Nirvana@work ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เติมเต็มทุกมิติการใช้ชีวิตบนทำเลศักยภาพ

0
119

“Property of the week” เราจะพามาพบกับโครงการ Home Office ที่เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน คือการตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกตารางเมตร อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบภายในอาคารได้หลากหลาย มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ กับการดีไซน์ที่โดดเด่นด้วย Style Modern Loft

นอกจากนั้นตัวโครงการยังตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่แวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Shopping Mall, Community mall, โรงเรียนและโรงพยาบาล ที่จะช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตได้ทุกมิติกับ Nirvana@work ลาดพร้าว เกษตร-นวมิทร์ จาก Nirvana Daii (NVD)


Project Summary


Entrance

ทางเข้าถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย โดยการวางป้ายโครงการ Nirvana@work ลาดพร้าว เกษตรนวมิทร์ ติดกับถนนใหญ่ ทำให้มองเห็นเด่นชัด และเว้นระยะเพื่อแบ่งเป็นถนนทางเข้าไปภายในโครงการ เพื่อความสะดวก ลดการแออัดของการสัญจรในชั่วโมงเร่งด่วน


3Types

“พื้นที่สร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่”

ด้วยการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก จึงออกแบบ Home office ออกเป็น 3 ประเภท คือ Independent Unit ที่มีความพิเศษอยู่ที่บันไดทางขึ้นด้านข้าง เพื่อขึ้นมาที่ชั้น 2 โดยมีระเบียงทางเดินแบบ Single Corridor และประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน นอกจากนั้นยังมีประเภท Type A-B ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

  • Independent Unit : สำหรับ Home office ประเภทนี้ จะแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ซึ่งภายในมีการแบ่งพื้นพร้อมลิฟต์อำนวยความสะดวก ตั้งแต่ชั้น1 ถึง ชั้น4 โดยความพิเศษของประเภทนี้จะอยู่ที่บันไดทางขึ้นด้านข้าง ที่ทำเป็นบันไดทางขึ้นแบบ Out-door ขึ้นไปที่ชั้น 2 ซึ่งภายในบริเวณจะมีระเบียงยื่นออกมาแบบ Single Corridor
    • 1st Floor > Parking, Reception, Garden, Living Area out-door, Toilet, Lift
    • 2nd  Floor > Office Area, Meeting Room, Toilet, Lift
    • 3rd  Floor > Office Area, Working Room, Toilet, Lift
    • 4th Floor > Bedroom, Living Area, Pantry, Bathroom, Lift

Exterior Design

สถาปัตยกรรมภายนอกถูกออกแบบอย่างเรียบหรู ด้วยการสร้างกล่องสี่เหลี่ยมระหว่างชั้นยื่นสลับไปมา และนอกจากนั้นยังใช้ระแนงไม้บางส่วน ทำเป็น Façade Design บริเวณด้านข้าง ช่วยเพิ่มความสวยงามในสไตล์ Modern Loft บวกกับทำให้อาคารมีความโดดเด่นขึ้นเป็นเท่าตัว


1st Floor

บริเวณทางเข้าชั้น 1 รองรับรถยนต์ได้มากถึง 6 คันโดยที่ยังแบ่งพื้นที่ทางด้านข้างสำหรับการจัดสวนปลูกต้นไม้ และทะลุไปยังด้านหลังของอาคารที่เป็นพื้นที่เปล่าได้ บริเวณด้านหลังนี้สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Living Area แบบ Out-door สำหรับจัดกิจกรรมขนาดเล็ก หรือปาร์ตี้ขนาดกลางก็ทำได้

นอกจากนั้นภายในบริเวณนี้ ทางโครงการยังสร้างบันไดด้านนอกสำหรับขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ของตัวอาคาร เพื่อเป็นการรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ในกรณีแบ่งเช่า Office เป็นชั้น โดยบันไดตัวนี้จะช่วยสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

เข้ามาด้านในอาคารบริเวณด้านหน้าจะพบกับ Reception ที่ทางโครงการตกแต่งไว้เพื่อเป็นไอเดีย และมีการเว้นระยะให้สามารถจัดเป็น Living Area ขนาดเล็กสำหรับนั่งพัก

ทางด้านในของอาคารถูกจัดให้เป็นส่วนของห้องน้ำ โดยแบ่งสัดส่วนสำหรับการใช้งานอย่างชัดเจนระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง และยังเพิ่มระเบียงทางด้านหลังให้พนักงานได้ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ


2nd  Floor

ขึ้นมาที่ชั้น2 ภายในชั้นนี้มีความพิเศษที่การสร้างระเบียงแบบ Single Corridor ทำให้มีพื้นที่โปร่ง และยังสามารถเข้าออก ได้ถึง 2 ทาง ทั้งจากประตูด้านหน้า และ Lift ด้านใน นอกจากนั้นจะเห็นได้ว่ามีบันไดทางขึ้นด้านนอกที่เชื่อมไปถึงชั้น 4 ของตัวอาคาร

เข้ามาด้านในจะพบกับพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือบริเวณตรงการแบ่งเป็น Office Area ที่มี Living Room อยู่ด้วย ทำให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างอิสระ ในส่วนของการออกแบบ Space เปิดโล่งด้วยกระจกบริเวณฝั่งซ้าย และทางเข้าด้านหน้า ลดความอึดอัด เพิ่มความปลอดโปร่งในการทำงานได้อย่างดี

ถัดเข้ามาด้านในของชั้น 2 จะถูกแบ่งเป็น Working Area ของหัวหน้า หรือผู้บริหาร โดยที่ทางโครงการตกแต่งภายในเพื่อเป็นไอเดียในการออกแบบ รวมถึงบอกระยะในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัว


3rd  Floor

บนชั้น 3 นี้ สามารถเข้าออก ได้ 2 ทางเหมือนกับ ชั้น 2 จากบันไดด้านนอกและ Lift ด้านใน หลักๆแล้ว Space ภายในจะมีการจัดวางประโยชน์ใช้สอยเหมือนกับ ชั้น 2 ทุกส่วน และที่สำคัญยังเพิ่มฟังก์ชั่นอย่าง VDO Door Phone ที่เชื่อมต่อจากทางเข้าหลักบริเวณชั้น 1

โดยที่ด้านหน้าของตัวอาคารถูกแบ่งพื้นที่เป็นห้องทำงานของผู้บริหาร ซึ่งมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถเลือกจัดมุมเป็น Living Area ขนาดเล็กได้

ส่วนทางด้านในถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ของ Meeting Room ที่แบ่งพื้นที่บางส่วนสำหรับ Living Area ให้พนักงานมานั่งพักผ่อนได้ หลังจากทำงาน หรือดื่มเครื่องดื่มได้ตามอัธยาศัย


4th Floor

ขึ้นมาที่ชั้น 4 หรือชั้นบนสุดของตัวอาคาร เป็นในส่วนของพื้นที่พักอาศัย ซึ่งค่อนข้างจะมีความเป็นส่วนตัวสูง โดยการแบ่งพื้นที่การใช้งาน มีอยู่ด้วยกันหลายส่วนเช่น Living Room, Bedroom, Pantry, Bathroom ซึ่งภายในห้องตัวอย่างที่ทางโครงการตกแต่งนั้นจะมีในลักษณะคล้ายกับ Penthouse

ทางเข้าด้านในตัวบ้าน บริเวณตรงกลางจะพบกับ Living Area ที่สามารถเลือกวางโซฟาขนาดใหญ่ได้ รวมถึงชุดรับรอง โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับการสัญจรได้อย่างสะดวก และนอกจากนั้นยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ

ส่วนด้านหน้าของอาคารบนชั้นนี้ ถูกแบ่งเป็นพื้นที่ของ Pantry ประกอบด้วยส่วนปรุงอาหาร และพื้นที่รับประทานอาหาร ด้วยการออกแบบโดยบานกระจกเต็มบานจึงทำให้ภายในห้องสว่าง ไม่อึดอัด อีกทั้งยัง Take View จากทางด้านในได้

ถัดเข้ามาด้านในสุดของตัวอาคาร คือห้องนอนขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็น Master Bedroom ที่สามารถวางเตียง King Size ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ หรือจะปรับเปลี่ยนวางเตียงนอนแบบ Double เตียงคู่ก็ทำได้ รวมถึงยังเพิ่มฟังก์ชั่นอย่างการแบ่งเป็นมุมทำงานหนังอ่านหนังสือภายในห้องนี้ได้อย่างลงตัว

