PROPERTY : 9 ทริค เลือกซื้อคอนโดฯ ยังไงไม่ให้เสียค่าโง่!

0
2054

PROPERTY OF THE WEEK : PROPERTY GUIDE ]

จากกระแสในช่วง1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาของการล้มดีลจากเจ้าของโครงการกับผู้จองคอนโดฯ ย่านสะพานควาย เลยเกิดเป็นประเด็นที่ทั้งคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงสื่อหลายแขนงต่างตีข่าวจนลุกลามกลายเป็นปัญหาทางสังคม ดังนั้นวันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee เลยมี 9 ทริคในการเลือกซื้อคอนโดฯ ยังไงไม่ให้เสียค่าโง่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อสำหรับอยู่อาศัยและทุนโครงการคอนโดมิเนียมสักหนึ่งที่ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ หรือนักลงทุนรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ต่างก็ตกม้าตายด้วยเรื่องเหล่านี้ด้วยกันทั้งนั้น


1. เจ้าของโครงการ


 

ด้วยการโหมกระหน่ำสร้างโครงการขึ้นเหมือนดอกเห็ด บวกกับการทำการตลาดแสนหวือหวา ของเจ้าของโครงการหลายเจ้า ไม่แปลกใจที่ทำให้ใครหลายคนต่างติดกับดักของหน้าฉาก จนลืมมองลึกลงไปในรายละเอียดที่เจ้าของโครงการเหล่านั้นไม่ได้บอก

ดังนั้นก่อนเลือกซื้อหรือลงทุนกับโครงการคอนโดมิเนียมสักหนึ่งโครงการ ควรมีการศึกษาตั้งแต่ประวัติดี-ประวัติเสีย ของบริษัทเจ้าของโครงการนั้นๆ ว่าเคยมีชื่อเสียในด้านลบและมีคนร้องเรียนมากน้อยแค่ไหน อาจสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ หรือตามจากข่าวที่เกี่ยวข้องในแวดวงอสังหาฯ เพื่อกักตุนไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพราะถ้าปล่อยให้หลุดจนถึงขั้นตอนกับส่งมอบห้องพักแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้


2. ทำเลสะดวก


 

การเลือกซื้อหรือลงทุนคอนโดมิเนียม ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘ทำเล’ ที่ตั้งของโครงการ เพราะจะเป็นจุดให้ตัดสินใจได้ง่ายที่สุดสำหรับการเลือกโครงการ เพราะหากโครงการไหนอยู่ห่างไกลความเจริญ เดินทางไม่สะดวก จะเกิดปัญหาในการใช้ชีวิต

แล้วทำเลแบบไหนถึงดี ? … นี้อาจเป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย

ทำเลดีดูง่ายๆ คือ โดยรอบของที่ตั้งโครงการต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เริ่มตั้งแต่การเดินทาง เช่น โครงการนั้นอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางด่วน ตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักกี่เมตร มีทางเข้า-ออก รวมไปถึงทางลัดหรือไม่ เรื่องต่อมาคือรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเช่น พื้นที่รอบโครงการมีร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า คอยอำนวยความสะดวก ใกล้ๆกันมีโรงพยาบาลรวมไปถึงสถานที่สำคัญอื่นๆ ที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตได้อย่างครอบคลุมหรือไม่ ถ้ามีทั้งหมดที่กล่าวมาถือว่าโครงการนั้น จัดอยู่ในทำเลที่ดีเหมาะแก่การซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน


3. ดูราคาที่เหมาะสม


 

การดูราคาว่าโครงการไหนถูก โครงการไหนแพง ดูได้ง่ายๆจากราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร มีบางโครงการที่ค่อนข้างเอาเปรียบลูกค้า ในขณะที่ขนาดของตัวห้องเริ่มต้นที่ 24 ตารางเมตร คิดราคาต่อตารางเมตร 140k – 200k แล้วอ้างว่าที่ราคาสูงเพราะขายในเรื่องของทำเลที่ตั้ง บวกกับความสะดวกสบาย ซึ่งข้ออ้างนั้นถือเป็นเรื่องผิดและเอาเปรียบผู้บริโภค จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเหมือนกระแสที่ผ่านมาในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อน

ดังนั้นราคาที่เหมาะสมจริงๆ จะขึ้นอยู่กับการคำนวณองค์ประกอบทั้งเรื่องของ ขนาดพื้นที่ห้องพัก ส่วนกลาง รวมไปถึงทำเลที่ตั้ง ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกันแล้ว ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมมาตรฐานควรอยู่ 100k – 120k เพราะอย่างน้อยการตั้งราคาที่เหมาะสม จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น


4. รูปแบบห้องพัก


 

สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ แบบ High Rise (สูงเกิน 8 ชั้น) และ Low Rise (สูงไม่เกิน 8 ชั้น) ซึ่งคอนโดฯ ทั้ง 2 ประเภท จะมีการจัดสรรปันส่วนห้องพักในจำนวนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดวางแผนผังภายใน

– คอนโดมิเนียม Low Rise (สูงไม่เกิน 8 ชั้น) : จะมีห้องพักให้เลือกตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป ประกอบด้วย Studio 24 ตารางเมตร, 1 Bedroom 24-30 ตารางเมตร และ 2 Bedroom 30 ตารางเมตรขึ้นไป และคอนโดประเภทนี้ มักจะกระจายตัวอยู่โดยรอบชานเมืองหรือต่างจังหวัดเป็นหลักเพราะมีราคาไม่แพง

