PROPERTY : 10 เหตุผลที่ทำให้กู้ซื้อ ‘บ้าน-คอนโดฯ’ ไม่ผ่าน !

0
844

[ PROPERTY OF THE WEEK : PROPERTY GUIDE ]

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมยื่นกู้เพื่อซื้อบ้าน-คอนโดฯแล้วไม่ผ่าน ปัญหาทุกอย่างล้วนประกอบด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน และในสัปดาห์นี้กับบทความที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ พวกเรา Homedeedee ได้สืบค้นข้อมูลเพื่อรวบรวมและแยกย่อยออกมากได้ 10 เหตุผลว่าทำไมถึงกู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ไม่ผ่าน!


10 เหตุผลที่ทำให้กู้ซื้อ ‘บ้าน-คอนโดฯ’ ไม่ผ่าน


 

1. ติดแบล็คลิสต์

ธนาคารพบว่าโครงการนี้มีหนี้เสียอยู่ในระบบเยอะ คือมีการกู้สำเร็จแต่กลับไม่มีคนอยู่จริง ไม่มีคนผ่อนแล้วปล่อยให้ห้องโดนยึดไปหลายห้อง  ตรงนี้ธนาคารอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีลักษณะของการกู้คอนโดเงินเหลือ คือกู้สินเชื่อซื้อคอนโดเพื่อเอาเงินส่วนต่างระหว่างเงินที่กู้ได้กับราคาขายจริง  ธนาคารจะมองว่าโครงการนี้ดูไม่โปร่งใส และไม่มีศักยภาพเพียงพอ สุดท้ายจะเลือกไม่ปล่อยกู้ให้กับคนที่ยื่นกู้กับโครงการเหล่านี้ ถ้าเครดิตของผู้กู้ไม่สูงพอ

2. มีหนีสะสม

ตัวอย่างของหนี้อ เช่น ค่าผ่อนรถ หรือการเปิดร้านทำธุรกิจเล็ก ที่ต้องมีรายจ่ายที่แน่นอรอยู่แล้วว่าธนาคารต้องนำมาหักลบจากรายได้ด้วย ไม่ต่างจากบัตรเครดิต ซึ่งพอส่วนใหญ่หลายคนที่ติดการผ่อนรถและมีเงินเดือนไม่มาก ทำให้มีความเป็นไปได้สูงสุด ก็แค่กู้ได้แต่ไม่เต็มวงเงินที่ต้องการ หรือกู้ไม่ผ่านเลยก็มี แนะนำว่าให้ผ่อนรถให้หมดก่อนจะมีความเป็นไปได้ที่สูงกว่าในการขอสินเชื่อคอนโดหรือบ้าน

3. ไม่มีเงินออม

ปัญหาข้อนี้เจ้าหน้าที่สินเชื่อบางธนาคารแอบกระซิบมาว่าไม่จริง คือธนาคารจะดูเงินเก็บก็ต่อเมื่อธนาคารขาดความมั่นใจที่จะปล่อยกู้ให้คุณ เช่นวงเงินกู้ค่อนข้างสูงเมื่อเที่ยบกับรายได้ เป็นต้น แต่ถ้าคุณมีเงินเก็บธนาคารอาจจะมองว่าคุณมีเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน อาจจจะใจอ่อนปล่อยสินเชื่อได้

4. เปลี่ยนงานบ่อย

ถึงแม้จะได้งานตั้งแต่เรียนจบ แต่ว่าระยะเวลาในการทำงานของแต่ละบริษัทไม่ถึงปี เปลี่ยนมา 4-5 บริษัท แถมบริษัทใหม่ที่ทำก็ยังอยู่ในช่วงโปร ธนาคารเค้าก็ไม่มั่นใจในตัวเราแน่นอน ไม่อย่างนั้นธนาคารส่วนใหญ่คงไม่กำหนดว่า อายุงานอย่างน้อยต้องผ่านโปรหรือขั้นต่ำ 6 เดือน แต่บางธนาคารก็อนุโลมให้รวมอายุงานจากบริษัทที่เก่าได้

