PRODUCT : “ไม้และปูนเปลือย” Mixed รวมกันจนกลายเป็นวัสดุที่ยั่งยืน

0
2796

PRODUCT OF THE WEEK : PRODUCT ECO

ทุกวันนี้เราวัสดุสังเคราะห์เข้ามามีบทบาทกับอุตสาหกรรมก่อสร้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทำให้ก่อให้เกิดการใช้งานจากวัสดุสังเคราะห์เหล่านั้น เนื่องมาจากปัญหาของทรัพยากรทางธรรมชาติที่ลดน้อยลง แต่ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่งการเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติบางประเภท ที่เลือกใช้ให้ถูกและเลือกใช้ให้เหมาะ ก็สามารถนำมาใช้งานได้เช่นกัน

และวันนี้พวกเรา Homedeedee เลยอยากจะมาแชร์ไอเดียการเลือกใช้งาน “ไม้และปูนเปลือย” การ Mixed ผสมกันระหว่างวัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุทดแทนธรรมชาติที่ถูกใช้งานมากที่สุด และวัสดุทั้ง 2 ประเภท มีเสน่ห์ คุณสมบัติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว…


วัสดุจากธรรมสิยั่งยืน


 

จากประสบการณ์ทำงานทางด้านออกแบบภายในของผู้เขียนเอง หลายๆโปรเจคไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้าน คอนโดมิเนียม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และอื่นๆ วัสดุจากธรรมชาติที่เห็นได้จนชินตาได้แก่ “ไม้และปูนเปลือย” ซึ่งวัสดุประเภทดังกล่าว เป็นวัสดุที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลายด้วยกัน อย่าง วัสดุประเภทไม้จริง ก็มีให้เลือกใช้อยู่หลายชนิด ซึ่งบางชนิดมีสีสันและลวดลายที่สวยงามแตกต่างกัน

ส่วนวัสดุประเภทปูนเปลือย เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมระหว่างซีเมนต์และอื่นๆ ซึ่งเป็นวัสดุพื้นฐานในการก่อสร้างที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งต่อมาได้มีการใช้วัสดุประเภทนี้ในการสร้างงานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เราจะเห็นได้จากงานของสถาปนิกชื่อดังอย่าง “ทาดาโอะ อันโดะ” ที่เลือกใช้ปูนเปลือยเป็นส่วนประกอบทั้งหมดของตัวอาคารทั้งภายนอกและภายใน


เลือกใช้  “ไม้” กับงานสถาปัตยกรรมภายนอก


 

ไม้จริงกับสถาปัตยกรรมภายนอกหรือใช้ไม้กับนอกอาคาร จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในอดีต เพราะวัสดุประเภทไม้เป็นสิ่งที่หาได้ตามท้องถิ่น ดังนั้นแต่ละประเทศแต่ละภูมิภาค จะมีการเลือกใช้ไม้จริงแต่ละประเภทที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าจะให้โฟกัสที่ประเทศไทย ไม้จริงส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จะแบ่งได้ 2 ลักษณะ ได้แก่ไม้เนื้อแข็ง และไม้เนื้ออ่อน

  • ไม้เนื้อแข็ง : ไม้เต็ง, ไม้รัง, ไม้แดง, ไม้ตะเคียนทอง, ไม้ตะแบก
  • ไม้เนื้ออ่อน : ไม้สัก, ไม้ยาง, ไม้สน

โดยปกติแล้วไม้จริงที่เลือกใช้ภายนอกอาคาร หรือดีไซน์ในลักษณะฟาซาดดีไซน์ มักจะใช้ไม้เนื้ออ่อน อย่าง ไม้เต็ง หรือไม้แดง เพราะไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้มีน้ำหนักเบาและความยืดหยุ่นสูง ทำให้นำไปติดตั้งได้สะดวกและที่สำคัญยังทนต่อสภาพอากาศได้ดี หากเราดูแลรักษากันอย่างถูกวิธี และนอกจากนั้นเองไม้จริงเหล่านี้ยังสามารถทาสีทับได้แต่ต้องมีการลงสารเคลือบผิว และและทาสีรองพื้นไปก่อน เพื่อให้สีที่ทาทับลงไปซ้ำเกาะติดได้นานยิ่งขึ้น

ในส่วนของงานดีไซน์ด้วยการใช้ไม้กับภายนอกอาคาร ส่วนใหญ่จะแบ่งออก 2 รูปแบบ คือการใช้ไม้สร้างเป็นผนังทั้งหมด หรือบางส่วนของตัวอาคาร ซึ่งรูปแบบนี้ต้องมีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพราะไม้จะต้องรับแรงปะทะจากแดด ฝน และลมอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกหนึ่งรูปแบบได้แก่ ทำเป็นระแนงไม้ วิธีนี้เองจะถูกใช้งานกับพื้นที่อาคารห้างสรรพสินค้า และอาคารพาณิชย์ เพราะจะช่วยสร้างมิติความสวยงามที่แปลกใหม่


เลือกใช้  “ไม้” กับงานภายในอาคาร


 

