“Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthep Kreetha” เติมเต็มทุกองศาชีวิต กับบ้านเดี่ยวที่เหนือกว่า…ในทุกมุมมอง

0
19702

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันการเลือกบ้านสักหนึ่งหลัง ต้องมีองค์ประกอบหลักหลากอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายและการใช้ชีวิต, การเดินทาง รวมไปถึงการดีไซน์ ซึ่ง โครงการ Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthep Kreetha” บ้านเดี่ยว 3 ชั้น สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม และมาพร้อมกับประโยชน์ใช้สอยครบครัน อย่างที่ไม่เคยมีบ้านเดี่ยวที่ไหนเคยทำมาก่อน ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ตัวอาคารที่ฉีกทุกกรอบเดิมๆ ด้วยการปรับองศาของตัวบ้านในลักษณะบิดมุม ช่วยเพิ่มมิติสร้างความแปลกใหม่เฉพาะตัว ไม่เพียงเท่านั้นยังอำนวยความสะดวกด้วยส่วนกลางมากมาย อีกทั้งยังตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ แห่งของกรุงเทพตะวันออก อย่าง พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ที่จะช่วยเติมเต็มทุกการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

ตัวโครงการจะมีความน่าสนใจขนาดไหน ตามเข้ามารับชมพร้อมกันได้เลยครับ…


LIVE BEYOND THE NORM


 

การออกแบบส่วนกลางมากับแนวความคิด “LIVE BEYOND THE NORM” หรือการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ กับความคุ้มค่าที่ไร้ขีดจำกัด และแน่นอนว่าดีไซน์ทางด้านสถาปัตยกรรมภายนอกตั้งแต่ทางเข้า เน้นการใช้เส้นสายโค้งไปมาเพื่อให้อารมณ์ความรู้สึกพริ้วไหวและมีอิสระตรงตาม Concept ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ผสมผสานเข้ากับรูปแบบของธรรมชาติอย่าง Natural Modern เพื่อให้รูปแบบงานดีไซน์มีความทันสมัยสอดคล้องเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านั้นส่วนกลางยังมาพร้อมกับการใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ, พื้นที่ออกกำลังกายแบบ Panorama รวมไปถึงห้องประชุมที่ไว้ใช้รองรับแขกหรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานพร้อมกับชื่นชมบรรยากาศภายในโครงการที่ถูกแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ


LOCATION


 

โครงการ “Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthep Kreetha” ตั้งอยู่บนถนน ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัวหรือระบบขนส่งสาธารณะ และยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ถือเป็นทำเลที่เหมาะสมสำหรับการมองหาที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

“พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา”  เป็นทำเลที่น่าจับตามองมากที่สุดจนเรียกได้ว่าเป็น New CBD ทางฝั่งตะวันออก ที่มีการเจริญเติบโตทางด้าน Demand สูงติดอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ทำให้มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสูง และยังแวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวอย่างสวนหลวง ร.9 ที่ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าไปยังเขตสวนหลวง ซึ่งห่างจากโครงการไม่กี่กิโลเมตร


TRANSPORTATION


“เชื่อมโยงทุกการเดินทาง”

การเดินทางมายังโครงการหลักๆแล้ว ใช้ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ซึ่งมีความกว้างของถนน 6-10 เลน ทำให้สามารถสัญจรได้อย่างสะดวกสบาย ลดความแออัดได้เป็นอย่างดี และหากถนนเส้นนี้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดทั้งสายจะทำให้สามารถเดินทางไปยังถนนศรีนครินทร์และถนนรามคำแหงได้สะดวก บนทำเลนี้ยังสามารถเชื่อมเข้ามอเตอร์เวย์ได้ง่าย ซึ่งเป็นทางเข้าเมืองไปยังพระราม 9 ถือว่าเป็นทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์และใกล้ตัวโครงการมากที่สุด

