หน้าแรก แท็ก ธรรมชาติ

แท็ก: ธรรมชาติ

… สำหรับบทความการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการตกแต่งที่อยู่อาศัยของเราในสัปดาห์นี้ จะพาเพื่อนักอ่านรวมไปถึงใครที่กำลังมองหาไอเดียการตกแต่งแบบประหยัดพื้นที่ใช้พื้นที่ภายในได้อย่างคุ้มค่า สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติโดยรอบได้ย่างกลมกลืนแล้วละก็ ผลิตภัณฑ์ 'ผนังกระจกใส' ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ผนังกระจกใส   'ผนังกระจกใส' มีลักษณะโปร่งแสง มีค่าตัดแสงอยู่ที่ประมาณ 8% ส่วนมากจะหนา 12 มิลลิเมตร สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยของเรา ไม่ว่าพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่มากแค่ไหนก็ตาม นิยมใช้เป็นประตู-หน้าต่าง ที่เป็นช่องระบายอากาศของพื้นที่ภายใน อีกทั้งยังมีการประยุกต์การใช้งานอย่างหลากหลาย เช่น ผนังราวกันบันได, ฉากกั้นแบ่งพื้นที่ใช้งาน รวมไปถึงใช้เป็นวัสดุปิดผิวผนังเพื่อการตกแต่ง ซึ่งประเภทของกระจกแบ่งย่อยได้ 5 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทจะมีรูปแบบกระบวนการผลิต และมีการใช้งานที่แตกต่างกันไป 1. กระจกนิรภัย : หรืออีกชื่อ Tempered Glass ผลิตจากกระจก Clear Float Glass ผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อน ก่อนนำมาทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วโดยการเป่าลมเย็นทั้ง 2 ด้าน สามารถรับแรงได้มากกว่าถึง10 เท่า 2. กระจกกึ่งนิรภัย : ผลิตจากกระจก Clear Float Glass และมีรูปแบบกระบวนการผลิตที่คล้ายกับกระจกนิรภัย แต่จะนำมาอบ และทำความเย็นอย่างช้าๆ ทำให้มีประสิทธิภาพในการทนต่อแรงกระแทกน้อยกว่า ประมาณ 2-3 เท่า 3. กระจกโฟลต...
ใช้เวลาไม่นานนักจากกรุงเทพฯ ทำให้เรามาถึง อ.หนองแค จ.สระบุรี เป็นเวลาเช้าตรู่ เสียงนกร้องที่ลอยมาตามลมเป็นระยะ และแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านกิ่งไม้รอบบ้านหลังนี้ เป็นบรรยากาศที่คนเมืองไม่ค่อยได้สัมผัสเท่าไรนัก สอดคล้องกับกับคำทักทายของเจ้าของบ้านที่บอกกับเราว่า “ ที่นี่มองไปทางไหน ก็เจอแต่ธรรมชาติ และความสงบ จากป่าสีเขียว ช่วยเยียวยาให้ใจเราสดชื่น ” เจ้าของบ้านในข้างต้นคือคุณทนงศักดิ์ และคุณอารีย์ แซ่ก๊ก ทั้งสองเล่าให้เราฟังว่า เขาทั้งคู่ พื้นเพเป็นคนสระบุรีอยู่แล้ว เดิมทีทำกิจการอยู่เป็นอาคารพาณิชย์สามชั้น ซึ่งเวลาผ่านไปครอบครัวก็ใหญ่ขึ้น ลูกๆ ต้องการพื้นที่เพื่อจะเติบโต เลยมองว่าที่อยู่เดิมคับแคบเกินไป บวกกับอากาศในโซนที่อยู่เดิมไม่บริสุทธิ์เพียงพอเนื่องจากอยู่ในนิคมอุสาหกรรม และรู้สึกว่าป่วยบ่อยครั้ง  ทั้งคู่จึงเลือกปลูกบ้านหลังใหม่บนที่ดินผืนเก่าของครอบครัวที่ซื้อมาไว้นานกว่า  15 ปีก่อน โดยห่างออกไปจากบ้านเดิมราว 5 กิโลเมตร“ เดิมมีที่ดินอยู่แล้วค่ะ เลยตั้งใจสร้างบ้านให้กว้างขวางไว้ให้ลูกได้วิ่งเล่น มีความเป็นตัวมากขึ้น อีกเหตุผลหนึ่งคือตั้งใจให้แม่มาอยู่ด้วยกัน ” คุณอารีย์เสริมโดยที่ดินผืนนี้เป็นที่ส่วนตัวขนาด 3 ไร่ ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ซึ่งแบ่งสำหรับปลูกบ้าน 360 ตร.ม. จึงเหลือเป็นสนามกว้างรอบบ้านมากพอให้แบ่งพื้นที่เพื่อให้เกิดการใช้สอยหลายฟังก์ชั่น จากการใช้งานของสมาชิกในครอบครัว...
