Smart Lighting Design การจัดองค์ประกอบให้พื้นที่สวยงามด้วยระบบไฟอัจฉริยะ

0
1615

Product of the week กลับมาพบกันอีกครั้งใน Topic Content “Product Innovation” วันนี้เรามีนวัตกรรมระบบแสงสว่างอัจฉริยะมาแนะนำให้กับเพื่อนนักอ่านทุกท่าน เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในยุคปัจจุบันสำหรับการเลือกชุดโคมไฟเพื่อให้แสงสว่างภายในที่พักอาศัย


ไฟอัจฉริยะกับการออกแบบในพื้นที่ 


 

[Credit : Anguslighting, Nultylighting]

สำหรับการออกแบบแสงสว่างควรคำนึงถึงรูปแบบของพื้นที่และลักษณะของชุดโคมไฟที่จะนำไปใช้งาน และด้วยการพัฒนาทาด้านนวัตกรรมของชุดโคมไฟในปัจจุบันจึงทำให้สามารถเชื่อมต่อระบบ Home Automation ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานไปอีกขั้น

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเกี่ยวกับรูปแบบของชุดโคมไฟที่มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ดังนั้น HomeDeeDee อยากจะพาทุกท่านมารู้จักกับผลิตภัณธ์ชุดโคมไฟอัจฉริยะในแต่ละแบบ รวมไปถึงการออกแบบแสงสว่างนำหรับพื้นที่ภายในอาคาร


 ผลิตภัณฑ์ชุดโคมไฟอัจฉริยะ


 

[Credit : Picswe, Milandesignagenda, ]

ไฟฝังเพดาน (Light Ceiling) : หรือที่รู้จักกันในรูปแบบของ Down Light นิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีราคาถูก ติดตั้งบนฝ้าเพดานได้ทุกรูปแบบ อีกทั้งยังมีค่ากำลังวัตต์ให้เลือกใช้งานได้ตามต้องการ

ไฟแขวนเพดาน (Hanging lamp) : มีหลากหลายประเภทสำหรับการใช้งาน ดดยทั่วไปแล้วจะนิยมใช้ในลักษณะของ Decorate มากกว่าการให้แสงสว่าง เนื่องจากการกระจายแสงสว่างที่น้อยและไม่คงที่

[Credit : Pinterest]

ไฟผนัง (Lighting Wall) : มีให้เลือกช้หลายประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบฝังโดยการกรีดผนังและนำไฟไปซ่อนไว้ด้านใน หรือใช้เป็นดวงโคมก็สะดวกไปอีกแบบ ส่วนากนิมใช้บริเวรทางเดินนอกอาคารเช่น สวนสาธารณะ ทางเดินบริเวณโรงแรม-ร้านอาหาร

ไฟพื้น (Lighting Floor) : เป็นรูปแบบของการให้แสงสว่างเฉพาะจุด อย่างเช่น บริเวณบันไดภายในอาคาร หรือจะเป็นทางเดินยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามแปลกตา…

และวันนี้ HomeDeeDee “มีวิธีการจัดวางไฟในแต่ละพื้นที่ภายในอาคาร” จะเลือกวางไฟตำแหน่งไหนให้เหมาะสม แสงไฟไม่แยงตา ได้ค่าความสว่างคงที่ พร้อมทริคไอเดียการจัดองค์ประกอบของ Smart Lighting Design ที่สามารถทำได้เองง่ายๆด้วยตัวเองมาฝากกันครับ


[ Bedroom ]


 

อย่างที่ทราบกันดีว่าภายในห้องนอนต้องมีความเป็นส่วนตัว ดังนั้นแสงไฟที่เลือกใช้ต้องมีความพอดีไม่สว่างเกินไป ค่าแสงสว่าที่เหมาะสมควรเลือกใช้ แสงสว่างแบบ Warm Light หรือแสงสีส้มนวล

นอกจากมีความนุ่มนวลถนอมสายตาได้ดีแล้ว ยังช่วยปรับเปลี่ยนบรรยากาศในการใช้งานให้ห้องนอนอบอุ่น และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