ซึ่งห้องน้ำของนี้จะถูกจัดวางเหมือนกับทุกชั้น เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยฟังก์ชั่นด้านในแบ่งเป็นส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันชัดเจน เพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และจะเห็นได้ว่ามีการเพิ่มระเบียงทางด้านหลังไว้สำหรับการทำกิจกรรม เช่น ชมวิว สูบบุหรี่และอื่นๆ

Type A :  รูปแบบ Home Office 4 ชั้นครึ่ง ที่มาพร้อมกับการตกแต่ง Style Modern Loft ภายนอกอาคาร ช่วยเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาเป็นเท่าตัว นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เหมาะสำหรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน และมาพร้อม Lift อำนวยความสะดวกตั้งแต่ชั้น1 ถึงชั้นบนสุด

  • 1st Floor > Reception , Living Area, Toilet, Lift
  • 2nd  Floor  > Living Area, Lift
  • Mezzanine Floor > Office Zone, Toilet, Lift
  • 3rd  Floor > Office Zone, Toilet, Lift
  • 4th Floor > Bedroom, Living Area, Pantry, Bathroom, Lift

1st Floor

เริ่มกันที่ภายในอาคารชั้น 1 ทางโครงการเลือกตกแต่งโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ทางด้านหน้าตรงกับประตูทางเข้า เลือกออกแบบให้เป็นขั้นบันไดที่สามารถนั่งได้เชื่อมไปจนถึงชั้นลอย ส่วนทางด้านขวาเลือกจัดวางเป็นมุมคาเฟ่เล็กๆ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่รับประทานอาหารได้

และส่วนสุดท้ายบริเวณด้านหลังเป็นมุมของมุมปรุงอาหาร ห้องน้ำและ ลิฟต์โดยสาร ซึ่งในส่วนของลิฟต์จะอยู่ตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น


Mezzanine Floor

บนชั้น Mezzanine Floor แบ่งออกเป็น 2 พื้นที่การใช้งาน คือบริเวณตรงกลางที่ถูกจัดไว้เป็น Living Area แบบส่วนตัวขนาดเล็ก และอีกส่วนคือด้านหน้าอาคารที่ทางโครงการเสริมพื้นขึ้นมา เพื่อตกแต่งให้กลายเป็นห้องประชุม ซึ่งพื้นที่จริงบริเวณนี้จะเปิดโล่งในลักษณะ Double Space จนถึงพื้นของชั้น 2


2nd  Floor

ชั้น 2 ถือเป็นส่วนไฮไลท์ของตัวอาคารเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีการออกแบบในรูปแบบของ Double Volume Space จนถึงชั้น 3 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นกันได้ และนอกจากนั้นยังทำให้พื้นที่โปร่ง ในส่วนของการจัดสรรพื้นที่การใช้งานแบ่งออกเป็น 2 ห้อง ด้านหน้าอาคารจัดเป็นห้องประชุม ส่วนทางด้านในจัดเป็น Studio สำหรับถ่ายภาพ

การออกแบบตกแต่งห้องด้านหน้าอาคาร ถูกจัดวางเป็นห้องประชุมขนาด 8-10 ที่นั่ง เพื่อเป็นการบอกระยะการใช้งานว่ามีพื้นที่ใช้สอยมากน้อยแค่ไหน และนอกจากนั้นภายในยังโปร่งโล่งเนื่องจากการใช้กระจกใสแทนผนังทึบ

เนื่องด้วยสัดส่วนการแบ่งพื้นที่ภายในชั้นนี้ที่วางห้องน้ำและตัวลิฟต์ ทำให้ห้องด้านในของอาคารมีพื้นที่น้อยที่สุด แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการได้ตามความเหมาะสม จะจัดเป็นห้อง Studio ตามภาพ หรือจะออกแบบให้เป็น ห้องอ่านหนังสือก็ทำได้


3rd  Floor

ถัดขึ้นมาที่ชั้น 3 บนชั้นนี้จะมีสัดส่วนของพื้นที่ ที่น้อยกว่าชั้น 2 หนึ่งในสาม เนื่องด้วยการออกแบบ Space แบบเปิดช่อง Void ทำให้มีพื้นที่ ที่สวยงาม แต่ต้องแลกมาด้วยประโยชน์ใช้สอยที่น้อยลง แต่นั้นไม่ใช้ปัญหา เพราะยังเหลือพื้นที่ให้ใช้งานเหลือเฟือ โดยการแบ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหาร และห้องประชุมขนาดเล็ก