– คอนโดมิเนียม  High Rise (สูงเกิน 8 ชั้น) : ห้องพักประเภทนี้มีให้เลือกตั้งแต่ 3 ประเภทขึ้นไป ประกอบด้วย Studio 24 ตารางเมตร, 1 Bedroom / 1 ฺBedroom Plus 24-30 ตารางเมตร และ 2 Bedroom 30 ขึ้นไป และบางโครงการมี 3 Bedroom และ Penthouse ซึ่งเป็นห้องพิเศษอยู่ด้านบนสุดของโครงการ


5. นวัตกรรมภายในโครงการ


 

ถ้าเดินเข้าไปติดต่อโครงการคอนโดมิเนียมโครงการไหน แล้วโครงการนั้นไม่มีนวัตกรรมขั้นพื้นฐาน เช่น ประตูอัตโนมัติ, ระบบเซ็นเซอร์กันขโมย หรือระบบเข้าออกแบบคีย์การ์ด ให้คุณถอยออกมาให้เร็วที่สุด เพราะโครงการในปัจจุบันกำลังแข่งขันในเรื่องของนวัตกรรมเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับผู้พักอาศัย

อย่างที่กล่าวไป โครงการคอนโดฯ หลักล้านถ้าไม่มีนวัตกรรมหรือออฟชันเสริมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิต ขอให้คุณมองหาโครงการใหม่ทันที เนื่องจากออฟชันเสริมเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังสามารถบ่งบอกถึงความใส่ใจและการพัฒนาของโครงการนั้นอีกด้วย


6. พื้นที่ส่วนกลาง


 

เคยสงสัยไม่ว่าทำไมโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลเดียวกัน ห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยเมตร โครงการหนึ่งกลับขายดี ส่วนอีกโครงการกลับเงียบอย่างเห็นได้ชัดจนเกิดข้อเปรียบเทียบ ทั้งๆที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก รูปแบบงานออกแบบที่สวยงาม และมีราคาที่ใกล้เคียงกัน

คำตอบคือ ‘พื้นที่ส่วนกลาง’ ถ้าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการไหน สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มผู้พักอาศัยได้ตรงจุดกว่า โครงการนั้นถือว่าประสบความสำเร็จและเหนือกว่าคู่แข่ง เพราะปัจจุบันวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป ดังนั้นโครงการคอนโดมิเนียมต้องเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่หมายถึงต้องเป็นเหมือนพื้นที่ที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่ม, ทุกเพศ, ทุกวัย ได้อย่างเหมาะสม


7. ระบบความปลอดภัย


 

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อโครงการคอนโดมิเนียมหรือไม่ อยู่ที่ระบบความปลอดภัยของโครงการ เนื่องจากคอนโดมิเนียมในปัจจุบันมีราคาสูงดังนั้นต้องมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัย

ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ คือต้องมี รปภ.ความรักษาความปลอดภัยและตรวจตราตลอด 24 ชม. พร้อมกับกล้องวงจรปิดต้องติดตั้งอยู่ทุกจุดของโครงการ แม้จะเป็นมุมอับที่สุดก็ตาม บวกกับระบบเข้า-ออก โครงการด้วยระบบคีย์การ์ดหรือเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ

เมื่อมาถึงภายในโครงการ ระบบลิฟต์แบบล็อคชั้นขึ้น-ลง ด้วยคีย์การ์ด ส่วนของประตูห้องพักต้องเลือกใช้ระบบประตูอัตโนมัติ (Digital Door Lock) รวมไปถึงภายในต้องติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น สัญญาณเตือนไฟไหม้บนเพดานห้อง ระบบตัดไฟอัตโนมัติ เป็นต้นฯ


8. ขายต่อ-ปล่อยเช่าง่าย


 

สำหรับการขายต่อ-ปล่อยเช่า จะเห็นผลได้ชัดเจนนั้นต้องประกอบด้วยทริคทั้งหมดที่กล่าวมา ตั้งแต่เลือกบริษัทเจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมที่มีคุณภาพ ที่ตั้งทำเล ประเภทห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง รวมไปถึงนวัตกรรมและระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ

เพราะองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ซื้อหรือเช่าต่อมั่นใจห้องพักของเรา ว่าจะสามารถอยู่อาศัยได้ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว สามารถเลือกเก็บเป็นทรัพยสินเพื่อต่อยอดเป็นกำไรในอนาคตได้ ไม่ว่าจะอีก 5-10 ปี โครงการก็ยังคงมีคุณภาพอยู่เหมือนเดิม


9. บริการหลังการขาย


 

ในปัจจุบันบริษัทเจ้าของโครงการหลายเจ้า เริ่มหันมาให้ความสนใจกับบริการหลังการขายมากขึ้นกว่าในอดีต ที่เราจะเห็นแค่เจ้าของโครงการบางรายเท่านั้น ที่ใส่ใจและเซอร์วิสลูกค้า เพราะการบริการหลังการขายที่ดีจะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น บวกกับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจซื้อและลงทุนกับโครงการ

อีกทั้งในทุกวันนี้การสื่อสารสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งสื่อออนไลน์ และสื่อกระแสหลัก หากเกิดปัญหาเรื่องของชำรุด หรือผิดข้อบังคับตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้บริโภคมีช่องทางในการบอกผ่านทางสื่อเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีทางกฎหมาย


 

จาก 9 ทริค ที่พวกเราทีมงาน Homedeedee ได้ค้นหาและนำมาแชร์เป็นข้อมูล เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับใครที่กำลังมองหาโครงการคอนโดมิเนียมสักหนึ่งโครงการ เพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อการลงทุน ประกอบในการตัดสินใจ เพื่อจะได้ไม่เสียค่าโง่และปัญหาวุ่นวายตามมาในอนาคต

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook