Q & A : ออกแบบบ้านเล็กยังไง ให้มีพื้นที่กว้าง

0
1420

[ Q & A : DESIGN AND INSPIRATION ]

วันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee มี Topic Content ใหม่มานำเสนอ เกี่ยวกับการถาม-ตอบ สารพันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบ, งานก่อสร้าง, การเลือกวัสดุและผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงปัญหาต่างๆที่อยู่ในแวดวงของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งวันนี้เราขอเปิดฤกษ์ดีกับบทความที่ถูกถามเข้ามามากที่สุด ‘เกี่ยวกับงานออกแบบภายในพื้นที่จำกัด ให้มีขนาดกว้างมากยิ่งขึ้น’ จะมี Q & A ถาม-ตอบ ปัญหาอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามเข้ามาหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ…


 Q & A : ที่พักอาศัยมีจำกัด แต่อยากได้เนื้อที่กว้าง


 

เชื่อว่าปัญหาของคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยซักหนึ่งหลัง คงมีความกังวลใจเกี่ยวกับพื้นที่ภายใน ว่าจะแคบไปไหม สามารถรองรับกิจกรรมของคนภายในครอบครัวได้รึเปล่า แน่นอนว่าถ้าให้พูดตามความเป็นจริง การเลือกที่พักอาศัยที่มีขนาดพื้นที่มากหน่อยจะมีราคาสูง ดังนั้นสำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาจับต้องได้ ก็จะมีขนาดของพื้นที่ลดลงมา

แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ความพึงพอใจและบริบทของผู้ใช้งานเองด้วย เพราะขนาดพื้นที่ ‘กว้าง-แคบ’ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถึงแม้ว่าพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยจะมีขนาดแคบที่สุด ก็ยังคงมีวิธีและเทคนิคที่สามารถแก้ไขปัญหาให้มีพื้นที่กว้างมากขึ้นได้เสมอ


Q  : ขั้นตอนออกแบบเริ่มจากอะไร

A : เริ่มจากการจัดวางแบบแปลน

 

จาก Q : คำถาม ของแฟนเพจ Homedeedee ของเรา เป็นพนักงานออฟฟิศที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างครอบครัวกับแฟนสาวที่พึ่งแต่งงานกัน และเดิมทีทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ที่มีขนาดความกว้างไม่ถึง 30 ตร.ม. เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่เริ่มมองหาที่อยู่อาศัย ที่สามารถรองรับรูปแบบชีวิตในอนาคต จึงมีความกังวลใจเกี่ยวกับการเลือกที่อยู่อาศัย

และสำหรับที่อยู่อาศัยที่มองไว้เป็นบ้านเดี่ยวขนาดเล็กย่านชานเมือง จึงทำให้มีราคาไม่สูงมากและมีเนื้อที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย แต่เมื่อมองย้อนกลับมา แน่นอนว่าบ้านเดี่ยวขนาดเล็กจะมีพื้นที่ในส่วนต่างๆจำกัด ดังนั้นต้องเริ่มจากการวางแผนผังของตัวบ้านให้ถูกจุด โดยการขยายพื้นที่บางส่วนโดยการทุบผนังออก เพื่อให้ได้พื้นที่แบบ All in one (พื้นที่รวม)

ยกตัวอย่างเช่น  : บ้านเดี่ยวบางโครงการนิยมสร้าง Partition (ผนังกั้น) บริเวณห้องนั่งเล่นแยกออกจากส่วนของพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งจะทำให้พื้นที่โดยรวมดูอึดอัด การขยายพื้นที่รวมแบบ All in one จะช่วยให้ได้ระยะการใช้งานที่กว้างและเพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้มากยิ่งขึ้น


Q  : มีเทคนิคอะไรบ้าง

A : มีอยู่ด้วยกัน 5 เทคนิค

คำถามต่อเนื่องหลังจากการขยายพื้นที่แบบ All in one คือ ‘มีเทคนิคอะไรบ้างที่ช่วยให้บ้านกว้างขึ้น’ขอตอบว่ามีอยู่ด้วยกันหลากหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับปัจจัยและองค์กอปของพื้นที่นั้นๆ อย่างเช่นบ้านพักก็จะมีเทคนิคการแก้ปัญหาอีกแบบหนึ่ง คอนโดมิเนียมก็จะมีวิธีแก้ปัญหาที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลสามารถใช้ 5 เทคนิคบนพื้นฐานของการออกแบบภายในได้ (Interior design Solution)