ห้องทางด้านหน้าอาคารถูกจัดวางในลักษณะของผู้บริหาร เพราะยิ่งอยู่ชั้นบนมากเท่าไหร่ ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น จึงทำให้เหมาะสมในการชัดพื้นที่ในส่วนนี้

ส่วนทางด้านในแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นห้องประชุมขนาดเล็กสำหรับพนักงาน อาจเรียกได้ว่าห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามต้องการ จะประชุม, นั่งพักผ่อนดื่มเครื่องดื่ม หรือนั่งอ่านหนังสือ ก็ทำได้หลากหลาย


4th Floor

มาถึงชั้นบนสุด ทางโครงการจัดวางให้เป็นชั้นพักอาศัย โดยเน้นการตกแต่งแบบ Connect Space หรือการเชื่อมโยงพื้นที่การใช้งาน ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนที่1 หน้าด้านอาคารถูกจัดให้เป็นพื้นที่ของ Living Area Bedroom ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ของ Dining  & Pantry  Area ที่เชื่อมต่อกับ Master Bedroom ที่อยู่ด้านในสุดของตัวอาคาร

จะเห็นว่าการแบ่งพื้นที่การใช้งานได้อย่างความลงตัว สามารถใช้งานทุกส่วนได้ในเวลาเดียวกัน ในส่วนของการออกแบบมีลักษณะคล้าย Penthouse ของคอนโดมิเนียม ซึ่งให้ความรู้สึกถึงความโปร่งสบาย และสวยงามหรูหรา

Dining & Pantry Area เชื่อมโยงการใช้งานถึงกันได้สะดวกสบาย เมื่อปรุงอาหารเสร็จสามารถนำอาหารมาเสริฟที่โต๊ะรับประทานอาหารได้เลย ไม่ต้องผ่านพื้นที่อื่นๆให้เสียเวลา โดยที่มีห้องน้ำเป็นตัวคั้นกลางระหว่างพื้นที่ภายในชั้นนี้เอาไว้

ในส่วนของห้องน้ำภายในมีลักษณะแบบ Shower Room ที่มีพื้นที่อาบน้ำอยู่ในตัว สามารถเลือกต่อเติมฉากกั้นเพื่อแบ่งส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ ออกจากส่วนแห้งบริเวณพื้นที่ชำระได้

ทางโครงการแบ่งพื้นที่ของ Living Area ได้อย่างเหมาะสมในการวางโซฟาขนาดกลางแบบเข้ามุมอีกทั้งยังเพิ่มโต๊ะกลางสำหรับการใช้งานอย่างครบครัน นอกจากนั่งพักผ่อนดูโทรทัศน์ได้แล้ว ยัง Take View ด้านหน้าตัวอาคารได้อีกด้วย

อีกหนึ่งห้องทางด้านหน้าอาคารแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก ที่ข้างในไม่เล็กตามชื่อ เนื่องจากสามารถวางเตียง King Size ขนาด 6 ฟุตได้โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน เช่น มุมพักผ่อน หรืออ่านหนังสือ

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ Home office Type A คือห้องนอน Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ที่มีห้องน้ำอยู่ในตัว และนอกจากนั้นยังเปิดพื้นที่ด้วยกระจกใส เพิ่มแสงจากธรรมชาติ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน

ภายในห้องนอนยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความเหมาะสม เช่น การเลือกแบ่งพื้นที่บางส่วนสำหรับทำเป็น Walk-in Closet โดยสร้าง Partition กระจกใส หรือแบ่งเป็นมุมทำงานขนาดเล็กเพื่อความลงตัวในการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

Type B : เป็นอีกหนึ่งประเภท Home Office ที่มีรูปแบบของพื้นที่ใช้สอยหลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามความเหมาะสม หรือเรียกได้ว่าการจัดสรรพื้นที่ภายในไม่ต่างจาก Home Office ประเภท Independent Unit หรือ Type A เลย จะแตกต่างกันที่สิ่งอำนวยความสะดวกของลิฟต์โดยสาร ที่ไม่มีมาให้เท่านั้น