นอกจากนั้นยังสามารถเข้าออก-เมืองได้สะดวกโดยวิ่งบนถนนศรีนครินทร์และขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช ส่วนเส้นทางออกนอกเมืองจะวิ่งบนทางด่วนพิเศษศรีรัชตรงเข้าสู่ทางพิเศษกรุงเทพชลบุรีสายใหม่ก็ได้ และยังวิ่งบนถนนกรุงเทพกรีฑาขาออกโดยตัดเข้าถนนกาณจนาภิเษก โดยเชื่อมต่อกับทางด่วนบูรพาวิถี เป็นอีกหนึ่งเส้นทางเข้า-ออกเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ “Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthep Kreetha”

บนทำเลแห่งนี้ยังรองรับด้วยระบบการคมนาคมอย่าง Airport rail link สถานีหัวหมาก ที่อยู่ห่างจากตัวโครงการ Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthep Kreetha ประมาณ 6 กิโลเมตร และในอนาคตอันใกล้จะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา อยู่ด้านหน้าทางเข้าถนนกรุงเทพกรีฑา และยังสามารถใช้เส้นทางบนถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์เพื่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเดินทางบนทางด่วนพิเศษศรีรัชเพื่อเข้า-ออกเมืองโดยใช้เวลาเพียง 15 นาที


SURROUNDING


ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบบนทำเลพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา จะอยู่ทางฝั่งถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อเข้าถนนรามคำแหง, บางกะปิ, พระราม 9 ที่จะหนาแน่นมีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ รวมไปถึงสถานที่สำคัญทางราชการ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล และนอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของ office building ชื่อดังหลากหลาย


HOUSE TYPES


 

การออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมภายนอกของบ้าน “Type : SPACE” มีความแตกต่างจากบ้านเดี่ยวที่เคยเห็นทั่วไป คือการวางกล่องสี่เหลี่ยมรูปทรงเรขาคณิตซ้อนกัน 2 Layer และเลือกที่จะสร้างมุมมองใหม่ด้วยการบิดองศาระหว่างกล่องทางด้านหน้า เพื่อให้เกิดมิติที่แปลกใหม่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นการเพิ่มพื้นที่ภายในได้อีกด้วย เพราะพื้นที่ที่ปิดมุมจะช่วยเพิ่ม Space ให้สัมพันธ์ระหว่างภายนอกและภายในได้อย่างลงตัว

 

ในส่วนของการออกแบบภายในเน้นการดีไซน์ให้สอดคล้องกันระหว่างสถาปัตยกรรมภายนอกอาคาร ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ภายในบ้านตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 3 เพราะการออกแบบไม่ใช่แค่เน้นดีไซน์สวยงามเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการใช้สอยของผู้พักอาศัยเป็นหลัก

  • 1st Floor

ชั้นนี้ถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ ที่สมาชิกทุกคนภายในบ้านสามารถใช้งานร่วมกันได้ เริ่มจากทางเข้าบ้านที่จอดรถได้ 2 คัน โดยรอบยังมีสวนหย่อมขนาดเล็กใช้จัดสรรเป็น Living Area แบบ Out-door หรือเลือกปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก เมื่อเข้ามาในตัวบ้านจะพบกับ Foyer สำหรับวางรองเท้าและสัมภาระ ก่อนที่จะพบกับพื้นที่ Common Space ที่ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เชื่อมต่อเข้ากับส่วนของห้องรับประทานอาหารและห้องครัว ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้เชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างเหมาะสมเพื่อความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีห้องพักสำหรับแม่บ้าน ติดกับห้องน้ำที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของตัวบ้าน เช่นเดียวกับบันไดทางขึ้นและทางด้านหลังบ้านแบ่งพื้นที่เป็นส่วนของซักล้าง