แวะเติมกำลังใจด้วยกาแฟคุณภาพคับแก้ว พร้อมสัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตของชาวอาข่า ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแด่ผู้ที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้     เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงศ์ ๖๙ HOK-KAO Coffee And Bed  ร้านกาแฟเล็กๆ บริเวณริมทางไปไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นชาวอาข่า คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากสองสามีภรรยาที่มีความตั้งใจอยากจะเปิดร้านกาแฟที่ก้าวออกจากกรอบของความเป็นกาแฟดอยสู่กาแฟของคนไทย จากคนปลูกกาแฟสู่เจ้าของร้านกาแฟสไตล์โมเดิร์นกลาสเฮ้าส์ ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟเลิศรสเปี่ยมไปด้วยคุณภาพดีให้กับลูกค้าที่มาเยือนได้ลิ้มลอง   คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นกลาสเฮ้าส์ที่มีพืชพรรณไม้นานาชนิดคอยต้อนรับส่งความสดชื่นให้ตั้งแต่หน้าร้านและเชื่อมไปยังภายในร้าน คาเฟ่โดยรวมเน้นความเป็นธรรมชาติจากวัสดุเปิดผิวอย่างไม้ และกระจกใสเพื่อให้มองเห็นวิวธรรมชาติโดยรอบได้โดยง่าย เหมาะสำหรับแวะพักผ่อนเพื่อเติมพลังให้ไปสู้จุดหมายอย่างปลอดภัย เมื่อเข้ามายังภายในร้านจะได้รับความอบอุ่นจากแสงไฟและวัสดุไม้ที่เป็นตัวช่วยจรรโลงให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ภายในร้านเจ้าของยังออกแบบให้มีขนาดไม่กว้างนักเพื่อจะได้ดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ส่วนเคาน์เตอร์บาร์ให้ความสูงอยู่ที่ระดับเอวเพราะลูกค้าจะได้สามารถมองเห็นได้ทุกขั้นตอนในการชง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราดื่มกาแฟจากคนทำกาแฟจริงๆ และกาแฟที่ร้านทุกแก้วต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ทางร้านใส่ใจเป็นอย่างดี นอกจากธรรมชาติภายนอกจะคอยส่งความสดชื่นผ่านกระจกใสเข้ามายังภายในร้านแล้ว ภายในยังเลือกปลูกต้นเมล็ดแดงไว้กลางร้านและก่อปูนเปื่อยล้อมเพื่อเป็นอีกจุดที่สามารถนั่งดื่มกาแฟคุณภาพดีพร้อมใกล้ชิดธรรมชาติไปในตัว เฟอร์นิเจอร์ภายในร้านเน้นวัสดุไม้ทั้งหมดเพื่อส่งความรู้สึกอันอบอุ่นและผ่อนคลายให้แก่ผู้ที่มาเยือน ในส่วนของสไตล์การตกแต่งร้านทางเจ้าของได้นิยามศัพท์เฉพาะที่เรียกว่า “Culture Wood and Plainly” คือการมาร้านกาแฟ ลูกค้าต้องไม่ได้แค่มาดื่มกาแฟ แต่ต้องมาดื่มด่ำวัฒนธรรม และวิถีชีวิต เจ้าของก็เลยพยายามที่จะใช้ความเป็นชาติพันธุ์อาข่าเข้ามาอยู่ภายในร้าน โดยการเลือกวัสดุใช้ไม้ไผ่ หญ้าคา และลายปัก มาตกแต่งเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นอาข่าให้ผู้มาเยือนได้เกิดความรู้สึกว่าที่นี้สามารถสร้างความสมดุลระหว่างวัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่ในทิศทางเดียวกันได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ด้านนอกยังมีโล้ชิงช้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาข่าให้ผู้มาเยือนได้เล่นกันแบบสนุกสนาน พร้อมกับเสพบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติรอบบริเวณร้านได้อย่างเต็มปอด “เมื่อคุณหกล้มเราขอเป็นกำลังใจให้คุณก้าวต่อไปเพื่อชีวิตใหม่ที่ดีกว่า” และนี้จึงเป็นที่มาของชื่อร้านที่ว่า “๖๙ HOK-KAO Coffee And Bed”...
