PROPERTY : บรูไนดารุสซาลาม เมืองที่ผสมผสานอารยธรรม และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน

0
613

PROPERTY OF THE WEEK : PROPERTY HUB

“ประเทศสวย รวยน้ำมัน” น่าจะเป็นนิยามที่คนภายนอกมองประเทศบรูไนฯ (บรูไนดารุซซาลาม) ซึ่งความเป็นจริงแล้ว กว่าที่ประเทศนี้จะก้าวมาเป็นประเทศที่ร่ำรวยอันดับต้นๆของโลกได้นั้น ต้องผ่านความยากลำบากทั้งในเรื่องของระบบการจัดการเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมไปถึงปัญหาการว่างงาน และปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งต่อมาได้กลายเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลบรูไนฯพยายามทุกวิธีทางเพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมแรงงาน

สำหรับบทความสุดพิเศษในซีรี่ย์ ASEAN SERIES กับการวิเคราะห์อสังหาฯ รวมไปถึงรูปแบบเศรษฐกิจในปี 2019 ของสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ในครั้งนี้เดินทางมาถึงประเทศที่ 4 กันแล้ว ในบทความเกี่ยวกับประเทศบรูไนฯ จะมีอะไรน่าสนใจตามเข้ามาชมพร้อมกันได้เลยครับ


บรูไนดารุซซาลาม


 

“ประเทศที่มีความมั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

บรูไนฯ เป็นประเทศที่มีความมั่นคงสูงทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งรายได้หลักของบรูไนมาจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ที่สามารถผลิตได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ทั้งนี้ บรูไนส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 90 % ของการส่งออกทั้งหมด รายได้จากการส่งออกน้ำมันดังกล่าว มีหน่วยงานที่เรียกว่า Brunei Investment Agency (BIA) นำไปลงทุนในต่างประเทศ หรือร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งในรูปการถือหุ้น การซื้อพันธบัตรในประเทศต่าง ๆ


เมืองที่เพียบพร้อมด้วยศักยภาพ


 

บรูไนฯ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านการค้าและการลงทุน แม้มีประชากรเพียงประมาณ 4.12 แสนคน ซึ่งน้อยที่สุดในอาเซียน และมีพื้นที่ประเทศเพียง 5,765 ตารางกิโลเมตร หรือเล็กเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ นอกจากนี้ บรูไนยังถือเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในเอเชีย ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะทางรัฐบาลใส่ใจในเรื่องของระบบการจัดการภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยผ่านรูปแบบโมเดลการสร้างรากฐานประเทศแบบระยะยาวด้วย 4 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย

  • ธุรกิจด้านอาหาร : โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ของโลก รวมทั้งสร้างแบรนด์อาหารฮาลาลของประเทศ นอกจากนี้ ประชากรบรูไนฯ ร้อยละ 66 นับถือศาสนาอิสลามส่งผลให้มีตลาดอาหารฮาลาลในประเทศขนาดใหญ่ รัฐบาลบรูไนฯ ส่งเสริมการลงทุนในภาคเกษตรกรรม เนื่องจากปริมาณผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอกับการบริโภค โดยเฉพาะการปลูกข้าว บรูไนฯ ตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตข้าวให้ได้ร้อยละ 60 ของการบริโภคในประเทศภายในปี 2558
  • ธุรกิจยาและเภสัชกรรม : ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมยาและเภสัชกรรมของภูมิภาค เริ่มกำหนดแนวทางและมาตรฐานด้านฮาลาลในอุตสาหกรรมยา ทั้งนี้ เมื่อปี 2553 บรูไนฯ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งโรงงานผลิตยามาตรฐานฮาลาลแห่งแรกของประเทศในเขตอุตสาหกรรม Lambak Kanan East Industrial Site
  • ธุรกิจปิโตรเคมี  : ได้ร่วมทุนกับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นจัดตั้งโรงงานผลิตเมทานอลซึ่งมีกำลังการผลิต 850,000 ตันต่อปี และเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2553 การจัดตั้งโรงงานดังกล่าวนับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในบรูไนฯ
  • ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ : บรูไนฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นลำดับต้น ๆ และตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาค

อีกทั้งรัฐบาลบรูไนฯ ได้มีระบบการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการวางโครงการยุทธศาสตร์เพื่อเป็นการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุน เช่น