  • 2nd Floor

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะพบกับพื้นที่พักอาศัยแบบส่วนตัว ซึ่งแตกต่างจากชั้น 1 ที่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสมาชิกภายในบ้าน พื้นที่ชั้นนี้ถูกออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย จะเลือกแบ่งพื้นที่เป็นห้องนอนและห้องแต่งตัว หรือเลือกแบ่งสัดส่วนเป็นห้องทำงานก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายเพราะมีขนาดกว้างขวาง และไฮไลท์ของชั้นนี้อยู่ที่โซนด้านหน้าของตัวบ้านที่มีการบิดมุมองศา ถูกจัดพื้นที่เป็น Muti-Purpose Area เพื่อให้รับบรรยากาศภายนอกได้อย่างเต็มตา และใกล้กันยังมีระเบียง โดยส่วนของห้องน้ำและบันไดจะถูกจัดไว้ทางด้านซ้ายเหมือนกับชั้นล่าง

  • 3rd Floor

ชั้นบนสุดมีความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด เพราะถูกจัดให้เป็นห้องนอนโดยเฉพาะ และจุดเด่นของชั้นนี้มีการเปิดฝ้าเพดานสูงในลักษณะ High Ceiling ช่วยให้ห้องโปร่ง อีกทั้งยังมีระเบียงแบบส่วนตัว มาให้ถึง 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านหน้า, ด้านขวาและด้านหลังของตัวบ้าน เหตุผลที่ต้องมีระเบียงมากขนาดนี้เพื่อต้องการแบ่งพื้นที่การใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน ในขณะเดียวกันยังช่วยในเรื่องของแสงและการระบายอากาศได้อีกด้วย ในส่วนของห้องน้ำในชั้นนี้จะถูกจัดวางไว้ทางด้านขวาและมีด้วยกัน 2 ห้อง เพื่อความสะดวกในต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

การออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมของบ้าน “Type : MIND” เน้นไปที่ความเรียบง่ายในสไตล์ Modern โดยการวางกล่องสี่เหลี่ยมตามรูปทรงเรขาคณิต และใส่ลูกเล่นด้วยการวางกล่องสี่เหลี่ยมให้มีขนาดที่แตกต่างกัน เมื่อดูจากภายนอกจะให้ความรู้สึกถึงการสลับกันไปมาแบบ Pattern Design ถือเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบ้าน Type นี้ ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากบ้านอีก 2 ประเภทอย่างสิ้นเชิง

ภายในของบ้านประเภทนี้เน้นความสะดวกสบายของพื้นที่ โดยมีการจัดวางการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน และยังมาพร้อมการเปิด Space ด้วยเทคนิค Double Volume เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนมิติของบ้านให้โปร่งโล่ง น่าใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิม

  • 1st Floor

รูปแบบภายนอกบริเวณลานจอดรถ สามารถจอดรถได้มากถึง 3 คัน และพื้นที่ด้านนอกบริเวณส่วนย่อมมีขนาดกว้างมากพอที่จะใช้จัดปาร์ตี้ขนาดเล็กร่วมกับครอบครัวได้ เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านบริเวณชั้นหนึ่งจะพบกับ Foyer หรือจุดพักก่อนเข้าบ้านเป็นพื้นที่สำหรับเก็บรองเท้าและสัมภาระอื่นๆ เมื่อผ่านเข้ามาจะพบกับไฮไลท์ของตัวบ้าน ของพื้นที่นั่งเล่นที่มีการออกแบบในลักษณะ Double Volume Space  เปิดเพดานสูงถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ช่วยให้พื้นที่ภายในชั้น 1 โปร่งโล่ง ถัดจากห้องนั่งเล่นถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ของห้องรับประทานอาหารและห้องครัว ใกล้กันทางด้านฝั่งซ้ายเป็นส่วนของห้องน้ำและ Muti-Purpose Bedroom ที่เลือกปรับเปลี่ยนได้ว่าจะใช้เป็นห้องนอนของผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กก็ได้ ในส่วนของบันไดจะถูกจัดไว้ทางด้านขวาของตัวบ้านติดกับห้องแม่บ้าน

