เติมเต็มในส่วนขยายของชีวิตบนพื้นที่เดิมของครอบครัว

0
25400

กาลเวลาผ่านไปความทรงจำของชีวิตล้วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการใช้ชีวิตที่มากขึ้น ข้าวของ เครื่องใช้ ล้วนบรรจุเรื่องราวที่หลากหลาย พอๆ กับปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อบ้านหลังเดิมไม่อาจบรรจุเรื่องราวทั้งหมดของชีวิตลงไปได้ เจ้าของบ้านจึงเติมเต็มด้วยการสร้างส่วนขยายของชีวิตขึ้น บนพื้นที่เดิมของครอบครัว

 


จุดเริ่มต้นบ้านหลังใหม่ของครอบครัว


 

ที่ดินขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่กว่าบรรจุเรื่องราวของครอบครัวไว้ด้วยบ้านทั้ง 3 หลัง ซึ่งคุณสุทธิรักษ์ วังตาล เจ้าของบ้านอาศัยมาตั้งแต่ครั้นเยาว์วัย บ้านไม้หลังเดิมผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนเริ่มผุพังได้ถูกรื้อถอนออกไป และแทนที่ด้วยบ้านหลังใหม่ที่ออกแบบโดยรอแยลเฮ้าส์ สาขาดุสิต ที่ได้เพิ่มพื้นที่ใช้สอย แบ่งสรรปันส่วนเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้สมาชิกครอบครัว ด้วยดีไซน์บ้านยอดนิยมของรอแยลเฮ้าส์ที่ทางคุณสุทธิรักษ์ และคุณปุณณจันทร์ วังตาล ได้เลือกมาเป็นต้นแบบในการสร้าง ผสานกับการปรับแบบนิดตกแต่งเพิ่มอีกหน่อย ก็ทำให้บ้านหลังนี้เป็นส่วนขยายของครอบครัวที่เติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ได้มากยิ่งขึ้น

 


บ้านสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารีแบบเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความศรัทธา


 

เมื่อดูจากภายนอกตัวบ้านจะเห็นโครงสร้าง และการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารีเลือกใช้โทนสีแบบเรียบง่ายอย่างสีเทาตัดด้วยคิ้วบัวสีขาว และซุ้มเสาสูงสีน้ำตาล ทำให้บ้านดูสุขุม แต่ยังคงความนุ่มนวลไม่แข็งกระด้างจนเกินไป ส่วนหน้าของพื้นที่บ้านออกแบบให้วางชุดโต๊ะ และเก้าอี้สานสำหรับนั่งรับลมยามเย็นได้อย่างสบายใจ นอกเหนือจากนี้ยังช่องว่างจากตัวอาคารที่พอเหมาะกับการจัดวางรูปปั้นพระแม่มารีไว้ได้อย่างลงตัว บ่งบอกให้เห็นถึงความรัก และความศรัทธาของคุณสุทธิรักษ์ที่มีต่อศาสนาคริสต์ที่นับถือ ไม่เพียงแค่สะท้อนความศรัทธาของคุณสุทธิรักษ์เท่านั้น แต่รูปปั้นพระแม่มารีที่ดูโอบอ้อมอารีนี้ยังเป็นผู้สร้างความอบอุ่นให้แก่คนในบ้าน และคนที่มาเยือน ไม่เพียงแค่พระแม่มารีเท่านั้น แต่ภายในห้องนอนของคุณสุทธิรักษ์ยังมีจี้พระเยซูตรึงกางเขนวางอยู่มุมว่างของห้อง สะท้อนความศรัทธาได้เป็นอย่างดี

 


แบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ของครอบครัว


ภายในบ้านของคุณสุทธิรักษ์ออกแบบอย่างเรียบง่ายแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานชั้นล่างให้เชื่อมต่อกันทั้งห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และแพนทรีสำหรับทำอาหารแบบเบาๆ ที่ไม่ต้องใช้เตาภายในบ้าน ส่วนครัวไทยมีประตูไม้สักกั้นกับส่วนแพนทรีในบ้าน ส่วนบันไดอยู่ถัดจากโถงกลางบ้านที่มีการปรับแบบจากโถงสูง ให้เป็นโถงชั้นเดียวเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยของชั้น 2 ประดับด้วยแชนเดอร์เลียขนาดเล็ก ทำให้บ้านเรียบๆ ดูหรูเพิ่มขึ้นอีกนิด

พื้นที่ชั้น 2 แบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน เชื่อมต่อกันด้วยโถงกลาง และห้องน้ำ โดยห้องของคุณปุณณจันทร์ และห้องของลูกสาวได้เพิ่มบานเลื่อนเพื่อแบ่งพื้นที่ภายในห้องให้เป็นสัดส่วน ซึ่งจะแยกส่วนพื้นที่แต่งตัว และิพื้นที่อ่านหนังสือออกจากห้องนอน แม้จะทำให้ห้องดูเล็กกว่าห้องนอนคุณสุทธิรักษ์ที่เปิดโล่งในแนวยาว แต่ก็ทำให้การใช้งานภายในห้องเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

 


ตกแต่งภายในสะท้อนสไตล์ของครอบครัว


 

พื้นที่ชั้นหนึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นการเปิดพื้นที่ให้โปร่งโล่ง โดยการเลือกใช้โทนสีขาว น้ำตาลอ่อน และน้ำตาลเข้มจากไม้เป็นหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความอบอุ่น เนื่องจากพื้นที่ชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่ของครอบครัวที่ใช้งานร่วมกันเป็นประจำทุกวันสีเอิร์ธโทนจึงช่วยให้บ้านอบอุ่น ไม่อึดอัด ช่วยให้พื้นที่ของครอบครัวน่าอยู่มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันห้องนอนของแต่ละคนกลับสะท้อนให้เห็นตัวตนของสมาชิกครอบครัวได้อย่างแตกต่าง

 

ห้องของคุณสุทธิรักษ์ตกแต่งโดยใช้สีเทาตัดกับสีน้ำตาลเข้มจากกรอบไม้บริเวณหัวเตียง สะท้อนถึงบุคลิกที่สุขุมในแบบหัวหน้าครอบครัว แต่ก็ตกแต่งไม่ให้ทึบเกินไปจนอึดอัดที่จะอยู่ในห้อง และด้วยความที่ห้องของคุณสุทธิรักษ์อยู่ในทิศตะวันตกของบ้าน จึงมีการใช้ช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อดึงแสงธรรมชาติยามเย็นให้เข้ามาภายในห้องที่มีลักษณะยาว และลึก ไม่ซับซ้อน มองเห็นได้ทั่วทันทีที่เดินเข้าไป

ส่วนห้องของคุณปุณณจันทร์ ออกแบบในสไตล์ผู้หญิงหวานๆ เมื่อเข้าไปจะพบกับห้องแต่งตัวขนาดใหญ่สีขาวที่ออกแบบมาสำหรับการเก็บเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้า พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งที่ติดหลอดไฟ LED สีขาว และสีวอร์มไลท์ เพื่อช่วยให้แต่งหน้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องนอนแสนอบอุ่นจะมีประตูบานเลื่อนกั้น เพื่อความเป็นส่วนตัว ขณะที่ห้องนอนของลูกสาวตกแต่งในโทนอบอุ่นด้วยสีน้ำตาลอ่อน แบ่งพื้นที่ส่วนอ่านหนังสือและห้องนอนออกจากกัน ตกแต่งด้วยรูปภาพศิลปินที่ชอบ

 


เพิ่มลูกเล่นให้บ้านไม่เรียบนิ่ง


แม้ว่าจะตกแต่งในแบบเรียบๆ โดยใช้โทนสีขาว น้ำตาลอ่อน และน้ำตาลเข้มเป็นหลักในการตกแต่งบ้าน แต่บ้านก็ดูไม่น่าเบื่อด้วยลูกเล่นที่เพิ่มเติมมาสำหรับการตกแต่ง ทั้งตู้บิลต์อินที่คั่นกลางระหว่างบันได กับแพนทรี ผนังข้างบันไดที่เจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่นัก และการทำขั้นบันไดสำหรับวางของตกแต่งแทนปิดผนังทึบตรงบันได ซึ่งลูกเล่นเหล่านี้ ใช้วัสดุลามิเนตสีน้ำตาลอ่อนช่วยลดความทึบ เพิ่มความกว้างขวางให้กับพื้นที่แม้ว่าจะมีของชิ้นใหญ่จัดวางอยู่ก็ตาม ในส่วนของการใช้เฟอร์นิเจอร์คุณสุทธิรักษ์เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายดีไซน์ไม่โดดเด่นมากนัก แต่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน และสามารถดูแลรักษาได้อย่างง่ายดาย

 


เก่า – ใหม่สอดประสาน เคียงข้างไม่แปลกแยก


 

บ้านหลังเดิมของคุณสุทธิรักษ์ยังคงอยู่เคียงข้างกับบ้านหลังใหม่อย่างลงตัว แม้ว่าจะมีดีไซน์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละยุคสมัย แต่ก็ยังอยู่รวมกันได้อย่างลงตัว จากการเฉพาะเจาะจงพื้นที่การก่อสร้างที่ลงตัวกับพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา และการเลือกใช้สีในโทนเรียบๆ ไม่ฉูดฉาดอย่างสีเทา ขาว และน้ำตาล ทำให้ความสไตล์โมเดิร์นของดีไซน์บ้าน ไม่ไปสร้างความแปลกแยกให้กับบ้านสีขาวหลังเดิมที่อยู่ในพื้นที่ ความใส่ใจในการออกแบบนี้ช่วยให้ทั้งพื้นที่กลมกลืนกันอย่างลงตัว

 


นิยามความหมายของ “บ้าน”


 

หากจะพูดถึงคำว่า “บ้าน”  คุณสุทธิรักษ์ได้ให้นิยามความหมายว่า “ผมคิดว่าบ้าน คือ สถานที่ที่อยู่แล้วต้องรู้สึกสบาย สะดวก ง่ายในการดูแลรักษา ผมว่าบ้านยิ่งเล็กยิ่งดีไม่อย่างนั้นการดูแลจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก” การออกแบบ การอยู่อาศัย และการดูแล ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งชองการทำให้บ้านกลายเป็นบ้านอย่างแท้จริง การมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ วัสดุ โครงสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ในแบบของผู้อยู่อาศัยจริงๆ จึงเป็นความหมายอันซ่อนเร้นอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา

คุณสิทธิรักษ์ วังตาล – เจ้าของบ้าน

 

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

 

Royal House สาขาดุสิต

1148 ถนนนครไชยศรี แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300

Hotline :  02-669-2720, 081-8993413
Website : http://www.royalhouse.co.th