สร้างพื้นที่แนวดิ่ง

เทคนิควิธีการแก้ปัญหาแรกอย่างการสร้างพื้นที่แนวดิ่ง โดยใช้เทคนิคการออกแบบในลักษณะ Double Space ที่จะมีการดีไซน์ตัวพื้นที่ในลักษณะแนวดิ่ง เพื่อให้มีพื้นที่บนเพดานสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อให้เกิดช่องว่างของความปลอดโปร่ง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาของความอึดอัดได้มากกว่า 70%

และสำหรับการใช้เทคนิคเพิ่มความโปร่งในลักษณะแนวดิ่งนี้ ไม่ใช้แค่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่ใช้งานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมต่อพื้นที่ในรูปแบบ Connect to space ให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อีกด้วย หรือถ้าให้พูดง่ายๆ คือ เทคนิคนี้เป็นการแก้ปัญหาแบบ 2 in 1 นั่นเอง

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ Built-in

อย่างที่ทราบกันดีว่ายิ่งพื้นที่แคบเท่าไหร่เฟอร์นิเจอร์ยิ่งน้อยเท่านั้น แต่สำหรับใครหลายคนการมีเฟอร์นิเจอร์นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกแล้ว ยังเปรียบเสมือนเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยของตัวเอง ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นจริง ตามหลักของงานออกแบบภายใน สามารถทำได้ด้วยการเลือกออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in (เฟอร์นิเจอร์ติดผนัง)

แน่นอนว่าการเลือก Built-in เฟอร์นิเจอร์จะช่วยในเรื่องให้มีพื้นที่ภายในมากขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติ และทำให้ภายในที่อยู่อาศัยที่โปร่ง-สบายตา ซึ่งในข้อดีย่อมมีข้อเสีย เพราะการเลือกออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in มีราคาที่สูงกว่าการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบปกติ

เน้นใช้สีและวัสดุโทนอ่อน

อีกหนึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน อย่างการเลือกใช้สีและวัสดุโทนอ่อน เช่น สีขาว, ครีม, หรือสีโทนน้ำตาลของวัสดุไม้ เพราะการเลือกใช้สีโทนอ่อนจำพวก Warm Colors (สีโทนอบอุ่น) จะช่วยเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ภายในได้อย่างลงตัวสวยงาม เพราะสีในลักษณะนี้จะมีความสว่างสูงจึงช่วยลดความอึดอัดของพื้นที่ลงได้

นอกจากการเลือกใช้สี-วัสดุแล้ว การเลือกออกแบบ Lighting Design ให้มีความสอดคล้องกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้พื้นที่มีความโปร่งและน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น และตามหลักของทฤษฎีการใช้แสง สีโทน Cool White และ Warm White จัดว่ามีความสว่างในลักษณะที่อบอุ่น และมีค่าของแสงสว่างที่ช่วยให้พื้นที่มีความสวยงาม

เปิดช่องรับแสงธรรมชาติ

การเปิดช่องรับแสงจากธรรมชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคตัวช่วยที่สามารถทำให้พื้นที่ภายในมีความโปร่งมากยิ่งขึ้น เพราะการเลือกเปิดช่องแสงในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดที่ทำให้พื้นที่ภายในที่อยู่อาศัย รวมไปถึงผู้ใช้งานได้มีพื้นที่หายใจได้อย่างปลอดโปร่ง

การเลือกเปิดช่องแสงสามารถทำได้หลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งเลือกใช้หน้าต่างแบบปกติ หรือใช้หน้าต่างแบบเต็มบาน ก็ได้  ขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่การใช้งาน แต่สิ่งที่ควรระวังคือการเลือกเปิดช่องแสงรับธรรมชาตินั้น ควรคำนึงถึงทิศของแสงแดด เพื่อไม่ทำให้เกิดความร้อนภายในตัวบ้าน

ใช้กระจกเงาสะท้อนพื้นที่ภายใน

เทคนิคที่เชื่อมว่าหลายคนคงคุ้นเคย และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกพื้นที่อย่างการใช้กระจกเงาสะท้อน เพื่อให้เกิดการลวงตา และทำให้รู้สึกว่าพื้นที่กว้างขึ้น ซึ่งหลายคนอาจรู้ในเชิงของรูปแบบนามธรรมที่เกิดขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วการใช้กระจกเงาสะท้อนมีอะไรมากกว่านั้น