[ทริค : การวางไฟในห้องนอน]

  • เลือกวางโคมไฟบนโต๊ะข้างเตียงเพื่อลดการเปิดไฟบนเพดาน
  • เลือกใช้หลอดไฟติดผนังที่ปรับระดับได้ที่ข้างเตียงเพื่อเพพิ่มความสว่าง
  • ไฟแบบ Indirect light บริเวณพื้นจะช่วยให้ห้องเห็นในตอนกลางคืน

[ Living Room ]


 

ภายในห้องนั่งเปรียบได้กับใจกลางของบ้านพักอาศัย ที่ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกันในหลากหลายกิจกรรม ดังนั้นความสว่างต้องสามารถรองรับพื้นที่ภายในได้อย่างครอบคลุม

ไฟแบบ Cool White ค่ากำลังวัตต์ที่ 50000k จะเป็นแสงที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นที่ต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ โดยจะช่วยให้เราวางชุดโคมไฟน้อยลงไม่ต้องสูญเสียแสงสว่างโดยไม่จำเป็น

[ทริค : การวางไฟในห้องนั่งเล่น]

  • เลือกแขวนโคมไฟจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่
  • ไฟ LED ดาว์ไลน์เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีราคาประหยัดและใช้งานได้ยาวนาน
  • นอกจากการใช้ไฟภายใน การเปิดพื้นที่ให้แสงธรรมชาติเข้ามาก็เป็นสิ่งสำคัญ

[ Pantry Area ]


 

ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ต้องเน้นเฉพาะจุดค่อนข้างมาก เนื่องจากมีจุดอับสำหรับการประกอบอาหารต่างๆ รวมไปถึงบริเวณตู้และชั้นวางของต่างๆ ดังนั้นการใช้ต้องเลือกอย่างเหมาะสม

โดยการใช้ตำแหน่งไฟแบบกระจายโดยรอบ ก่อนจะเน้นไฟเฉพาะบริเวณพื้นที่ปรุงอาหาร หรืออาจเลือกใช้โคมไฟแบบแขวนที่ Counter Bar ที่ใช้สำหรับเตรียมอาหาร

[ทริค : การวางไฟในห้องครัว]

  • ใช้ไฟ LED ติดตั้งบริเวรที่ปรุงอาหารเพื่อความสะดวก-ปลอดภัย
  • เลือกซ่อนไฟไว้ภายในตู้หรือชั้นวางของเพื่อการหยิบจับอุปกรณ์
  • ควรเพิ่มช่องระบายอากาศเพื่อให้ได้แสงสว่างและลดกลิ่นอับ

[ Bathroom ]


 

เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ต้องการความสว่างอย่าเหมาะสมเพื่อลดการอับชื้น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าอื่นใดคือการเพิ่มช่องแสง เพื่อให้ได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติภายนอก

ส่วนพื้นที่ภายในเลือกใช้แสงสว่างโทน Daylight ก็จะช่วยปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

[ทริค : การวางไฟในห้องน้ำ]

  • สามารถเลือกใช้แสงโทน Warm Light (แสงสีส้ม) เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่
  • ควรเว้นช่องแสงให้อยู่ทิศตรงข้ามกับอ่งล้างหน้า โดยมีความสูงอยู่ที่1.20 m. จากอ่างล้างหน้า
  • การใช้โคมไฟแบบแขวนบริเวรอ่างล่างหน้า จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและควรเว้นระยะจากอ่างล้างหน้าประมาณ 1.00 m.

[ Kid’s Room ]


 

การเลือกใช้แสงสว่างภายในห้องนอนเด็ก สิ่งที่ควรคำนึงที่สุดคือความปลอดภัย แสงสว่างที่ได้ต้องมีความนุ่มนวลและถนอมสายตา อีกทั้งต้องไร้สาร UV เพราะดวงตากับผิวของเด็กนั้นมีความบอบบาง

นอกจากในเรื่องของความปลอดภัย ค่าความสว่างต้องมีความสอดคล้องกับการใช้งาน เพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก

[ทริค : การวางไฟในห้องเด็กเล็ก]

  • เลือกใช้ไฟติดผนัง หรือไฟแขวนลวดลายการ์ตูนเพื่อเสริมสร้างจินตนาการ
  • เพิ่มระบบการหรี่ไฟอัตดนมัติเพื่อให้แสงสว่างค่อยๆดับลง
  • เลือกโคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับการใช้งานที่สะดวกสบาย

[ Home Office ]


 

พื้นที่ภายในห้องทำงาน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องการความสว่างแบบเน้นเฉพาะ เนื่องจากจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย

แสงสว่างแบบ Cool White จะช่วยถนอมสายตาและเพิ่มความสว่างในที่มืดได้อย่างลงตัว อีกทั้งเรายังสามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยการเลือกใช้โคมไฟให้เข้ากับสไตล์การตกแต่ง

[ทริค : การวางไฟในห้องทำงาน]

  • จัดโต๊ะทำงานให้สอดคล้องกับทิศทางแสงแดด
  • เลือกโคมไฟตั้งโต๊ะเพื่อช่วยให้พื้นที่สวยงาม
  • ซ่อนไฟ indirect light บริเวณชั้นวางหนังสือเพื่อเพิ่มความสว่าง

[ Corridors ]


 

ความสว่างที่เหมาะสมจะช่วยให้ทางเดินภายในที่พักอาศัยดูโปร่งมากยิ่งขึ้น และนอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัย ลดความเสียงที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและผู้สูงอายุ

การเลือกตำแหน่งควรว่างในระยะ 1.20-2.00 m. เพื่อให้แสงสว่างกระจายด้อย่างทั่วถึง โดยเน้นไปที่โทนสีแบบ Cool White เนื่องจากมีความเข็มข้นของแสงค่อนข้างมาก

[ทริค : การวางไฟในบริเวณทางเดิน]

  • เพิ่มลูกเล่นด้วยการดรอปฝ้าเพดานและซ่อนไฟ
  • การเลือกติดดวงโคมแบบ Track Light [ชุดโคมไฟแบบราง] จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ
  • สปอต์ไลท์ขนาดเล็กเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการให้แสงสว่างบริเวณทางเดิน

ระบบการทำงานของไฟอัจฉริยะ


สำหรับการทำงานของชุดโคมไฟอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบ Home Automation ของที่พักอาศัยแบ่งออกได้ 2 รูปแบบ

Lighting Sensor System : เป็นระบบที่จับสัญญาณอุณภูมิและการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต เมื่อมีคนเดินผ่านในตำแหน่งตัว Sensor จะทำงานทันทีและหลังจากนั้นไฟจะดับลงเองตามระยะเวลา เป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เป็นเท่าตัว

Lighting Application Control : สำหรับการสั่งงานด้วยระบบนี้เป็นที่แพร่หลายอย่างมากเพราะสามารถควบคุมการเปิด-ปิด ไฟภายในบ้านพักได้ตามต้องการเพียงเชื่อมระบบ HomeAotomation เข้ากับ Smart Phone, Tablet หรือรีโมทคอนโทรลผ่านระบบสัญญาณ WiFi และ Application

[ทริค : วิธีเลือกใช้งานแสงสว่างอย่างเหมาะสม]

  • ใช้ปริมาณไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 1.1 ถึง 22 วัตต์
  •  LED สีวอร์มไวท์ให้แสงนวลตาและอบอุ่นเหมาะแก่การพักผ่อน
  • สีคูลไวท์หรือแสงเดย์ไลท์นั้นเหมาะใช้ในบริเวณที่ต้องการแสงสว่างมากๆ
  • หลอดไฟ LEDARE/เลียดดาเร่ กินไฟน้อยกว่าหลอดหลอดไส้แบบเดิม

[Data&Photo : lighting-philips, Pinterest, Reliance]