ในส่วนของการใช้ไม้จริงเข้ามาตกแต่งภายในอาคาร ก็สามารถทำได้เช่นกันและทำได้ดีอีกด้วย เพราะสามารถใช้เป็นทั้งวัสดุกรุผนัง กรุฝ้าเพดาน และวัสดุปูพื้นที่ เพราะไม้จะช่วยปรับเปลี่ยนให้บรรยากาศภายในอบอุ่น ทำให้พื้นที่ภายในต่างๆน่าอยู่อาศัย โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้ภายในห้องนอน จะทำให้เกิดมิติความสวยงามและเหมาะกับการพักผ่อนมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนั้นแล้วคุณสมบัติของไม้ที่ดีกว่าวัสดุอื่นๆ เมื่อนำมาตกแต่งภายในคือ เป็นวัสดุที่มีความคงทนแข็งแรงสูงกว่าวัสดุอื่นๆ ถึง 2 เท่า ซึ่งไม้สังเคราะห์ที่ผลิตออกมาให้ใช้งานตามท้องตลาด ก็ไม่สามารถรองรับน้ำหนักการใช้งานได้มากขนาดนั้น บวกกับไม้จริงเองยังป้องกันต่อรอยขีดข่วนได้ดี จึงทำให้ใช้งานได้ทุกพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยนั่นเอง

ข้อดี 

  • แข็งแรงและรับน้ำหนักได้มากกว่า 2 เท่า
  • มีสีสันลวดลายสวยงามตอบโจทย์งานดีไซน์
  • มีประเภทไม้หลากหลายให้เลือกใช้งาน

ข้อเสีย

  • ไม่ทนต่อสภาพอากาศชื้นและแห้งจัด
  • มักถูกศัตรูทำลายไม้กัดกินได้
  • ต้องหมั่นดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

เลือกใช้  “ปูนเปลือย” กับงานสถาปัตยกรรมภายนอก


 

มาต่อกันด้วยวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถ Mixed ผสมรวมเข้ากับไม้จริงให้สวยงามได้อย่างลงตัวนั่นก็คือ “ปูนเปลือย” ซึ่งวัสดุชนิดนี้เอง เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรม หรือช่วงปี 1970 โดยการเลือกใช้ปูนเปลือยในอดีต จะเน้นใช้เป็นโครงสร้างของบ้านพักและอาคาร ซึ่งต่อมาได้มีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนโดยใช้ปูนเปลือยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานตกแต่งทางด้านสถาปัตยกรรม

สไตล์การออกแบบที่ใช้ปูนเปลือยได้แก่ Loft, industrial, Modern เป็นต้นฯ ซึ่งสไตล์ที่กล่าวมาสามารถนำมาประยุกต์เพื่อให้เกิดมิติที่หลากหลายได้ โดยการใช้ปูนเปลือยเป็นองค์ประกอบหลัก  และสำหรับการใช้งานวัสดุประเภทนี้ภายนอกคาร คือการสร้างเป็นโครงสร้างทั้งผนัง คานและเสา เพื่อรองรับน้ำหนัก ในขณะเดียวกันปูนเปลือยยังช่วยสื่ออารมณ์ถึงความดิบ เท่ห์ และเข้าถึงง่าย

จริงๆแล้วนอกจากสีดังเดิมของปูนเปลือยที่มีเฉดสีเทา-ดำแล้ว เราสามารถทาสีอื่นๆทับไปได้ ซึ่งจะเห็นได้จากตัวอาคารจากภาพด้านบน ที่เลือกใช้ปูนเปลือยเป็นโครงสร้างทั้งหมดของตัวอาคาร แล้วทาสีขาวทับเพื่อให้ Mood & Tone ดูสะอาดและสบายตามมากขึ้น


เลือกใช้  “ปูนเปลือย” กับงานภายในอาคาร


 

สำหรับการเลือกใช้ปูนเปลือยภายในอาคาร มีทั้งข้อดีและข้อเสียปนกันไป เพราะวัสดุประเภทนี้เป็นวัสดุหนัก ซึ่งในความหมายคือเป็นวัสดุที่ใช้เป็นโครงสร้างซะส่วนใหญ่ ทำให้เมื่อนำมาใช้เป็นงานตกแต่งภายใน อาจก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดหากเลือกใช้ไม่ถูกวิธี

แต่ถึงแบบนั้น ที่อยู่อาศัย รวมถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ และอื่นๆ มักเลือกโชว์ผิวหรือเลือกใช้วัสดุปูนเปลือยเข้ามาใช้ภายในอาคาร เพราะมีราคาถูกและช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นกันเองและเข้าถึงง่าย อีกทั้งปูนเปลือยเองยังเข้ากับวัสดุอย่าง เหล็ก สแตนเลส ไม้และวัสดุประเภทหนัง จึงทำให้เหมาะเป็นอย่างยิ่งในการตกแต่งพื้นที่ภายในให้ออกมาในสไตล์ Modern Loft ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ข้อดี 

  • ทนต่อแรงกระแทกและรอบขูดขีด
  • มีเอกลักษณ์ของผิวสัมผัสที่ชัดเจน
  • ใช้เป็นโครงสร้างหลักและงานตกแต่งได้

ข้อเสีย :

  • ไม่ทนต่อความชื้น เพราะจะก่อให้เกิดคราบเชื้อรา
  • ใช้กับงานออกแบบได้บางประเภทบางสไตล์เท่านั้น
  • หากใช้ไม่ถูกวิธีอาจเกิดรอยแตกร้าวตามมา

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook