก่อนเดิมผมเช่าพื้นที่ทำออฟฟิศอยู่ แต่เนื่องจากว่ากำลังจะมีลูก เลยคิดว่าจะซื้อบ้านมือสองมารีโนเวทเป็นโฮมออฟฟิศ พอดีว่ามีที่ดินตรงนี้อยู่พอดี ประกอบกับกำลังมีถนนตัดผ่าน เลยเลือกพื้นที่นี้ในการสร้างออฟฟิศ และบ้านที่มีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นครับ” ความประทับใจตั้งแต่แรกเห็ฯบ้าน คือสิ่งที่คุณปิติได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นนั่นคือ การสร้างพื้นที่รอบข้างให้บ้านหลังนี้สะดุดตาผู้มาเยี่ยมเยียนทั้งลูกค้า พนักงาน ญาติ และเพื่อนฝูง แต่ไม่ลืมที่จะการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน ตั้งแต่การแยกทางเข้าบ้าน และทางเข้าออฟฟิศให้แยกออกจากกัน เพื่อการใช้งานให้ตรงวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ใช้งานของกันและกัน   บันไดปูนเปลือยถูกใช้เป็นจุดแรกที่แบ่งแยกการสัญจรนำทางไปยังส่วนทำงานที่เป็นออฟฟิศ Pilaster Studio Design ได้ทันที บวกกกับได้สร้างบ่อบัวระหว่างทางขึ้นและ-ลงบันไดนอกบ้าน เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้รู้สึกผ่อนคลายและล้อไปกับตัวบ้าน ซึ่งไม่ว่าลูกค้าและพนักงานจะสัญจรที่บริเวณนี้ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเข้าไปในบ้านที่เป็นที่พักผ่อนส่วนตัว...
PROPERTY OF THE WEEK : PROPERTY GUIDE ... การใช้ชีวิตคู่ในปี 2020 อาจทำให้ใครหลายคนต้องคิดหนักในการลงหลักปักฐานในการหาที่อยู่อาศัยดีๆสักหนึ่งที่ เพราะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างรอบตัว ทั้งในเรื่องของราคาที่อยู่อาศัย ค่าครองชีพ รายรับ-รายจ่าย รวมไปถึงความมั่นคงในชีวิต ว่าถ้าหากเลือกซื้อที่อยู่อาศัยประเภทนี้ไปแล้ว ปัญหาเรื่องจุกจิกจะไม่มารบกวนจิตใจ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ต้องเป็นพื้นที่ที่ให้คน 2 คนอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความสุข วันนี้ Homedeedee เลยมาทำการวิเคราะห์การเลือกที่อยู่อาศัยในปี 2020 สำหรับใครที่กำลังมีแปลนแต่งงาน หรือแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และกำลังขยับขยายมองหาที่อยู่อาศัยอยู่ในตอนนี้ เลือกซื้อ "บ้าน" เพราะอะไร เวลาเรานึกถึงบ้าน เรานึกถึงอะไร ?  ... บ้านในความหมายของการอยู่อาศัยนั้นต้องมีพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างครอบคลุม ในหนึ่งพื้นที่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้อยู่ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงบ้านนั้นต้องรองรับการใช้งานได้ทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็กก็ตาม ในบ้านหนึ่งหลังที่ควรจะมี ควรประกอบด้วยโครงการภายนอกที่มีความแข็งแรงทนทาน เลือกใช้วัสดุอย่างดีประเภทคอนกรีตเสริมเหล็ก เพราะเป็นโครงสร้างมาตรฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ที่เหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วควรมีพื้นที่โดยรอบตัวบ้าน เพื่อให้เกิดพื้นที่ในการไหลเวียนของอากาศจากภายในสู่ภายนอกได้สะดวก บวกกับสามารถใช้พื้นที่ด้านนอกนี้ทำกิจกรรมแบบกลางแจ้งหรือกึ่งกลางแจ้งได้ ส่วนพื้นที่ภายในอาคาร สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงและยิ่งเป็นคู่รัก คู่แต่งงานด้วยแล้ว พื้นที่ภายในจึงเป็ฯสิ่งสำคัญมาก ต้องดูว่าโครงการบ้าน หรือบ้านที่เรากำลังจะปลูกสร้างเองนั้น มีการจัดสรรพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนตามหลักการออกแบบ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วนหรือไม่ เลือกซื้อบ้านแบบไหนดี บ้านเดี่ยว เป็นประเภทบ้านยอดนิยมสำหรับคู่แต่งงานที่ต้องการขยับขยายเพื่อสร้างครอบครัว เพราะบ้านเดี่ยวจะมีพื้นที่การใช้งานที่หลากหลาย ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างอิสระ...
DECOR OF THE WEEK : DECOR IDEA ... สวัสดีเพื่อนๆแฟนเพจทุกคน ในเดือนแห่งความรักกันด้วยนะครับ วันนี้พวกเรา Homedeedee มีบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นมาฝากกันครับกับโปรเจค “Nobbs Radford Architects” ซึ่งบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ทางชนบทของต่างประเทศ ที่มีอากาศแห้ง ดังนั้นการออกแบบอาคารจึงมีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม หลังคาเรียบและเน้นการเปิด Sapce จากด้านในสู่ด้านนอก ออกแบบบ้าน ให้สอดคล้องกับบริบท   ถ้ามองจากภายนอกตัวบ้านที่มีการสร้างกำแพงทึบเอาไว้ จะเห็นได้ว่าทุกสัดส่วนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เหตุผลของการสร้างกำแพงทึบนอกจากบดบังสายตาและเพื่อความปลอดภัยแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อดักทิศทางลมที่จะเกิดการสะท้อนไป-มา เข้าสู่ตัวบ้าน  นอกจากนั้นแล้วระยะห่างของผนังกำแพงที่ห่างออกจากตัวบ้าน ทำให้บ้านไม่ร้อนเพราะมีการไหลเวียนของอากาศได้ดี ออกตจากตัวบ้านจะทำให้บ้านได้หายใจ และมีพื้นที่ใช้สอยในการทำอย่างอื่นได้อีกด้วย ก่อนเข้าไปภายในตัวบ้าน ลองแวะมาดูรอบตัวบ้านกันก่อน การออกแบบโดยใช้เทคนิค Flow Space กับบ้านในต่างประเทศ มักจะได้ผลดีเสมอ เนื่องจากสภาพอากาศมีทั้งแดดและลมผสมกันไปในแต่ละช่วงวัน จึงทำให้การดีไซน์ตัวบ้านเน้นการเปิดด้วยช่องแสงและบานประตูขนาดใหญ่ เพื่อให้ลมไหลเข้า-ออกบ้านได้สะดวก รวมถึงแสงแดดสาดเข้ามาภายในตัวบ้านได้อย่างพอดี "วัสดุเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้" นอกจากออกแบบ Space ให้สอดคล้องกับทิศทางหรือรูปแบบของลมแล้ว การเลือกใช้วัสดุในการออกแบบภายในเป็นอีกปัจจัยหนึ่งเช่นกันที่ช่วยให้บ้านไม่ร้อน โดยวัสดุหลักที่เลือกใช้ได้แก่ ไม้และปูนเปลือย โดยเลือกใช้ไม้บริเวณขอบประตู-หน้าต่าง ส่วนปูนเปลือยใช้บริเวณผนัง ไม้จริง : มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและไม่ปล่อยความชื้นออกมา อีกทั้งยังมีความแข็งแรงสูง...