  • 1st Floor > Living Area, Meeting Room, Pantry, Toilet, Living Out-Door
  • 2nd  Floor > Office Zone
  • Mezzanine Floor > Office Zone, Toilet
  • 3rd  Floor > Office Zone, Toilet
  • 4th Floor > Bedroom, Living Area, Pantry, Bathroom

1st Floor

เข้ามาที่ชั้น 1 จะเห็นว่าภายในของตัวอาคารทางด้านหน้ามีการออกแบบในลักษณะ Double Space สูงจากชั้น1 ถึงพื้นชั้น 2 อีกทั้งทางโครงการได้แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น Living Area & Reception และห้อง Meeting Room ขนาด 8-10 ที่นั่งและพื้นที่อีกส่วนที่อยู่ทางด้านในแบ่งเป็นห้องน้ำ และพื้นที่นอกอาคารที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานเป็น Living Area แบบ Semi out-door ได้ง


Mezzanine Floor

บนชั้น Mezzanine Floor ทางโครงการเลือกจัดเป็นพื้นที่ทำงานขนาดเล็ก โดยที่เราสามารถเลือกปรับฟังก์ชั่นได้ตามความต้องการ เช่น เปลี่ยนเป็นมุมอ่านหนังสือโดยการเลือกวางโซฟาสักหนึ่งชิ้นและเพิ่มชั้นวางหนังสือเข้าไป เพียงแค่นี้ก็ทำให้รุปแบบห้องมีมิติใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น


2nd Floor

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเห็นได้ว่าภายในบริเวณนี้ เป็นส่วนของ office ทั้งหมด แบ่งได้ 2 ส่วนหลัก คือตรงกลาง และด้านหน้าอาคาร ในส่วนตรงกลางทางโครงการเลือกจัดสรรพื้นที่ให้เป็นโต๊ะทำงานทั้งหมดจนถึงดานในสุดของอาคาร และสร้าง Partition กั้นเป็น Working Room ของผู้บริหาร

ซึ่งภายในห้องของผู้บริหารนั้นอยู่ทางด้านหน้าอาคาร อีกทั้งยังมีการออกแบบที่เน้นเปิดด้วยกระจกใส ทำให้มีความโปรงและได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ


3rd Floor

ถัดขึ้นมาบนชั้น 3 รูปแบบพื้นที่และการจัดวางแทบจะคล้ายกับชั้น 2 เกือบทุกส่วน โดยเลือกวางห้องทำงานของผู้บริหารไว้ด้านหน้าอาคาร และใช้พื้นที่ตรงกลางเป็น Zone office

แต่ในชั้นนี้จะมีพื้นที่น้อยกว่าชั้น 2 เนื่องจากด้วยการออกแบบในลักษณะ Double Space จากชั้นล่างขึ้นด้านบน ทำให้ได้พื้นที่โปร่งแต่ในขณะเดียวกันก็เสียพื้นที่บางส่วนไปด้วย


4th Floor

ขึ้นมาที่ชั้นบนสุดของอาคาร ภายในชั้นนี้ทางโครงการเลือกจัดสรรให้กลายเป็นพื้นที่พักอาศัย โดยมีลักษณะการออกแบบเหมือน Penthouse ที่เน้นการเชื่อมต่อของพื้นที่ในส่วนต่างๆ เพื่อตอบสนองการใช้งานง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ด้านหน้าอาคารแบ่งเป็นห้องนั่งเล่น กลางอาคารส่วนรับประทานอาหาร และด้านในสุดือห้องนอน

ทางด้านหน้าอาคารเป็นพื้นที่ของ Living Area สามารถวางโซฟาขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ได้ โดยยังมีพื้นที่สัญจรไปมา ได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับบริเวณพื้นที่รับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสม

บริเวณส่วนกลางอาคารถูกจัดเป็นพื้นที่ของ Pantry & Dining Area ในรูปแบบของ L-Shape ที่มีขนาดพอเหมาะในการขยับตัวสำหรับการประกอบอาหาร ใกล้กันยังมีโต๊ะรับประทานอาหาร 4-6 ที่นั่ง ถูกตกแต่งไว้เพื่อเป็นไอเดียในการออกแบบ และบอกระยะความเหมาะสมในการใช้งาน

ในบริเวณเดียวกัน ติดกันเป็นเป็น Bathroom ที่มีการแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจน พร้อมกับมีอุปกรณ์และสุขภัณฑ์มาให้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

เข้ามายังพื้นที่ด้านในสุดของตัวอาคาร ทางโครงการเลือกจัดวางเป็นห้องนอนขนาดกลาง โดยพื้นที่ภายในสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ และเหลือพื้นที่ในการสัญจรได้สะดวก นอกจากนั้นยังเหลือพื้นที่สำหรับเพิ่มฟังก์ชั่นในการใช้งานได้ เช่น ห้องแต่งตัว วางโต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือ มุมนั่งเล่น ก็สามารปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม


 

ภาพรวมของ Home office ภายในโครงการ Nirvana@Work ลาดพร้าว เกษตร-นวมินทร์ จัดได้ว่ามีอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งในเรื่องของความสวยงามฟังก์ชั่นการใช้งานที่  นอกจากนั้นยังมีมาให้เลือกด้วยกันถึง 3 แบบ  แล้วแต่ความเหมาะสมของผู้ใช้งาน

บวกกับโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ที่เพียบพร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตทุกมิติได้อย่างลงตัว


LOCATION

พิกัดโครงการ : 13.8173553,100.638531

โครงการ Nirvana@Work ลาดพร้าวเกษตรนวมินทร์ ตั้งอยู่บนถนนถนนเกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสายหลักอย่าง ถนนประดิษฐ์มนูธรรม และถนนนวมินทร์ นอกจากนั้นยังมีซอยคลองลำเจียกที่สามารถใช้เป็นทางลัดในการเชื่อมต่อกับถนนสายอื่นๆ ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง

นอกจากนั้นยังใกล้กับทางด่วนพิเศษทางฉลองรัช และทางด่วนพิเศษกาญจนาภิเษก ที่จะอำนวยความสะดวกในชั่งโมงเร่งด่วน ในการเข้าออก เมืองได้อย่างรวดเร็ว

บนถนนเส้นนี้ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของศูนย์การค้าทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง จนไปถึงขนาดใหญ่มากมาย นอกจากนั้นยังพิเศษตรงที่ ตลอดเส้นทางจะเป็นไปด้วย Shopping Mall ที่เกี่ยวข้องกับ Furniture อยู่หลายแบรนด์ชั้นนำ เช่น บุญถาวร, CDC  รวมถึงห้างสรรพสินค้าและCommunity Mall อย่าง Central Festival Eastville,  Crystal Park

นอกจากนั้นยังรองรับการใช้ชีวิตอย่างครอบคลุมด้วย โรงเรียน โรงพยาบาล ที่อยู่โดยรอบ โรงเรียนที่ใกล้ที่สุดคือโรงเรียนเลิศหล้า เกษตร-นวมินทร์ ที่อยู่ติดกับตัวโครงการ ช่วยให้พ่อ-แม่ ผู้ปกครองสะดวกในการเดินทางมาทำงานที่โครงการ และแวะส่งลูกลงที่โรงเรียนได้

Community Mall

บุญถาวร – 1.8 กม.

Crystal Park – 3.5 กม.

Central Festival Eastville – 3.7 กม.

CDC – 3.7 กม.

School & Hospital

โรงเรียนเลิศหล้า เกษตร-นวมินทร์ – 100 ม.

รพ.วิภาราม นวมินทร์ 3.0  กม.

We are dentists เกษตร-นวมินทร์  4.3 กม.

TRANSPORTATION

ถนนประเสริฐมนูกิจ (อนาคต รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล+ทางด่วน)

ถนนเกษตรนวมินทร์

ทางพิเศษฉลองรัช

ทางพิเศษกาญจนาภิเษก


Rating

หมายเหตุ : เกณฑ์การให้ Rating หรือการประเมินจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของทรัพย์สินและวัตถุประสงค์ของการประเมิน และได้ยึดแนวปฏิบัติทางสากล เช่น ทำเลที่ตั้ง, ผังเมือง, ขนาดแปลงที่ดิน, ขนาดเนื้อที่ใช้สอยอาคาร, คุณภาพอาคาร โดยอาศัยเทคนิค  Sale Adjustment-Grid Method และ Weighted Quality Score และมีการพิจารณาเลือกใช้วิธีที่ให้เหมาะสมทางการตลาดของอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน