หน้าแรก แท็ก จัดสวน

แท็ก: จัดสวน

Story จันทพิมพ์ ศุกรสุต  l Photographer วลีวัลย์ ขำคม  l Garden Design คุณเมธี เลาหตีรานนท์   ไม่มีกฎเกณฑ์ใดตัดสินความถูกหรือผิดของความสวยงาม ได้ดีเท่ากับการใช้ความรู้สึกของผู้รับเป็นตัวกำหนด เช่นเดียวกับคุณเมธี เลาหตีรานนท์ แห่ง Matee Landscape นักจัดสวนมืออาชีพที่บาลานซ์ระหว่างองค์ประกอบและความรู้สึกจนกลายเป็นสวนผสมผสานที่สวยงามตามุมมองในแบบที่ตั้งใจไว้ จะเป็นอย่างไรไปชมพร้อมกันค่ะ เอกลักษณ์และความชัดเจนของการเลือกพันธุ์สำหรับจัดสวนสไตล์ผสมผสานอย่างสไตล์อังกฤษและทรอปิคอล พร้อมใส่ลูกเล่นของการเล่นสีสันของไม้ดอก ไม้ประดับในการตกแต่งสวน จนกลายเป็นลายเซ็นของคุณเมธีไปโดยปริยาย สะท้อนสู่สวนสวยสไตล์ English Tropical บนพื้นที่ใช้สอย 36 ตารางเมตร บริเวณด้านหน้าโฮมออฟฟิศของคุณเมธี  ที่ใช้เป็นห้องทดลองปลูกต้นไม้ก่อนไปจัดสวนให้ลูกค้า พื้นที่เวิร์คช้อปสำหรับผู้ที่สนใจอยากเรียนจัดสวนด้วยตัวเอง และยังเป็นตัวอย่างให้กับผู้ลูกค้าที่อยากจัดสวนขนาดกะทัดรัดได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ความวุ่นวายจากการจราจรบนถนนสายหลักในเมืองศิวิไลซ์หายไปอย่างปลิดทิ้ง เมื่อก้าวผ่านรั้วเหล็กดัดกัดสีสนิมจะพบทางเดินปูพื้น cobblestone ที่เกิดจากเรียงหินที่ละชิ้นๆ จนเต็มพื้นที่จากฝีมือของนักเรียนที่มาเวิร์คช้อปจัดสวน นำสายตาให้ผู้มาเยือนได้พบกับความเขียวขจี และสีสันอันสดใสของสวนขนาดเล็กบริเวณหน้าโฮมออฟฟิศ ที่เรียงรายด้วยไม้กระถาง ไม้พุ่ม ไม้ประดับทนแดดรำไรน้อยใหญ่คอยทักทายอย่างเป็นมิตรคุณเมธี เล่าว่า “การจัดสวนที่นี่ไม่มีวันจบ เพราะที่นี่เป็นเสมือนห้องทดลองการนำต้นไม้มาปลูก ได้ดูพัฒนาการการเติบโตของต้นไม้ที่เหมาะสมกับการปลูกในกระถาง หรือพื้นดิน รวมถึงเป็นมุมให้กับนักเรียนที่มาเวิร์คช้อปได้ลงมือจัดสวนจริง ทั้งยังเป็นตัวอย่างให้กับลูกค้าที่มาปรึกษาเรื่องการจัดสวนขนาดเล็กภายในทาวน์โฮม...