เพราะสามารถใช้กระจกเงาหรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวสะท้อนแทนตู้วางทีวีหรือฉากหลังสำหรับวางทีวี นอกจากจะช่วยสะท้อนพื้นที่ให้ดูกว้างขึ้นแล้ว ยังเป็นการผสมผสานพื้นผิวที่สะท้อนภาพแบบกระจกเงาเข้ากับเฟอร์นิเจอร์แบบทึบได้เป็นการตกแต่งที่ลงตัว ในขณะที่หลังบานกระจกก็สามารถใช้เป็นที่เก็บของได้


Q : ต้องมีงบประมาณเท่าไหร่

A : ขึ้นอยู่กับพื้นที่ต่อ ตรม.

 

วิธีคิดคำนวณราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้น เพื่อคำนวณหาค่าก่อสร้างและค่าออกแบบและแบบที่ต้องการ ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับที่ดินหรือความต้องการของเจ้าของบ้าน ตามขั้นตอนดังนี้

  • ก่อนอื่นเราต้องมองรูปที่ดินก่อน ว่ารูปที่ดินที่เรามีเป็นแบบไหน เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่จัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมคางหมู ฯลฯ
  • เมื่อเราทราบขนาดที่ดินแล้วว่าหน้ากว้างส่วนติดถนน เท่าไหร่ และลึกจากถนนไปเท่าไหร่ เช่น กว้าง 8 เมตร ลึก 18 เมตร

ยกตัวอย่าง : หากต้องการ 3 ห้องนอน โดยมีห้องนอนใหญ่ ขนาดประมาณ 4 x 4 เมตร ห้องนอนกลาง 4 x 3 เมตร ห้องนอนเล็ก 3 x 3 เมตร จะได้พื้นที่ห้องนอนทั้งหมดดังนี้ 4 x 4 = 16 และ 4 x 3 = 12 และ 3 x 3 = 9 พื้นที่ = 16 + 12 + 9 = 37 ตารางเมตร

  • ห้องรับแขก 1 ห้อง ขนาด 4 x 4 = 16 ตารางเมตร
  • ห้องอาหาร 1 ห้อง  ขนาด 3 x 4 = 16 ตารางเมตร
  • ห้องครัว 1 ห้อง ขนาด 3 x 3 = 9 ตารางเมตร
  • ห้องน้ำ 2 ห้อง ขนาด 1.8 x 2.5 = 4.5 x 2 = 9 ตารางเมตร
  • เฉลียงหน้าบ้าน ขนาด 4 x 2.5 = 10 ตารางเมตร มีหลังคาคลุม
  • ซักล้าง ขนาด 2 x 3 เมตร = 6 ตารางเมตร ไม่มีหลังคาคลุม

สรุปพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด = 37 + 16 + 16 + 9 + 9 = 87 ตารางเมตร + พื้นที่ทางสัญจรภายใน 20 – 40% = ประมาณ 18 ตารางเมตร รวมพื้นที่ใช้สอยมีหลังคาคลุม = 10 + 87 + 18 = 115 ตารางเมตร

จะเห็นได้ว่า ตัวอาคารต้องเกินขนาดขอบเขตที่กำหนดไว้ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยกตัวอาคารเป็น 2 ชั้นหรือชั้นครึ่ง จึงจะได้อาคารตามความต้องการได้หรือถ้าต้องการพื้นที่ใช้สอยมากกว่านี้ หรือต้องลดจำนวนหรือขนาดห้องที่ต้องการลง

(อ้างอิงการคำนวณ : thairealestate)


 

จากปัญหาคำถามที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบพื้นที่แคบให้กว้างนั้น ถือเป็นคำถามที่พบมากที่สุดสำหรับคนที่กำลังมองหาที่พักอาศัย ซึ่งเทคนิคที่พวกเราทีมงาน Homedeedee รวบรวมมาตอบในวันนี้ เป็นเทคนิคจากหลักการออกแบบตามขั้นตอนก่อสร้างเชิงหลักของ Interior Design Solution (การออกแบบภายในเพื่อแก้ปัญหา) เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้อง

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook