Sala Ayutthaya สถาปัตยกรรมไทยในยุคปัจจุบัน ที่นำรูปแบบไทยโบราณมาจัดวางใหม่ได้อย่างลงตัว

0


ลมหายใจ…แห่งวันวาน


กลิ่นอายความทรงจำบนซากปรักหักพัง กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามแปลกตา และแม้กาลเวลาจะล่วงเลยผ่านมาแล้ว แต่ความเลื่อมใสศรัทธาไม่เคยจางหายไปจากใจชาวพุทธ เรื่องราวบางอย่างไม่อาจลบเลือนไปจากใจได้ แต่ทุกชีวิตก็ต้องดำเนินไปตามวิถีแห่งธรรมชาติ เฉกเช่นเดียวกับกรุงเก่าอยุธยาจวบจนทุกวันนี้


วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หลายคนอาจกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน หากใครยังไม่มีโปรแกรมท่องเที่ยวที่ไหน ขอแนะนำจังหวัดอยุธยาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะโบราณสถานและโบราณวัตถุ ซึ่งผู้คนนิยมเดินทางมาไหว้พระทำบุญกันแล้ว เราจะพาไปเช็คอินที่พักสุดชิคกับ ศาลาอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับวัดพระพุทไธศวรรย์ อันเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา

สำหรับรีสอร์ตแห่งนี้ มีแนวคิดการออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมไทยในยุคปัจจุบัน โดยหยิบเทคนิค สัญลักษณ์ และรูปแบบไทยโบราณมาจัดวางใหม่ ตัวอาคารห้องพักรวมออกแบบมาจากบ้าน 2 ชั้น ในรูปแบบที่เรียบง่ายหลายหลังเรียงต่อกัน ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนต้อนรับ ห้องนิทรรศการ ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ทางเดินริมน้ำ ห้องพักที่คอยให้บริการทั้งหมด 26 ห้อง และ Pool suite 1 ห้อง

ประทับใจตั้งแต่โครงสร้างด้านหน้าที่เป็นผนังอิฐเรียบดุจดั่งกำแพง มีทางเข้าเป็นประตูกระจกใสสีชาสร้างความน่าค้นหายิ่งนัก ผ่านห้องนิทรรศการเชื่อมต่อไปยังร้านอาหารริมน้ำ ด้วยทางเดินยาวโดดเด่นด้วยผนังอิฐมอญอยุธยาขนาบสองข้าง ในระดับความสูง 8 เมตร ลักษณะโค้งย่อมุมคลับคล้ายเจดีย์ ซึ่งเป็นเทคนิคการก่อของสถาปัตยกรรมไทยโบราณ ปลายยอดเป็นสามเหลี่ยม ทำมุมกับแสงอาทิตย์ทำให้เงาตกกระทบลงมาที่พื้นและผนังเป็นเส้นโค้ง ระหว่างทางเดินทั้งสองข้างวางอ่างแก้วทรงแบนบนโอ่งเซรามิกปล่อยหยดน้ำให้รินไหล ซ่อนไฟไว้ในโอ่งส่องแสงสว่างในยามกลางคืน ซึ่งแสงที่ส่องผ่านอ่างแก้วนั้นจะกระทบกับผิวน้ำเกิดคลื่นแสงที่เคลื่อนไหวคล้ายแสงเทียนระยิบระยับ เพิ่มความโรแมนติกได้อย่างดียิ่ง

สำหรับทางเดินบริเวณนี้ซ่อนทางแยกเข้าไปยังคอร์ตต้นไม้ และคอร์ตสระว่ายน้ำ ส่วนทางเดินหลักนำสู่ส่วนของร้านอาหารที่สามารถมองเห็นวิวของวัดพระพุทไธศวรรย์ โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยากั้นกลาง บริเวณริมแม่น้ำจัดสรรเป็นระเบียงกว้าง สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหาร และบาร์เครื่องดื่มแบบเอาต์ดอร์ พร้อมทางเดินริมน้ำให้ชื่นชมบรรยากาศที่สวยงาม โดยมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Step Well จากประเทศอินเดีย คือมีขั้นบันไดจำนวนมาก และมีทางขึ้นลงต่างระดับหลายทางด้วยกันในการออกแบบร้านอาหารนั้นยังใช้อิฐ เป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบเช่นกันกับโถงทางเดิน โดยสั่งทำขึ้นจากโรงงานพื้นถิ่นในจังหวัดอยุธยา ปั้มตราลักษณะนูนต่ำเป็นสัญลักษณ์ของโรงแรมศาลา ก่อสลับแบบ Random ให้ความรู้สึกไม่เป็นทางการ ส่วนเพดานทั้งหมดห้อยด้วยโคมไฟหินแกรนิตสีดำเป็นทรงระฆังแขวนในระดับแตกต่างกัน

 


ภายในห้องพักแต่ละห้อง มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป  เพื่อให้ความรู้สึกในการมาพักแต่ละครั้งต่างกัน บางห้องมีองค์ประกอบของเสาและคานไม้ บางห้องมีองค์ประกอบของเสาย่อมุม เฟอร์นิเจอร์บางส่วนใช้เทคนิคไม้ย่อมุม เพื่อให้เชื่อมต่อกับด้านนอกถึงในห้อง รายละเอียดของหมอนอิงก็นำเอาเส้นสายของการย่อมุมมาใช้ นอกจากนี้ยังประยุกต์ราวระเบียงของเรือนไทยมาจัดวางใหม่ให้เป็นเสาของตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเว้นร่องไม้เป็นลายไทย เพื่อให้เกิดแสงเงาของลายไทยบนพื้น เฟอร์นิเจอร์จะใช้วัสดุเป็นไม้สีมะค่า สอดแทรกทองเหลือง ขณะที่ผนังหัวเตียงก็ดูน่าสนใจด้วยลายเสือเผ่นที่เป็นลายสักของไทยอันงดงาม


เพียงแค่บรรยายคงไม่เห็นภาพที่ชัดเจน ฉะนั้นวันหยุดนี้หากยังไม่มีโปรแกรมไปไหน ลองแวะเวียนไปพักผ่อนนอนเล่นสักคืนสองคืน แล้วจะรู้ว่าที่นี่มีการออกแบบ ตกแต่งดีไซน์ได้อย่างลงตัว ชนิดที่เรียกว่าประทับใจตั้งแต่ที่ได้ก้าวผ่านอาณาเขตของรีสอร์ต จนทำให้ใครหลายๆ คนติดอกติดใจ และกลับมาพักอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างมิรู้เบื่อ สำหรับผู้ที่สนใจ Sala Ayutthaya โทร.0-3524-2588 หรือ Facebook : sala ayutthaya