5. อาชีพไม่มั่นคง

อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ต้องเก็บหลักฐานทางการเงินเอาไว้อย่างน้อยๆ 1 ปี เพื่อใช้เป็นหลักฐานการกู้ หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าสถาบันการเงินจะรู้ได้ยังไงว่าฟรีแลนซ์มีรายได้มากน้อยเท่าไหร่ หรือจะตรวจสอบจากช่องทางไหนกันนะ ตรงนี้ไม่ยากเลย เพราะสถาบันการเงินจะดูจากการ “ยื่นภาษี” ของฟรีแลนซ์ และใบหัก ณ ที่จ่ายของฟรีแลนซ์นั่นเอง เพื่อเป็นสิ่งยืนยันรายได้กับทางสถาบันการเงินว่าใครมีรายได้ต่อเดือนมากน้อยเท่าไหร่ ซึ่งสถาบันการเงินจะดูหลักฐานเหล่านี้ย้อนหลังไปเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีเลย

6. มีหนี้บัตรเครดิตเกิน 40%

บัตรเครดิตที่มีหนี้ในบัตรเกิน 40% ของรายได้ แถมบางคนจ่ายแต่ขั้นต่ำไม่เคยจ่ายเต็ม บางคนจ่ายช้า เป็นปัญหาแน่นอน เพราะทางธนาคารนำมาคิดเป็นรายจ่าย เป็นอันดับต้น ๆ เลย ยิ่งถ้ามีประวัติค้างชำระด้วยแล้วโอกาสการกู้ผ่านแทบเป็นไปไม่ได้

7. ธนาคารไม่ได้คิดรายได้ทั้งหมด

แต่ละธนาคารคิดเรื่องรายได้แตกต่างกันออกไป บางธนาคารนับแค่เงินเดือนประจำ บางธนาคารรวมค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน โบนัส โอที ค่าประชุม ฯลฯ ให้ด้วย บางธนาคารก็คิดค่าใช้จ่ายเหล่านี้แบบนับเป็นเปอร์เซ็นต์ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้กู้สินเชื่อบ้านและคอนโดแล้วไม่ผ่าน ดังนั้นก่อนยื่นกู้ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนจะได้ไม่เสียเวลา

8.ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ทำงาน

ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ มีชื่อเสียงก็ตัดข้อนี้ไปได้เลย แต่ถ้าเป็นบริษัทเล็ก ๆ ดูแล้วไม่มีความน่าเชื่อถือไม่มีการจ่ายประกันสังคม จ่ายเงินเดือนตรงบ้างไม่ตรงบ้าง รวมถึงการที่บริษัทไม่ได้จ่ายเงินเดือนพนักงานแบบ Payroll ยังใช้การจ่ายแบบเป็นเช็คอยู่ อันนี้ก็น่าห่วงว่าธนาคารจะไม่นับเป็นรายได้เลยด้วยซ้ำ

9. ราคาที่อยู่อาศัยมากกว่ารายได้

กฏใหม่ที่ธนาคารตั้งขึ้นมาสำหรับการกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด จน ธอส. ออกมาช่วยโดยให้สามารถกู้ร่วมได้ถึง 6 คน ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงที่ข่าวนี้ออกมาผู้เขียนเองก็โทรสายตรงถึงพนักงานสินเชื่อธนาคารต่าง ๆ เหมือนกัน ปรากฏว่าหลาย ๆ ธนาคารยังไม่ได้เอากฏนี้เข้ามานะคะ เพราะยังไงก็ตามธนาคารก็จะดูที่ความสามารถในการชำระหนี้ และรายได้มากกว่า

10. ธนาคารที่ยื่นกู้ก็มีผล

การทำกู้โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ใช่บ้านหลังแรก พนักงานสินเชื่อต้องเขียนใบคำขอ พร้อมระบุเรื่องราวความจำเป็นด้วย ซึ่งพนักงานสินเชื่อที่มีความสามารถจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรและต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติม ถึงจะได้รับการอนุมัติ รวมไปถึงสามารถรู้ผลได้ภายในไม่กี่วัน หากพนักงานสินเชื่อเก่งจะสามารถทำให้คุณได้เงินกู้แน่นอน แม้แต่ธนาคารเดียวกันคนละสาขาบางครั้งยังได้ผลไม่เหมือนกัน


 

จากแหล่งข้อมูลที่พวกเรารวบรวมมา ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจริงและสามารถใช้อ้างอิงในการทำความเข้าใจ และเช็คตัวเองก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : realasset, livinginsider, Estopolis, refinn, forbes, shiksha, efinancialcareers, clark