นอกบ้าน เธอคือนักธุรกิจสาวที่ต้องคอยรับมือกับความผันผวนของตัวเลข ปลุกปั้นธุรกิจให้เติบโต แต่เมื่ออยู่ที่บ้านเธอคือคุณแม่ที่รักการจัดสวนเป็นชีวิตจิตใจ เป็นนักจัดสวนประจำบ้านที่ไม่หวังอะไรไปมากกว่าต้นไม้ที่เฝ้าดูแล ออกดอกให้ชื่นใจสักครั้ง เพื่อคอยเติมสีสันและชีวิตให้บ้านหลังนี้ดูสดชื่นอยู่เสมอเวลาประมาณ 7 โมงเช้าเมื่อเรามาถึง ภาพไม้ดอกหลากสีสันกำลังคลายกลีบเพื่อรอรับแสงแรกของวัน ทั้งหมดนี้คือผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ของคุณลี ลิเลียน หยาง นักธุรกิจสาวที่มีงานอดิเรกเป็นการจัดสวนรอบบ้านของเธอเอง เรียกได้ว่าต้นไม้ทุกต้นภายในสวนแห่งนี้ ผ่านมือคุณลีตั้งแต่อยู่ที่ร้านขายต้นไม้จนกระทั่งถูกปลูกลงดินที่บ้านคุณลีเล่าว่าบางทีเมล็ดพันธุ์สีเขียวอาจจะเริ่มเติบโตในหัวใจของเธอตั้งแต่วัยเด็ก จากการที่เติบโตมาในบ้านสวนที่เชียงใหม่ ที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยมีคุณแม่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้เป็นต้นแบบ เธอเลยซึมซับความชอบต้นไม้มาตั้งแต่เล็ก นั่นทำให้คุณลีมี Green Thumb หรือที่คนไทยเรียกว่าคนมือเย็นที่ปลูกอะไรก็งามเหมือนคุณแม่ ซึ่งสวนที่เห็นทั้งหมดเกิดขึ้นจากสองมือของเธอเองที่เป็นคนเลือกต้นไม้ทุกคน จัดวางในจุดที่เธอพอใจ ทำให้พื้นที่รอบบ้านหลังนี้คือตัวตนตั้งแต่วัยเด็กกระทั่งปัจจุบัน ที่สะท้อนออกมาผ่านการจัดสวนเลยก็ว่าได้เธอเล่าย้อนไปว่าช่วงหนึ่งของชีวิตที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา ในตอนนั้นมีพื้นที่ไม่มากนัก จึงอาศัยปลูกอยู่ในกระถางขนาดไม่ใหญ่มากนัก เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย และเลือกซื้อบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่มากขึ้น พอที่จะทำสวนที่สามารถปลูกต้นไม้ที่ชอบได้ ซึ่งในตอนแรกจัดเป็นสวนกุหลาบ แต่นานวันเข้าด้วยความที่กุหลาบเป็นไม้ดอกที่ต้องดูแลสูง ต้องคอยเปลี่ยนทุกสามเดือน บวกกับต้องใช้สารเคมีดูแลเยอะ ซึ่งในตอนนั้นคุณลีตั้งท้องลูกคนแรกพอดี เธอจึงหันไปปลูกอะไรที่ดูแลง่ายขึ้น รวมไปถึงปรับพื้นที่จากเดิมที่เป็นสนามหญ้าให้เป็นลานพื้นหินคอบเบิลสโตน ที่มีความทนทาน ซึ่งช่วยลดภาระการดูแลลงไปได้มาก" ยิ่งอยู่เราต้องยิ่งปรับให้สวนดูแลง่ายขึ้น เพราะชีวิตของเราจะจะมีความยุ่งมากขึ้น เพราะเรามีทั้งธุรกิจ งานประจำและลูกที่ต้องดูแล จึงต้องจัดสรรพรรณไม้ให้เป็นระเบียบด้วยการปลูกในแปลงเป็นสัดส่วน ซึ่งก็ช่วยให้เรารู้ว่าต้นไม้ต้นไหนที่ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว เวลาไปซื้อก็จะช่วยให้ง่ายต่อการจัดการมากขึ้นค่ะ "สวนใหม่หลังการปรับเปลี่ยนจะมีกลิ่นอายของสวน...
 Q&A : OF THE WEEK ... ในสัปดาห์นี้สำหรับบทความ ถาม-ตอบ (Q&A) ได้รับคำถามที่เชื่อว่าเพื่อนๆอีกหลายคนคงประสบปัญหาไม่ต่างกัน เกี่ยวกับการถูกจอดรถขวางหน้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านหรือคนอื่นก็ตาม ซึ่งปัญหาเหล่านี้อยู่คู่กับสังคมของเรามานานมากและไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป ดังนั้นพวกเรา Homedeedee จึงได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหาด้วยการดีไซน์ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างตามเข้ามาได้เลยครับ  Q : วิธีแก้ไม่ให้เพื่อนบ้าน จอดรถขว้างหน้าบ้าน   คำถามนี้มาจาก Designer สาวสวยที่พบปัญหานี้มาได้สักพักหนึ่ง เกี่ยวกับการจอดรถของเพื่อนบ้านที่ชอบจอดรถขวางบริเวณหน้าบ้านพักอาศัยอยู่เป็นประจำ ซึ่งเธอได้พยายามหาวิธีในการเจรจาพูดคุยอยู่บ่อยครั้ง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็กลับมาจอดขวางเหมือนเดิม ดังนั้นปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ด้วย "การดีไซน์ 5 วิธี" A : ปลูกต้นไม้โดยรอบ   วิธีแรกที่เราแนะนำคือวิธีที่เบสิคที่สุด และสามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างการ ปลูกต้นไม้โดยรอบบริเวณหน้าบ้านของเรา ซึ่งตามหลักข้อกดหมายการต่อเติมจากอาคารที่พักยื่นออกมาบริเวณถนนควรมีระยะอยู่ที่ 50-80 เซนติเมตร และสำหรับถนนหลักภายในหมู่บ้านทั่วไป จะมีขนาดของเลนถนนอยู่ที่ 8-12 เมตรโดยประมาณ ดังนั้นเมื่อปลูกต้นไม้ยื่นออกมาจะทำให้รถไม่กล้ามาจอดที่หน้าบ้านของเรา เพราะกลัวจะกินเลนถนนจนอาจเกิดการเฉี่ยวชนตามมาได้ และต้นไม้ที่เหมาะแก่การปลูกภายนอกอาคาร ที่มีสีสันสวยงามและสร้างความร่มรื่นสบายตา พร้อมทั้งยังดูแลรักษาง่าย ได้แก่ โกสน, พุ่มดอกเข็ม, แสงจันทร์, ไทรเกาหลี เป็นต้นฯ สร้างบ่อน้ำเป็นทางยาว   สำหรับวิธีต่อมาคือการสร้างบ่อน้ำเป็นทางยาว ซึ่งสามารถกะระยะได้แบบเดียวกันกับการดีไซน์ด้วยการปลูกดอกไม้บริเวณหน้าบ้าน...
Story จันทพิมพ์ ศุกรสุต l Photographer นพพร ยรรยง Garden designer คุณทินกร ศรีวัฒนะธรรมา l Host คุณวาสุธินทร์ ชุติปิยพัทธ์   จากวิกฤตน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2554 ส่งผลกระทบกับหลายพื้นที่หลายจังหวัด รวมถึงในกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่างได้รับความเสียหายจากมวลน้ำพัดพาเข้ามาท่วมบ้านและสวนจนพังทลายต้องใช้เวลานานในการซ่อมแซม บำรุงดูแลให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม เช่นเดียวกับสวนของคุณวาสุธินทร์ ชุติปิยพัทธ์ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงดังกล่าวที่บ้านย่านติวานนท์ ทำให้สวนภายในบริเวณบ้านตนและบ้านพี่สาวภายใต้รั้วเดียวนั้นเสียหาย ต้นไม้และหน้าดินถูกน้ำกัดเซาะนับเป็นวามเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องฟื้นฟูบ้านและสวน รวมทั้งฟื้นฟูใจไปพร้อมๆกัน ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านไป เสมือนเป็นการนับหนึ่งอีกครั้ง ของคุณวาสุธินทร์และครอบครัว หลังลงความเห็นแล้วว่าจะจัดสวนใหม่ จึงได้มองหานักจัดสวนที่สามารถจัดสวนได้แบบที่ต้องการ จนได้มาพบกับผลงานสวนทรอปิคอลผ่านทางรายการแต่งสวนของคุณทินกร ศรีวัฒนะธรรมา แห่ง สวนสวยแลนด์สเคป จำกัด เมื่อได้ชมก็รู้สึกชอบสไตล์สวน จึงได้ติดต่อและได้ปรึกษาพูดคุยกันจนมาดูพื้นที่จริง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการชุบชีวิตสวนพังทลาย ให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง คุณทินกร ศรีวัฒนะธรรมา นักจัดสวนเล่าว่า “สวนแห่งนี้มี 2 แบบ 2 สไตล์ เพราะภายในที่ดินเดียวกัน ได้แบ่งบ้านเป็น 2...
… สัปดาห์นี้จะขอพาเพื่อนๆ ไปเติมอากาศบริสุทธิ์ด้วยเทคนิคการ 'จัดสวนแนวตั้งในพื้นที่แคบ' เพราะปัจจุบันขนาดของพื้นที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กลง การจะให้ไปจัดสวนย่อมในรอบตัวบ้านยิ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการจัดสวนแนวตั้งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์บวกกับเพิ่มความสดใสด้วยธรรมชาติสีเขียวให้กับพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยของเราได้อย่างลงตัว สวนแนวตั้ง สำหรับพื้นที่แคบ   สวนแนวตั้ง (Vertical Garden) เป็นรูปแบบการจัดสวนแนวดิ่ง เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก เพราะการจัดสวนในลักษณะนี้จะเป็นการนำพันธุ์ไม้ติดกับผนังกำแพง หรือออกแบบในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ให้ขนานไปกับผนังกำแพงในลักษณะแนวดิ่ง ซึ่งจุดประสงค์หลักของการจัดสวนแนวดิ่ง คือการเพิ่มความเป็นธรรมชาติ บวกกับฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้กับพื้นที่ใช้งาน สำหรับรูปแบบการจัดสวนแนวตั้งในพื้นที่แคบ สามารถทำเองได้อย่างง่ายดาย ตามขั้นตอนที่พวกเราทีมงาน Homedeedee นำมาฝากได้เลยครับ เคลียร์ผนังสำหรับจัดสวนแนวตั้ง   เลือกผนังกำแพงที่เราจะนำสวนแนวตั้งเข้าไปใช้งาน โดยมีวิธีการเลือกคือ บริเวณผนังกำแพงต้องอยู่ในทิศทางที่แดดส่องถึง เพราะจะช่วยในเรื่องของการลดปัญหาของการอับชื้น และแนะนำให้เลือกผนังทาสี แทนที่จะใช้เป็นวัสดุอื่นปิดผิวเช่น วอลเปเปอร์, ลามิเนต และอื่นๆ เพราะผนังบริเวณที่จัดสวนแนวตั้งจะมีการรดน้ำอยู่สม่ำเสมอ อาจทำให้วัสดุปิดผิวบริเวณผนังดังกล่าวได้รับความเสียหาย ติดโครงสร้างกับผนัง   เมื่อเลือกผนังกำแพงเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการติดตั้งโครงคร่าวสำหรับวางกระถางต้นไม้ สำหรับการติดตั้งสามารถทำได้สะดวก เพียงแค่ติดตั้งโครงคร่าวของสวนเข้ากับผนังกำแพง และเลือกวางตารางโครงสร้างให้มีระยะ 60 x 60 เซนติเมตร (หรือเลือกใช้ท่อพีวีซีขนาด 3⁄4 นิ้ว ข้อต่องอ 2 ทางและข้อต่อ 4 ทาง เพื่อเชื่อมท่อแต่ละชิ้นให้เป็นโครงสร้าง) จากนั้นเลือกใช้แผ่นพลาสวู้ดหนาประมาณ 12 มิลลิเมตร ยึดด้วยสกรูหรือตะปู เข้ากับโครงคร่าวเหล็กที่เตรียมไว้เพื่อรองพื้นสำหรับการยึดกระถางใส่ต้นไม้ให้อยู่ในแนวตั้งตามที่ได้ออกแบบไว้ ใช้ผ้าและแผ่นพลาสติกกันน้ำ   เมื่อติดตั้งโครงสร้างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ให้นำแผ่นพลาสติก หรือ แผ่น...