  • 2nd Floor

ภายในชั้นนี้มีการจัดวางพื้นที่ในรูปแบบตัว U โดยด้านหน้าของตัวบ้านถูกจัดให้เป็นส่วนของ ห้องนอนที่เชื่อมกับระเบียงทางด้านขวาและยังเชื่อมเข้ากับตัวบ้านอีกด้วย ในพื้นที่เดียวกันมีการวางโต๊ะและเก้าอี้เป็นแนวยาวตามแนวทางเดิน เพื่อเป็นพื้นที่ทำงานและยังสามารถมองลงไปยังห้องนั่งเล่นที่อยู่บริเวณชั้น 1 ได้ และไฮไลท์ของชั้นนี้อยู่ด้านในสุดโดยแบ่งพื้นที่ให้เป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แบบ Grand Walk-in Closet ที่ใกล้กับห้องน้ำที่ถูกจัดวางไว้ที่มุมขวาสุดของตัวบ้าน

  • 3rd Floor

ขึ้นมาชั้นบนสุด ทางโครงการเลือกจัดสรรพื้นที่นี้สำหรับการพักผ่อนแบบส่วนตัว โดยแบ่งเป็นห้องนอนทางด้านซ้ายและขวาโดยมีห้องน้ำอยู่ในตัวทั้ง 2 ห้อง โดยห้องนอนทางด้านขวาจะมีขนาดกว้างกว่าห้องทางด้านซ้ายประมาณ 10% ซึ่งแน่นอนว่าสามารถแบ่งสัดส่วนเพื่อการจัดวางฟังก์ชันได้หลากหลายกว่า ทั้งพื้นที่นั่งเล่น, พื้นที่ทำงาน หรือการจัดวางตู้และชั้นวางต่างๆ และจุดเด่นของชั้น 3 คงหนีไม่พ้นระเบียงขนาดใหญ่ Family Balcony ที่จะปรับเปลี่ยนให้เป็น Living Area สำหรับพักผ่อนหรือจัดปาร์ตี้ก็ได้ ไม่เพียงเท่านั้นอาจต่อเติมสำหรับการทำกิจกรรมแบบ Semi-outdoor เช่นพื้นที่เสริมพัฒนาการสำหรับเด็กเล็ก หรือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้แนวดิ่ง เป็นต้นฯ

ดีไซน์ภายนอกของบ้าน “Type : LUXE” เรียกได้ว่ามีความโฉบเฉี่ยวด้วยการบิดมุมองศาบริเวณชั้น 2 ที่มีลักษณะคล้ายกับ Type SPACE แต่จะต่างกันบริเวณที่บิดองศามีการเปิดพื้นที่ด้วยบานกระจกใสแบบเข้ามุม ทำให้สามารถ Take View ด้านนอกได้ดีกว่า รวมไปถึงบริเวณชั้น 3 ยังมีการออกแบบให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแนวยาวและเลือกเปิดด้วยบานกระจกใส พร้อมกับปิดบางส่วนเพื่อให้เกิดมิติความแปลกใหม่

พื้นที่ภายในมีการออกแบบด้วยเส้นสายที่ทำให้มีความกลมกลืนกับรูปแบบสถาปัตยกรรมภายนอกของตัวบ้าน โดยไม่ให้เสียพื้นที่ใช้สอยภายใน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับรูปแบบงานดีไซน์บ้านแบบใหม่ ที่สามารถผสมผสานการออกแบบให้เข้ากับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว

  • 1st Floor

เริ่มจากทางเข้าบ้านทางด้านขวาเป็นพื้นที่จอดรถที่สามารถจอดได้ถึง 3 คัน ส่วนทางด้านซ้ายถูกจัดเป็น Living Area แบบ Out-door โดยเชื่อมต่อกับ Inner Court Yard แบบ Out Door ถือเป็นไฮไลท์ของชั้น 1 ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และยังต่อเติมในรูปแบบ Semi-outdoor เพื่อทำกิจกรรมได้หลากหลายยิ่งขึ้น และในส่วนเดียวกันนี้สามารถเข้า-ออก ได้จากภายในและภายนอกบ้านได้ บริเวณพื้นที่ภายนอกทางด้านซ้ายมีบันไดที่เชื่อมต่อขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านได้อีกด้วย

สำหรับพื้นที่ภายในบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับส่วนของ Foyer สำหรับวางรองเท้าเก็บและสัมภาระต่างๆ ถัดเข้ามาเป็นส่วนของ Dining Room ที่มีขนาดกว้าง โดยรูปแบบของพื้นที่การใช้งานทั้งหมดจะถูกแบ่งให้อยู่ทางด้านซ้ายและขวา โดยมีทางเดินตรงกลางและแบ่งพื้นที่ทางด้านขวาให้เป็นส่วนของ ห้องครัว, ห้องซักล้าง, ห้องแม่บ้าน และห้องน้ำที่อยู่ติดกับบันไดทางขึ้น และมีพื้นที่ส่วนซักล้างอยู่ทางด้านหลัง ในส่วนของพื้นที่ทางด้านซ้ายประกอบด้วย Inner Court Yard และห้องนอนซึ่งห้องนอนมีห้องน้ำอยู่ในตัว และมีขนาดกว้างสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย

  • 2nd Floor

ถัดขึ้นมาบนชั้น 2 จะพบกับการจัดวางแผนผังในลักษณะตัว L แบบบิดมุมองศา ภายในถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ห้องนั่งเล่นทางด้านหน้าตัวบ้านที่ถูกดีไซน์ในรูปแบบ Double Volume Space ที่เปิดโล่งถึงชั้นบนสุด ช่วยสร้างมุมมองที่กว้างขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า และพื้นที่ด้านในตัวบ้านจัดสรรให้เป็น Master Bedroom ขนาดใหญ่โดยมีห้องทำงานและห้องน้ำอยู่ในพื้นที่เดียวกัน อีกทั้งยังเพิ่มลูกเล่นให้สามารถขึ้น-ลง จากบันไดภายนอกตัวบ้าน พร้อมกับมองลงมาเห็นพื้นที่ Inner Court Yard บริเวณชั้น 1 ได้

  • 3rd Floor

เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ของตัวบ้านจะพบกับโถงพักตรงกลาง และแบ่งพื้นที่ซ้าย-ขวาเป็นห้องนอน ที่มีห้องน้ำอยู่ในตัว โดยบริเวณด้านหลังของ Hall มีระเบียงติดกับบันไดทางขึ้น ในส่วนของห้องนอนทั้ง 2 ห้องถูกเฉลี่ยสัดส่วนพื้นที่การใช้งานในขนาดเท่ากัน แต่ความต่างจะอยู่ที่ห้องนอนทางด้านขวาจะมีระเบียง 2 ที่ คือบริเวณด้านขวามือและด้านหลัง ส่วนห้องนอนทางซ้ายมีระเบียงอยู่ที่หน้าตัวบ้าน และที่สำคัญยังสามารถมองลงไปที่ชั้น 2 ในส่วนของ Living Area ที่มีการเปิดฝ้าเพดานสูงจนถึงด้านบน เป็นการเชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานในลักษณะ สามเหลี่ยมบิดมุมองศาหรือที่เรียกว่า Connect Living by Void Diamond Cut


 

โครงการ “Nirvana BEYOND Rama 9-Krungthep Kreetha” โดย Nirvana Daii  ไม่ได้ตอบโจทย์ในแง่ของการพักอาศัยเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย การเดินทาง และการออกแบบที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อยกระดับทุกการใช้ชีวิต


สามารถติดต่อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 1787

 www.nirvanadaii.com