มองฟ้าสีคราม ชมไร่ชาสีเขียว ที่ Choui Fong Tea House คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อิงแอบแนบชิดกับภูเขา   ได้บรรยากาศไอหนาวแบบฟินๆ ในช่วงหน้าหนาวนี้   เรื่อง สันติภาพ  หุมอาจ ภาพ อรรถพงศ์ สมวงศ์ ใบชาที่ไร่ชาวฉุยฟงถือใบชาที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงรายเพราะด้วยประสบการณ์ในการทำไร่ชามากว่า 40 ปี ไร่ชาวฉุยฟงตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งอยู่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หรือระหว่างทางขึ้นดอยแม่สลองนั้นเอง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามทิ้งสายตาไปกับ ท้องฟ้า ภูเขา และไร่ชาสีเขียวที่อยู่เต็มบริเวณพื้นที่นี้   ท่ามกลางไร่ชาที่สวยงามอันเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย มีคาเฟ่สไตล์โมเดิร์น ทรอปิคอล ซึ่งผ่านการออกแบบจากสถาปนิก IDIN Architects คอยรองรับนักท่องเที่ยวให้มาแวะชิมเค้กชาเขียว เมนูเครื่องดื่มชา และจุดขายผลิตภัณฑ์ ที่มาจากไร่ ฉุยฟง แห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกหนึ่งที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงหน้าหนาวนี้ อาคารโมเดิร์นที่ตั้งโดดเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนเนินเขาโชว์ความสวยและทันสมัยอยู่กลางไร่ชาแห่งนี้ เป็นคาเฟ่ Choui Fong Tea ด้วยโครงสร้างคอนกรีตทรงสี่เหลียมที่ฝังตัวลงบนเนินดิน และมีพื้นที่บางส่วนที่ยื่นทะลุออกมาสู่แนวไร่ชาให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวิวอันธรรมชาติได้แบบพาราโนมา อาคารแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดชมวิวที่สามารถเห็นถึงวิถีการเก็บใบชาเพื่อมาเป็นวัตถุดิบของที่นี้ได้อีกด้วย จึงทำให้มั่นใจว่าวัตถุดิบของ Choui Fong...
รับมือกับสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย ด้วยการออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน และใช้วัสดุธรรมชาติเป็นตัวช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายตลอดทั้งปี   “เมืองไทยเมืองร้อน” ประโยคนี้ถือเป็นประโยคที่พูดกันอย่างหนาหูสำหรับสภาพอากาศที่ร้อนระอุของเมืองไทย ซึ่งส่งผลให้ใครหลายคนเลือกที่จะเปิดแอร์เย็นๆ อยู่ที่บ้านมากกว่าการที่จะออกไปไหนมาไหนในช่วงฤดูร้อน แต่นั้นก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแถมยังทำให้ภายในบ้านมีการใช้พลังงานไปอย่างสิ้นเปลือง บ้านหลายหลังได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อาจเพราะตอนปลูกสร้างไม่ได้คำนึงถึงเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของตัวบ้านที่เหมาะสมกับทิศทางลม สภาพแวดล้อมของพื้นที่รอบบ้าน และการเลือกใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการสร้างบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เราควรจะนึกถึงเป็นอันดับแรก เพราะนอกจากจะทำให้บ้านของคุณสวยงามและน่าอยู่แล้ว บ้านยังอาจเป็นบ้านที่ประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายให้กับคุณได้อีกด้วย วันนี้เรามีข้อควรปฏิบัติ 3 ข้อสำคัญที่จะมาเป็นตัวช่วยทำให้บ้านคุณเป็นบ้านประหยัดพลังงาน เช่นเดียวกับบ้านของ คุณ ช.นนทร์ เพ็ชญไพศิษฎ์ ที่ได้รับรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปี 2559  แบบบ้าน (Grace-08) ที่ออกแบบโดยบริษัทรับสร้างบ้านผู้นำเรื่องบ้านสไตล์โมเดิร์น Advance Home   1.สถาปัตยกรรม – การออกแบบ การออกแบบบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญในการรับมือกับแสงอาทิตย์ที่สอดส่องเข้ามายังภายในบ้าน การเปิดช่องลมถือเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรมีโครงสร้างที่บดบังหรือกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ เพื่อป้องกันแสงไม่ให้ส่องเข้ามายังภายในตัวบ้านจนเกิดการสะสมความร้อน ขณะที่ผนังบ้านก่ออิฐ 2 ชั้นช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกและสามารถกักเก็บความเย็นภายในไว้ได้ดีกว่าการก่ออิฐชั้นเดียว ประตูและหน้าต่างที่เปิดรับลมให้อากาศภายในหมุนเวียนและถ่ายเทได้ดีเลือกกรุกระจกสีเขียวใส เพื่อให้เกิดความรู้สึกเย็นสบายและปลอดโปร่ง โครงสร้างพื้นชั้นล่างปูด้วยพื้น Pre-Stressed Concrete Slab เพื่อลดความชื้นที่จะสามารถระเหยขึ้นมาจากพื้นดินและยังช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนหลังคาใช้วัสดุเมทัลชีทบุด้วยฉนวนกันความร้อน และยังติดตั้งฉนวนกันความร้อนใยแก้วที่มีความหนาถึง 6 นิ้ว บริเวณฝ้าเพดานเพื่อลดความร้อนที่จะเข้ามายังภายในตัวบ้านได้เป็นอย่างดี   2.สภาพแวดล้อม   สภาพแวดล้อมรอบบริเวณบ้านเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะมาช่วยทำให้บ้านมีอากาศที่สดชื่นและช่วยให้ผ่อนคลายจากความร้อนได้ อย่างที่บอกการเปิดช่องรับลมเป็นเรื่องที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าลมที่พัดผ่านมีทั้งลมเย็นและลมร้อน โดยลมเย็นจะพัดผ่านมาทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นเราควรเปิดช่องรับแสงและลมในทางทิศเหนือเป็นดีที่สุด การสร้างสระว่ายน้ำในบริเวณตัวบ้านสามารถทำให้เกิดสัมผัสทางความรู้สึกได้ เมื่อได้ยินเสียงน้ำเราจะเกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเย็นสบายยิ่งขึ้น เรื่องของสีก็มีส่วนช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลาย...