จัดสวยด้วยตัวเองใครว่ายาก ได้แบบที่สวยถูกใจแถมงบไม่บานปลายอีกด้วย !! อีกหนึ่งไอเดียเพิ่มความร่มเย็นให้บ้านคงหนีไม่พ้นการจัดสวยสวยๆ เพราะไม่เพียงแค่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ ให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มองค์ประกอบให้พื้นที่โดยรอบบ้านของเรามีชีวิตชีวาและน่าอยู่มากขึ้นด้วย Garden Update ประจำสัปดาห์นี้เลยอยากชวนผู้อ่านมาเติมเต็มพื้นที่สีเขียวให้บ้าน ด้วยการสร้างมุมพักผ่อนด้วยตัวเองในแบบง่ายๆ กับการจัดสวนขนาดเล็ก แต่เอ็มอิ่มไปด้วยมุมมองของธรรมชาติ ไม่ว่ามุมไหนของบ้านก็สวยได้ แถมงบก็ไม่บานปลายอีกด้วย รับรองว่าทุกไอเดียสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ผู้อ่านชอบสไตล์ไหนแบบไหน ตามไปชมและสนุกกับการจัดสวนในฉบับของคุณกันเลยค่ะ     พื้นที่ว่างข้างบ้าน อย่าปล่อยให้โล่งเปล่า มาจัดมุมจิบชากาแฟชิคๆ กันเถอะ!!! สำรวจพื้นที่บ้านข้างบ้านกันหน่อย หากบ้านผู้อ่านมีพื้นที่ว่างถูกปล่อยไว้ไม่ได้ใช้งานละก็ มาเพิ่มพื้นที่สีเขียวง่ายๆ ด้วยการแปลงโฉมให้เป็นมุมสำหรับพักผ่อนเพลินๆ ไม่ว่าจะนั่งชิวรับลม จิบกาแฟ อ่านหนังสือ โดยไม่ง้อการออกไปนั่งร้านเจอความวุ่นวายกันเลยล่ะ อย่างไอเดียที่เราหยิบยกมาฝากด้วยการนำวัสดุไม้มายึดเข้ากับผนัง ด้านบนวางเรียงกันเป็นแนวนอน โดยกะระยะให้พอดี เมื่อดีไซน์โครงไม้เป็นที่เรียบร้อย จากนั้นนำไม้เลื้อยมาห้อยเสมือนเป็นซุ้มเล็กๆ เพื่อบดบังแสงแดดสร้างร่มเงา อย่างพันธุ์ไม้เลื้อยที่นิยมปลูก ไม่ว่าจะเป็นสร้อยอินทนิล ม่านบาหลี ต้นเล็บมือนาง เหลืองชัชวาล เดปใบด่าง เป็นต้น ตามมุมต่างๆ เราก็สามารถ DIY ของเหลือใช้ อย่างการนำลังไม้พาเลทมาซ้อนลดหลั่นกันไปมา จากนั้นก็นำพันธุ์ไม้ที่ชื่นชอบมาปลูก หลักการง่ายๆ ก็อย่าลืมศึกษานิสัยใจคอของต้นไม้ที่จะปลูกให้ดีด้วยนะคะ โดยเฉพาะทิศทางของแสงแดดเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้เราก็สามารถประดับประดาเพิ่มเติมด้วยกระถางเอิร์น และไม้กระถางขนาดเล็กอื่นๆ อาจเพิ่มไม้ดอกเพื่อสร้างสีสีนที่สดสวย...
Love Your Tree แทรกตัวในสวนป่า เคยมีคนกล่าวไว้ว่าต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น ช่วยดูดซับพลังงานความร้อนได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน หรือเท่ากับ12,000 บีทียู ต่อชั่วโมง ฉะนั้นการปลูกต้นไม้ในบริเวณอาคารบ้านเรือน คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือตามสถานที่ต่างๆ นอกจากจะช่วยบดบังสงแดดให้ร่มเงา ช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบ สร้างความเย็นสบายทั้งภายนอกและภายในอาคารแล้ว การปลูกต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นยังช่วยลดการใช้พลังงาน และลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศได้เป็นอย่างดี ไม่ต่างจาก Love Your Tree คาเฟ่ที่เราได้มีโอกาสมาเยือนในครั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบที่ปกคลุมไปด้วยร่มเงาของต้นไม้น้อยใหญ่ ให้ความร่มรื่นเย็นสบาย กับความเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากความวุ่นวายภายนอก ที่รถรากำลังวิ่งควักไขว่อย่างสิ้นเชิง Love Your Tree ตั้งริมถนนสุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าของคือคุณจิระยศ คุณทิพวิภา เหมาะมาศ สองสามีภรรยาที่ได้รีโนเวทจากร้านกาแฟเล็กๆ จนกลายเป็นคาเฟ่ในสวนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยได้คุณธีระ คุณธีรเดช หวังพลายเจริญสุข และคุณมัติติกานต์ แซ่โอ๊ว มาช่วยดูแลและร่วมกันออกแบบตกแต่ง คุณทิพวิภา...
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับงานงานสถาปนิก 62 งานที่แสดงศักยภาพแห่งการออกแบบแห่งปี ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของสมาคมสถาปนิกสยาม และบริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น โดยในปีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการสถาปัตยกรรมบ้านเรา รวมไปถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโชว์เทคโนโลยีด้านสถาปัตยกรรม และวัสดุก่อสร้างถึง 850 บริษัทชั้นนำจาก 40 ประเทศทั่วโลก ในส่วนจะมีแนวคิดการจัดงานอย่างไรบ้าง ไปฟังแนวคิดของ 4 ผู้นำในการจัดงานครั้งนี้กันเลยดร.อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่าสำหรับงานในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด ”กรีน อยู่ ดี” : Living Green เพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรม นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ตลอดจนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้นอกจากต้องการแสดงความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมแล้ว ยังต้องการสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทวิชาชีพสถาปนิกที่มีต่อสังคมให้มากขึ้นอีกด้วยด้าน ดร.อัจฉราวรรณ จุฑารัตน์ ประธานการจัดงานสถาปนิก 62 กล่าวว่าในงานนี้ยังมีนิทรรศการหลัก (Thematic Exibition) ของสาคมสถาปนิกสยามฯ ที่โชว์นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับเทคโนโลยีดพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมการประกวดออกแบบระดับนานาชาติ “ASA International Design...
Patom Organic Living โลกสีเขียวในเรือนกระจกโปร่งใส ความหลากหลายของต้นไม้ต่างสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ใบ ไม้พุ่ม หรือแม้แต่พืชคลุมดิน เมื่อมาอยู่รวมกันอย่างไร้แบบแผน กลับให้ความงดงามที่โอบรับความไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต่างจาก Patom Organic Living คาเฟ่ออแกนิคในเรือนกระจกโปร่งใส มาพร้อมการออกแบบที่หลอมรวมระหว่างสเปซ และธรรมชาติ ด้วยการเชื่อมต่อพื้นที่ภายนอกและภายใน โดยเปิดรับมุมมองพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างกลมกลืน Patom Organic Living ซุกซ่อนตัวในซอยทองหล่อ เสมือนเป็นปอดกลางกรุงเล็กๆ ให้คนเมืองที่โหยหาธรรมชาติ ท่ามกลางป่าคอนกรีตสูงระฟ้าที่รายล้อมในเวลานี้ เจ้าของคือคุณอนัฆ นวราช ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งอาณาจักรสามพราน ริเวอร์ไซด์ ชายหนุ่มที่ได้แบ่งผืนดินส่วนหนึ่งของคุณยายซึ่งอยู่อาศัยมายาวนาน กว่า 60 ปี สร้างสรรค์จนเกิดเป็นคาเฟ่ที่มาพร้อมแนวคิด Organic Living ไม่เพียงเสิร์ฟเมนูอาหารออแกนิคเท่านั้น แต่ยังส่งตรงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากเกษตรกรถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการงดใช้หลอด และหันมาใช้ปิ่นโตใส่อาหารให้กับผู้มาเยือนอีกด้วย สำหรับคอนเซ็ปต์ของ Patom Organic Living นั้นผู้เป็นเจ้าของตั้งใจออกแบบให้โครงสร้างของร้านมีความรู้สึกคล้ายกับเทอร์ราเรียม หรือการจัดสวนในขวดโหล ภายในเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอันเรียบง่ายของการใช้ชีวิต...
MITTA : มิตตะ พื้นที่แห่งความสุข ในสวนบ้านเพื่อน   ริมย่านถนนพระราม 2 ใครจะเชื่อว่าจะมีคาเฟ่สุดชิค ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของสวนสีเขียว โดยมีต้นไม้สูงใหญ่ทำหน้าที่บดบังความพลุกพล่านของรถราที่วิ่งขวักไขว่กันไปมา Garden Update ประจำสัปดาห์นี้จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับ MITTA Cafe คาเฟ่เล็กๆ แต่กลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพของผู้เป็นเจ้าของ ภายใต้ความหมายที่แปลว่า   ” เพื่อน” จากหุ้นส่วนทั้งสามที่หลงใหลในการเดินทาง สีเขียวของต้นไม้ และความสุขในการได้ลิ้มรสขนมและเครื่องดื่มแสนอร่อย จึงอยากแบ่งปันความสุขนี้ให้ผู้ที่ชื่นชอบในสิ่งที่คล้ายกัน จากจุดเริ่มต้นของความฝันเล็กๆ ต่อยอดจนเกิดเป็นคาเฟ่สีเขียวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกมุมมอง เดิมที MITTA Cafe เคยเป็นร้านขายต้นไม้มาก่อน ทำให้ภายในร้านยังคงปรากฏภาพของต้นไม้ใหญ่ให้เห็นอยู่หลายชนิด ที่ยังคงทำหน้าที่แผ่ใบกิ่งก้านปกคลุมให้ร่มเงาไปทั่วอาณาบริเวณ โดยเจ้าของเลือกที่จะเก็บรักษาไว้ให้คงอยู่ด้วยการเลี่ยงที่จะไม่ตัดทิ้ง แต่ได้ปลูกพรรณไม้เพิ่มเข้าไป โดยเน้นเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทาน ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้ในร่มต้องการเพียงแสงแดดรำไร ก็สามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องดูแลเอาใส่ใจมากมาย อย่างตระกูลเฟิร์น ไม่ว่าจะเป็นเฟิร์นเขากวาง เฟิร์นฮาวาย เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย เป็นต้น ทั้งนี้ก็ยังมีพรรณไม้อื่นๆ อย่างพลูด่าง โดยปลูกลงดินแล้วปล่อยให้เลื้อยไปตามผนังเคาน์เตอร์ร้าน และเลื้อยพันไปตามต้นไม้ ให้ความเคลื่อนไหวอ่อนช้อยสวยงาม รวมไปถึงฟิโลทองเองก็ตาม ซึ่งเป็นพรรณไม้เลื้อยขนาดเล็ก ที่ไม่ควรปลูกให้รับแสงแดดจัดตรงๆ เจ้าของจึงเลือกปลูกให้เลื้อยพันตามลำต้นของไม้ใหญ่โดยอาศัยกิ่ง...
Calvin Munson Authentic Jersey