PROPERTY : ส่งท้ายปลายปีกับ 5 ทำเล Hot ! สวนกระแสขาลงอสังหาฯ

0
687

PROPERTY OF THE WEEK : PROPERTY SURVEY

ตลอดปี 2019 นี้ มีข่าวคราวมากมายในวงการอสังหาริมทรัพย์ ถึงขั้นอาจะเกิดฟองสบู่แตกกันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยรวมถึงการลงถุนก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และในบทความสำรวจทำเลในสัปดาห์นี้พวกเรา Homedeedee เลยอยากจะขอพานักอ่าน-นักลงทุนไปสำรวจ 5 ทำเล Hot สวนกระแสขาลงของอสังหาฯ กันหน่อย จะมีทำเลไหนน่าสนใจตามมาชมพร้อมกันได้เลยครับ


1.จตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว


 

เป็นจุดรวมรถไฟฟ้าถึง 7 สาย 2 สายมีอยู่แล้ว กับ 5 สายในอนาคต คือ รถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ โครงการสายสีนํ้าเงินต่อขยาย บางซื่อ-ท่าพระ โครงการสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ-ตลิ่งชัน) และโครงการสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ อนาคตเป็นจุดเชื่อมต่อที่ใหญ่ที่สุดในเขตเมือง

สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในย่านพหลโยธิน นับว่าคึกคักอย่างมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดผู้ประกอบการรายใหญ่ยังสามารถปิดการขายได้ภายในวันเดียว (ในขณะที่สถานการณ์โดยรวมไม่สู้ดีนัก) เดิมย่านนี้ถือเป็นย่านที่อยู่อาศัย โดยมีที่ดินแปลงใหญ่ของการรถไฟฯ กรมธนารักษ์ แต่ในช่วงหลังจากการมีรถไฟฟ้าบีทีเอสตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา ได้มีการพัฒนาด้านพาณิชยกรรมมากขึ้น

ทั้งประเภทอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า เช่น อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารทหารไทย อาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ รวมทั้งเซ็นทรัลพลาซาที่ปรับปรุงใหม่ ตลาดนัดสวนจตุจักรในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมสูงมีการลงทุนในการพัฒนาอาคารร้านค้าต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันราคาขายคอนโดมิเนียมในย่านนี้ ตารางเมตรละ 1.2-1.7 แสนบาท


2.กรุงเทพฯชั้นใน สีลม-สาทร


 

ศักยภาพการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมือง และการไปต่อของราคาที่ดิน การพัฒนาคอนโดฯ ขายตารางเมตรละ 2.5-3.5 แสนบาท คงต้องเป็นคอนโดฯระดับพรีเมียม กลุ่มเป้าหมายระดับ high-end ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยหากเทียบกับราคาขายในภูมิภาคนับว่ายังตํ่ากว่าชาวบ้านอยู่พอสมควร

โอกาสการซื้อคอนโดฯ พรีเมียมในบ้านเราสำหรับชาวต่างชาติย่อมมีสูง …แต่ทั้งนี้คอนโดฯ ระดับนี้คงมีจำนวนน้อยอาจแค่หลักไม่กี่พันหน่วย เทียบกับคอนโดฯตลาดคนไทยที่ปีหนึ่งเกิน 5-7 หมื่นหน่วย ประกอบกับที่ดินในเมืองหาซื้อได้ยาก ราคาสูง เหลือน้อยแปลงแล้ว

แม้อุปทานจะมีน้อยแต่อุปสงค์ก็จะน้อยลงมาก เทียบกับที่ผ่านมาที่อุปทานที่ดินมีน้อย อุปสงค์ความต้องการที่ดินมีมากทำให้ราคาที่ดินขึ้นพรวดพราดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในวันหน้าแม้ว่าราคาที่ดินจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นแต่อัตราการเพิ่มอาจไม่ได้สูงเช่นที่ผ่านมา เพราะราคาสูงพัฒนาแล้วไม่คุ้มสำหรับตลาดใหญ่ที่เป็นกลุ่มคนไทยแล้ว ตลาดคนไทยคงต้องขยับออกไปยังเขตชั้นกลางแทน


3.สะพานใหม่-คูคต


 

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ถนนตัดใหม่ สะพานใหม่-วัชรพล-นิมิตใหม่สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์และราคาที่ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะทำให้ศักยภาพตั้งแต่ย่านลาดพร้าว รัชโยธิน บางเขนสะพานใหม่ ไปจนถึงคูคต ถนนลำลูกกาประมาณคลองสอง ระยะทาง 19 กิโลเมตรสถานียกระดับจำนวน 16 สถานี

ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในย่านนี้ในช่วงต้นลาดพร้าว รัชโยธิน เกษตรฯส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม ราคาประมาณ 2-3 ล้านบาท (ตารางเมตรละ 8 หมื่น-1 แสนบาท) แต่หากเลยไปถึงสะพานใหม่ คูคต ยังเป็นโครงการบ้านแนวราบอย่างไรก็ตามหลังการก่อสร้างรถไฟฟ้า คงได้เห็นโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นตามมาแน่ คาดว่าราคาขายในช่วงปลายจะอยู่แถว 1 ล้านบาท (บวก/ลบ) โดยเฉพาะช่วงลำลูกกา คงจะเห็นคอนโดฯ ตํ่ากว่า 1 ล้านบาท

ยังมีโครงการตัดถนนสายใหม่ 2 สาย ที่มีผลต่อย่านสะพานใหม่ และก่อสร้างแน่นอน เพราะเวนคืนแล้ว คือ ถนนสายพหลโยธิน-รัตนโกสินทร์สมโภช และถนนเชื่อมวิภาวดีรังสิต กับพหลโยธิน ที่จะทำให้การคมนาคมย่านนี้สะดวกมากขึ้น เพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้นในอนาคต


4. ถนนรัชดาภิเษก


 

สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์และแนวโน้มราคาที่ดิน ย่านถนนรัชดาภิเษก นับเป็นศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่ที่สำคัญที่คาดว่าจะมีการขยายตัวสูง เนื่องจากความเป็นทั้งแหล่งงานกลางวันและแหล่งบันเทิงของคนกลางคืน (โซนนิ่งแหล่งบันเทิง 1 ใน 3 แห่งของกรุงเทพฯ) มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า (เซ็นทรัล ลาดพร้าวยูเนี่ยนมอลล์ สวนลุมไนท์แห่งที่ 2 เอสพลานาด เซ็นทรัลพระราม 9 ฟอร์จูน) สถานบันเทิงอีกเพียบ ทำให้มีกิจกรรมคึกคักตลอดเวลาทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน แทบกล่าวได้ว่าถนนสายนี้ไม่เคยหลับ

นอนาคตอาคารสำนักงานใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ฯก็กำลังก่อสร้างที่นี่ คาดว่าอีก 3 ปีก็แล้วเสร็จ เป็น Magnet ของศูนย์ธุรกิจแห่งนี้ในอนาคต การสร้างอาคารซูเปอร์ ทาวเวอร์ ทุบสถิติสูงที่สุดในอาเซียน 125 ชั้นของกลุ่มจีแลนด์ เป็นต้นการที่เป็นแหล่งงานที่มีอุปสงค์จำนวนมากดังกล่าว

ปัจจัยด้านราคาที่ดินยังตํ่าเพียงครึ่งหนึ่งของเขตธุรกิจชั้นใน ที่ปัจจุบันราคาตารางวาละ 1.5-1.9 ล้านบาท เข้าไปแล้ว แต่ย่านนี้ตารางวาละ 5-6 แสนบาทเท่านั้น โอกาสของราคาที่ดินตารางวาละ 1ล้านบาทน่าจะได้เห็น เนื่องจากศักยภาพทำเลไม่ด้อยไปกว่าเขตกรุงเทพฯชั้นใน ยิ่งในอนาคตมีโครงการสำคัญๆ เช่น อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯแห่งใหม่ อาคารซูเปอร์ทาวเวอร์ 125 ชั้นสูงสุดในอาเซียน โครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ของการรถไฟฯ


5.บางใหญ่-บางบัวทอง


 

นับเป็นทำเลปริมณฑลที่ได้รับความนิยมในการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นลำดับต้นๆ เสมอมา(สลับกันเป็นลำดับหนึ่งกับย่านรังสิต) แต่หลังจากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง(เปิดใช้ 5 ธันวาคมนี้) ทำให้ย่านบางใหญ่ บางบัวทอง รวมถึงเมืองนนทบุรี ได้รับความนิยมเป็นลำดับหนึ่งอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ ในวันหน้าย่านนี้กำลังจะยกระดับเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค

ด้วยโครงการถนนมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี ประตูสู่ภาคตะวันตก ทวายของเมียนมา ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก 2 แห่ง จึงพัฒนาศูนย์การค้าศูนย์ประชุม โรงแรมพื้นที่รวมกันเกือบล้านตารางเมตร คือ เมกา บางใหญ่ กับเซ็นทรัลเวสต์เกต” การพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง รวมกับความเป็นศูนย์กลางชุมชนเดิมที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่นอยู่แล้ว ยิ่งจะทำให้มีการขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดในปริมณฑลในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เป็นทำเลหนึ่งที่ขยายตัวสูงมากของจังหวัดนนทบุรี โดยไม่สะทกสะท้านจากปัญหานํ้าท่วมใหญ่ในปี 2554 กันเลย ทำเลนี้มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คือ “Central West Gate” ของเซ็นทรัลพัฒนา เป็นพื้นที่ค้าปลีกระดับ “ซูเปอร์ รีจินัลมอลล์ (Super Regional Mall)” บนที่ดิน 100 ไร่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Met Asia” เมืองศูนย์รวมสุดยอดไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตของเอเชียพร้อมผลักดันเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งของภูมิภาค


 

และในปี 2020 นี้ น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ว่าจะมีทิศทางในทางบวกหรือเชิงลบ ซึ่งพวกเราทีมงาน Homedeedee จะคอยเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหวและจำนำมาอัปเดตให้แฟนเพจได้ติดตามกันครับ

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit : Data & Photo > thansettakij, wongnai, bkkcitismart, AnandaDevelopment, healthandtrend, กรุงเทพธุรกิจ