เหนื่อยมาแล้วทั้งปี ปีใหม่นี้มาเอาร่างกายไปพักผ่อนกันหน่อย ที่คาเฟ่กลางสวนสีเขียวกับบรรยากาศอัน ร่มรื่นชวนให้ผ่อนคลาย เรื่อง สันติภาพ หุมอาจ ภาพ นิตยสาร Life And Home และ เว็บไซน์ Homedeedee.com   ใกล้เข้ามาแล้วกับช่วงเทศกาลปีใหม่เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวหยุดยาวเอาร่างกายไปพักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยงาน เหนื่อยคน เหนื่อยความวุ่นวายกันมาตลอดทั้งปี และก็เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้ว่าหยุดยาวนี้จะไปเที่ยวไหนดี วันนี้โฮมดีดีจึงมีสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนมานำเสนอ เป็นคาเฟ่สวยๆ กลางสวนสีเขียวๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาให้กับคุณ มาดูกันว่าสวนสวยสีเขียวอันร่มรื่นจะมีที่ไหนกันบ้างไปติดตามกันเลยครับ   1. GARDENAI HOUSE   คาเฟ่กลางสวนสีเขียวสถานที่แรกที่เหมาะแก่การพักผ่อนคือ GARDENAI HOUSE ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว48 กรุงเทพมหานครนี้เอง ไม่ต้องออกเดินทางไปไหนไกลสำหรับคนชิลล์ที่ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพในช่วงปีใหม่ แน่นอนว่ากรุงเทพรถไม่ติดถนนโล่งขับสบายประหนึ่งว่าฉันเป็นเจ้าของถนนกันไปเลย ฮ่าๆๆ.... คาเฟ่กลางสวนแห่งนี้มีเนื้อที่อันร่มรื่นทั้งหมด 700 ตารางเมตร ตัวร้านเป็นสไตล์โมเดิร์นหลังคาทรงสโรปหรือที่เรียกกันว่าหลังคาเพิงหมาแหงน ผนังกว่า 80เปอร์เซ็นต์ กรุด้วยกระจกใส เชื่อมพื้นที่สีเขียวภายนอกเข้าสู่ภายในได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีพืชพรรณไม้น้อยใหญ่ที่คอยส่งความสดชื่นให้อยู่ตลอดทุกบริเวณพื้นที่ อาทิ ต้นคูณชมพู จิกน้ำ และพุดซ้อน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบ่อปลาคาร์บที่คอยแวกว่ายสร้างบรรยากาศให้ชวนผ่อนคลายอยู่ด้านหน้าของตัวร้านอีกด้วย ถือเป็นความธรรมชาติที่สมบูรณ์เหมาะแก่การมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดอย่างมาก ในขณะที่ร่างกายกำลังรับอากาศอันบริสุทธิ์อยู่นั้น ทางร้านก็มีเมนูขนมไทยที่เป็นสูตรต้นตำหรับเฉพาะของทางร้านให้เลือกลองเลือกชิมควบคู่กันไปกับการเสพบรรยากาศในเวลาเดียวกัน โดยเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้าน ได้แก่...
   ยกธรรมชาติมาไว้รอบบ้าน เติมพื้นที่สีเขียวด้วยพรรณไม้ดูแลง่าย ภาพของป่าปูนที่สูงตะหง่านเติบใหญ่เร็วกว่าต้นไม้บีบรัดพื้นที่สีเขียวให้เหลือน้อยลงทุกที การเติมปอดเล็กๆ ในบ้านอาจเป็นสิ่งที่ใครหลายคนต่างถวิลหา ลึกเข้าไปในซอยแบริ่ง 109  คือที่ตั้งของบ้านสีขาวหลังน้อย โดยรอบในยามนี้ถูกปกคลุมด้วยต้นหูกระจง ต้นไทร ฯลฯ สร้างความร่มรื่นให้ผู้มาเยือนอย่างเราในทุกอณู แม้รอบนอกจะยังคงโอบล้อมด้วยตึกสูงระฟ้าก็ตาม บ้านสีขาวหลังนี้ได้รับแรงบันดาลมาจากอะโครโพลิส (Acropolis) ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาในประเทศกรีซ ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับสวนกึ่งอังกฤษกว่า 2 ไร่ เจ้าของคืออาจารย์อำนาจ คีตพรรณา นักแลนด์สเคปชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งหากจะย้อนกลับไปประมาณ 60 กว่าปีก่อน ที่ดินพื้นดังกล่าวเป็นที่ลุ่มทั้งหมด ก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของจะทำการขุดเพื่อนำดินขึ้นมาถมส่วนที่จะปลูกสร้างบ้าน จึงทำให้เกิดบ่อน้ำขนาดใหญ่ขึ้น อาจารย์จึงตั้งชื่อที่แห่งนี้ว่า “บ้านทับเลน”ต้นไม้สูงใหญ่ตามแนวรั่วถูกปลูกบดบังสายตาจากภายนอก จึงทำให้แสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร บริเวณกึ่งกลางจึงปลูกได้เพียงพรรณไม้ในร่ม และไม้ชุ่มน้ำเป็นหลัก อย่างดาดตะกั่ว อโกลนีมา ฟิโลเดนดรอน ต้นจั๋ง ต้นไม้ตระกูลเฟิร์น หมากเขียว พืชตระกูลขิง ฯลฯ แล้วแต้มด้วยไม้กระถางตามจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มสีสันความมีชีวิตชีวาให้สวนไม่นิ่งเรียบจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นดอกกล้วยไม้ ฟ้าประดิษฐ์ เจอราเนียม รวมถึงปูนปั้นเทพีประดับสวน รูปปั้นคิวปิด หัวสิงห์...
บ้านไม้ที่แสนทันสมัยมาพร้อมการดีไซน์ในแบบสไตล์โมเดิร์น ที่ตั้งอยู่กลางป่าหลังนี้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบโดย LANG ARCHITECTURE และตั้งอยู่ใน KERHONKSON, NEW YORK, USA  ถือเป็นแบบบ้านในฝันของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ ด้วยดีไซน์ที่โล่งโปร่ง ออกแบบให้เป็นบ้านกระจกใสรอบทิศทาง ทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น บรรยากาศที่แสนสดชื่นจากต้นไม้เขียวขจี รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและลำธาร อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังมีสระน้ำเล็กๆส่วนตัวอีกด้วย     GREEN HOUSE บ้านทันสมัย สุดเก๋สไตล์ ECO     บ้านไม้แสนสวยดีไซน์ทันสมัย ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้นด้วยการออกแบบให้มีกระจกใสรอบทิศทาง และสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ให้คุณว่ายน้ำท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว ชุ่มช่ำ เป็นการพักผ่อนที่เหนือระดับกว่าการพักผ่อนใดๆ     เฉลียงพักพิงหน้าบ้านยกระดับสูงเพื่อมุมมองที่ดียิ่งขึ้นในการพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและเสียงนกร้อง   ภายในตกแต่งสไตล์ cozy เรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เพดานเปิดกว้างยกสูงทำให้ภายในดูโล่งโปร่งสบายมากยิ่งขึ้น บานกระจกใสขนาดใหญ่ขอบไม้มะฮอกกานีที่งดงาม ให้คุณไม่พลาดทุกมุมมองของทัศนียภาพที่สวยงามในแบบพาโรนาม่า   ห้องครัวแบบชิดผนังเพื่อการประหยัดพื้นที่การใช้สอย ผนังส่วนครัวแซมกระเบื้องสีเขียวมรกตตัดกับสีของไม้ได้อย่างลงตัว   การจัดมุมรับประทานอาหารให้อยู่ด้านหน้าบ้าน เปิดมุมมองให้เห็นวิวธรรมชาติที่สวยงามด้วยกระจกใสบานใหญ่   การตกแต่งภายในที่ทันสมัยและดูอบอุ่น แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นผิวไม้โอ๊คสีขาวในท้องถิ่น เพิ่มความงดงามที่แสนสง่าให้กับรอบๆตัวบ้าน     โต๊ะทำงานที่แสนอบอุ่น แอบแฝงไปด้วยพลังของลายไม้ที่สวยงาม การดีไซน์ที่เรียบง่ายเติมไอเดียใหม่ๆให้คุณอยู่เสมอ     ห้องนอนที่แสนอบอุ่น ตกแต่งแบบเอิร์ธโทน ผนังเรียบสีขาวนวล ให้คุณรู้สึกสบายทุกการพักผ่อน พร้อมสัมผัสธรรมชาติด้วยการเพิ่มมุมมองที่กว้างด้วยกระจกใสบานใหญ่     ห้องน้ำขนาดเล็กกะทัดรัด ไม่หวือหวา ผนังกระเบื้องสีขาว มีการแซมด้วยเฟอร์นิเจอร์ ดูแล้วคล้ายกับห้องสปา   ประตูไม้มะฮอกกานีสีเข้มด้านหลังบ้าน เชื่อมทางเดินที่โรยด้วยหินกรวด สู่ธรรมชาติที่งดงาม     Design by langarchitecture
  3 ที่พักใกล้ชิดธรรมชาติบนวิถีความเป็นอยู่แบบพอเพียง หลบความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปสัมผัสความสวยงามอันแสนเรียบง่าย ของที่พักอิงแอบธรรมชาติบนพื้นฐานการดำเนินชีวิตแบบบ้านๆ ที่หลายคนถวิลหา เรื่อง วันวิสาข์ อินขลิบ ภาพ นิตยสาร Life & Home     การจะเลือกที่พักเปลี่ยนบรรยากาศค้างอ้างแรมสักที่ หลายคนล้วนมีความชอบและไลฟ์สไตล์ในการเลือกหาที่ต่างกันออกไป บางคนชอบพักใจกลางเมืองเดินทางง่าย บางคนชอบความหรูหรานอนสบาย หากแต่บางคนก็ชอบความเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ แน่นอนอย่างยิ่งเลยทีเดียวค่ะสำหรับคนเมืองที่ควบตำแหน่งมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ความเร่งรีบ ความวุ่นวายกลายเป็นสิ่งที่บางครั้งอยากหลีกเลี่ยง การได้นอนพักหรือทำอะไรที่เรียบง่าย เหมือนกลับคืนสู่วิถีชีวิตแบบชาวบ้านดั้งเดิมนับว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยเยียวยาจิตใจและเติมพลังแรงกายให้กับเราได้ไม่น้อย ผู้เขียนจึงอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่าน มาทำความรู้จักกับ 3 ที่พักที่แม้ไม่ได้หรูหรา หรือครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย แต่กลับเป็นสถานที่พักผ่อนอันแสนเรียบง่ายภายใต้ความพอเพียง คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างชุ่มปอดไปพร้อมๆ กับการย้อนกลับคืนสู่การกินอยู่ในแบบชนบท ซึ่งจะทำให้เวลาไม่กี่วันในหนึ่งปีของคุณพบกับความสงบที่แท้จริง 1 Coolliving Farmhouse eco & organic living     ประเดิมที่แรกกับที่พักน้องใหม่ในเมืองที่มีอากาศบริสุทธิ์ขึ้นชื่ออย่างวังน้ำเขียว กับ coolliving farmhouse ฟาร์มสเตย์ที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก coolliving แบรนด์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และต่อยอดมาเป็นที่พักรูปแบบโฮมสเตย์ที่ต้อนรับทุกท่านด้วยความเป็นออร์แกนิคอย่างแท้จริง แม้แต่ ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องนอน ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งอาหารเพื่อให้ทุกคนได้กินอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่พักแห่งนี้ยึดมั่นในความเรียบง่ายและใช้ความสวยงามจากธรรมชาติควบคู่ไปกับภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาใช้ในการออกแบบ พื้นที่ขนาดใหญ่ถูกจัดวางไว้ด้วยต้นไม้ แปลงผัก และนาข้าวตามวิถีเกษตรอินทรีย์แบบชาวไร่ชาวสวน อาชีพพื้นฐานของชาวไทยนั่นเอง   อีกหนึ่งความน่ารักที่ถูกใจผู้เขียนไม่น้อยคือห้องพักที่ออกแบบเป็นบ้านดินหลังเล็ก...
ป่าในกรุง สวนเพื่อการเรียนรู้จากปตท.ให้คนกรุงเทพ ป่าในกรุง สวนเพื่อการเรียนรู้จากปตท.ให้คนกรุงเทพ ทิ้งป่าคอนกรีตไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ ป่าในกรุง สวนสีเขียวของคนเมืองที่จะทำให้ลืมไปเลยว่าที่นี้คือกรุงเทพ ...
Calvin Munson Authentic Jersey