  • โครงการพัฒนาเขตเมืองเสรีเบกาวันเดิม (B.S.B.) ให้เป็นศูนย์กลางการบริหารการพาณิชย์
  • โครงการปลูกบ้านพักอาศัย 2,000 หลัง ภายใน 24 เดือน ในเขตกัวลาไบลท์ 
  • โครงการปลูกบ้านพักอาศัย 4,000 หลัง ภายใน 48 เดือน ในเขตมังกูเบากัมปงเมินทีรี 
  • โครงการตัดถนนไฮเวย์ จากเขตเตลิไซ ถึงเขตลูมุท 
  • โครงการปรับพื้นที่ในเขต สุไหง อาการ์ และการจัดทำระบบการกำจัดขยะมูลฝอย ในเขตสุไหงปากู โครงการปรับปรุง สาธารณูปโภคทั่วประเทศ

ใช้เศรษฐกิจ สร้างรากฐานประเทศ


 

ในปี 2019 นี้ รัฐบาลบรูไนยังคงให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก โดยได้พยายามส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน รัสเซีย และมาเลเซีย เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม Palau Muara Besar อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตน้ำมันและก๊าซ

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลบรูไนได้พยายามส่งเสริมให้มีการลงทุนมากยิ่งขึ้นในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลาย ได้แก่ อุตสาหกรรมฮาลาล อุตสาหกรรมด้านการเกษตร อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นต้นฯ

“สร้างสิทธิประโยชน์ให้กับนักลงทุน”

บรูไนมีนโยบายให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ รัฐบาลจึงอนุญาตการลงทุนจากต่างประเทศเกือบทุกสาขา รวมถึงการอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100 % ในทุกสาขา ยกเว้น อุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรภายในประเทศและสาขาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารแห่งชาติ ซึ่งยังต้องมีผู้ถือหุ้นภายในประเทศ โดยต้องมีอย่างน้อย 30 % ในสาขาการเกษตร ประมง และการแปรรูปอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนว่าสาขาใดที่จะต้องมีผู้ถือหุ้นภายในประเทศ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางการ

ด้วยเหตุนี้ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามรัฐบาลของบูรไนฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในประเทศที่อาจหมดลงในอนาคต จึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง จุดนี้เป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนที่มีศักยภาพในตลาด ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์

ประเด็นน่ารู้

  • บรูไนขาดแคลนแรงงานจนต้องจ้างแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก
  • ขั้นตอนและกระบวนการสั่งซื้อ รวมถึงขนส่งสินค้าของบรูไนมีความลำบาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชาวสิงคโปร์ร่วมลงทุนอยู่ด้วย การนำเข้ามักจะขึ้นอยู่กับนักธุรกิจสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องมีการขนส่งผ่านทางสิงคโปร์ก่อน
  • การขนส่งสินค้าทางเรือมีอุปสรรคมาก เนื่องจากเรือที่บรรทุกสินค้าไปบรูไนมีสินค้าเฉพาะเที่ยวขาไป แต่ไม่มีสินค้าในเที่ยวขากลับ

 

เป็นที่น่าจับตามองว่าในอนาคตที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน ประเทศบรูไนฯจะเตรียมการรับมือและสามารถปรับตัวได้อย่างไร เมื่อทั่วโลกลดการพึ่งพาทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างน้ำมันและก๊าซ โดยหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่สามารถผลิตขึ้นได้จากพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีต้นทุนและราคาประหยัดมากกว่าเท่าตัว

Property of the week : Property Hub ในเดือนพฤศจิกายน พวกเรา Homedeedee จะขอพาไปพบกับประเทศที่เกือบล่มสลายเพราะสภาวะปัญหาภายในประเทศ ก่อนที่จะกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์กับประเทศ “ฟิลิปปินส์”

อ่านบทความ ASEAN SERIES ก่อนหน้าได้ที่ : ลืม ‘ลาว’ แบบเดิม  / รู้จัก ‘พม่า’ มุมใหม่ / Move on! ‘อินโดนิเซีย’ 

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit : Data & Photo > globthailand, thaibiz, aseanthai, itd.or.th, amazingthaisea, khong katesorn, mercinews, thansettakij, yingpook,