Nirvana @WORK รามอินทรา “โฮมออฟฟิศ สไตล์ Modern Loft ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกตารางเมตร”

0
729

“Property of the week” จะพาทุกคนไปสัมผัสกับ Home Office สไตล์ Loft ที่พร้อมเติมเต็มความ Active ในการทำงาน บนทำเลศักยภาพที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อ ถนนสายหลัก-สายรอง ต่างๆมากมาย อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์จาก Shopping Mall และ Community โดยรอบ ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตตลอด 24 ชม.

และในอนาคตอันใกล้นี้ สวนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) จะตัดผ่านมาที่หน้าโครงการ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ทำให้คุณใช้ชีวิตไปพร้อมกับการทำงานที่รักได้อย่างมีความสุขจาก บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) กับโครงการ “Nirvana @WORK รามอินทรา”


Entrance

 

 ทางเข้าโครงการมีป้ายชื่อโครงการ “Nirvana @WORK รามอินทรา” เด่นชัด ด้วยความที่ตัวโครงการติดถนนใหญ่ ทางโครงการจึงทำถนนทางเข้าไปยัง Home office ด้านในกว้างถึง12ม. เพื่อเว้นระยะพื้นที่ในการสัญจร และลดการแออัดบริเวณทางเข้า ช่วยเพิ่ม Space ในการสัญจรได้อย่างเหมาะสม

และจะเห็นได้ว่ามีป้อมรักษาความปลอดภัยด้านหน้า พร้อมกับไม้กั้นกระดก พร้อมกับ รปภ. รักษาความปลอดภัย รวมไปถึงกล้อง CCTV และป้องกันความปลอดภัยอีกขั้นด้วยระบบ Key Card Access เข้า-ออก ภายในโครงการ


Exterior Design

 

รูปแบบตัวอาคารภายนอกมีความโดดเด่น และทันสมัยในสไตล์ Modern Loft ด้วยลักษณะการออกแบบโดยการใช้ Façade เพื่อเพิ่มลูกเล่น และสร้างจังหวะความเคลื่อนไหวให้ตัวอาคารมีความสอดคล้องกับ โครงการที่มีรูปแบบเป็น Home office ช่วยกระตุ้นให้เกิดการ Active ในการทำงาน

ในส่วนของการจัดวางตัวอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภท Type A-B มีพื้นที่จอดรถมากถึง 64 ช่องและพื้นที่ส่วนกลางรวมแล้วรองรับรถยนต์ได้มากถึง197คัน โดยที่ยังเหลือพื้นที่ในการสัญจรได้อย่างสะดวก


2 Types

“พื้นที่สร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่”

โครงการ “Nirvana @WORK รามอินทรา” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของผู้ประกอบการรุ่นใหม่  ที่กำลังมองหา office ที่ตั้งอยู่ทำเลที่เหมาะสมในการเดินทางเข้า-ออก เมือง ในการติดต่อประสานงานกับลูกค้าได้สะดวกรวดเร็ว รวมถึงเพื่อรองรับการเดินทาง และการใช้ชีวิตของพนักงาน เป็นการช่วยลดการเดินทาง และการกระจุกตัวอยู่แต่ภายในเมือง

โดยรูปแบบของ Home office จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 ประเภท ในแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างในเรื่องของพื้นที่และประโยชน์ใช้สอย

 Type A

หน้ากว้าง 8 เมตร

452 ตร.ม.

2 ห้องนอน

5 ห้องน้ำ

3 ที่จอดรถ

Type B

หน้ากว้าง 6 เมตร

ขนาด 363 ตร.ม.

1 ห้องนอน

4 ห้องน้ำ

2 ที่จอดรถ


TYPE A


 

Lay-Out Plan : การจัดวางแผนผังภายในอาคาร มีการคำนวณระยะพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม โดยที่ภายในอาคาร Type นี้จะมีชั้นลอยเป็นส่วนเสริม ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมกับ Lift โดยสารจากชั้น 1 ถึงชั้น 4

  • 1st Floor > Reception , Living Area, Toilet, Lift
  • Mezzanine Floor > Living Area, Lift
  • 2nd  Floor  > Office Zone, Toilet, Lift
  • 3rd  Floor > Office Zone, Toilet, Lift
  • 4th Floor > Bedroom, Living Area, Pantry, Bathroom, Lift

 

Exterior – Architecture

“Modern Loft”

 

ภายนอกอาคารมีการออกแบบตกแต่งในสไตล์ Modern Loft ช่วยสร้างความทันสมัย เหมาะสมกับรูปแบบของ Home office ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่


1st Floor


เข้ามาภายในชั้น 1 จะเห็นว่าทางโครงการมีการออกแบบตกแต่ง ในลักษณะของการเปิด Space โดยใช้ขั้นบันไดแบบเต็ม Floor  เชื่อมจนถึงชั้นลอยทางด้านบน ซึ่งพื้นที่จริงจะเป็นบันไดพร้อมราวกัน

ในส่วนใกล้เคียงกันบริเวณด้านขวามือ ถูกจัดวางไว้เป็น Meeting Room ขนาด 8-10 ที่นั่ง เพื่อเป็นไอเดียการตกแต่ง รวมถึงการบอกระยะความกว้างเพื่อประโยชน์ใช้สอย รวมถึงห้องน้ำจะอยู่ทางด้านในสุดฝั่งซ้ายมือ และลิฟต์โดยสารอยู่ฝั่งขวา เป็นการแยกการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน

ขึ้นมาบนชั้นลอย ภายในชั้นนี้จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Living Area หรือจัดเป็นมุมอ่านหนังสือ หรือห้องทำงานขนาดเล็ก

ในส่วนการตกแต่งที่ทางโครงการทำไว้ให้เป็นไอเดียนั้น พื้นที่ทางด้านหน้าจากเดิมจะเป็นพื้นที่โล่งในลักษณะ Double Space จากชั้น 1 มีเพียงราวกั้นเท่านั้น ทางโครงการได้เพิ่ม Function Space โดยการเสริมพื้นเพื่อสร้างเป็นห้องประชุม และพื้นที่ด้านในถูกจัดในรูปแบบของพื้นที่พักผ่อนในลักษณะ Privet Zone


2nd Floor


 

บนชั้น 2 นี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของโครงการเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก มีการเปิดพื้นที่ในรูปแบบ Double Volume Space จากพื้นที่ชั้น 2 ถึงเพดานชั้น 3 จึงทำให้พื้นที่ภายในโปร่ง ลดความอึดอัดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถออกแบบจัดวางพื้นที่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Living Area,  Relax Space สำหรับพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ

ในชั้นนี้เองทางโครงการเลือกจัดวาง  Meeting Room –Working  Roomไว้ที่ด้านหน้าของตัวอาคาร เพื่อสร้างความ Activeในการทำงาน เนื่องจากพื้นที่ด้านหน้ามีหน้าต่างและช่องแสงที่มากกว่า โดยเลือกจัดมุมทำงานไว้ทางด้านในสุด เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว เป็นการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ คำนึงถึงความเหมาะสม และประโยชน์ใช้สอยของผู้ใช้งานเป็นหลัก

โดยการจัดวางตำแหน่งของห้องน้ำในชั้นนี้อยู่ทางด้านขวามือติดกับลิฟต์โดยสาร


3rd Floor


 

รูปแบบการจัดวางพื้นที่ใช้งานบริเวณชั้น 3 คล้ายกับชั้น 2 โดยเลือกจัดมุมทางด้านหน้าอาคารเป็นห้องทำงาน แต่แตกต่างกันที่ชั้นนี้จะเป็นห้องทำงานในระดับผู้บริหารหรือเจ้าของออฟฟิศ  เนื่องจากยิ่งขึ้นมาด้านบนความเป็นส่วนตัวก็จะเพิ่มมากขึ้น และด้วยการออกแบบในลักษณะ Double Volume Space จึงทำให้เกิดช่อง Void บริเวณด้านบน สามารถมองเห็นพื้นที่ชั้น 2 ได้ นอกจากช่วยให้พื้นที่โปร่งแล้ว ยังเป็นการเชื่อม Space ระหว่างชั้นเข้าไว้ด้วยกัน

ส่วนด้านในอาคาร ทางโครงการตกแต่งเป็นห้องประชุมขนาดเล็ก ซึ่งสามารถเลือกปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามต้องการ บริเวณห้องน้ำและลิฟต์โดยสารจะอยู่ทางฝั่งขวามือ วางตำแหน่งเดียวกันกับชั้น 2


4th Floor


 

ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของตัวอาคาร บริเวณชั้น 4 แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ทางด้านหน้าอาคารถูกจัดเป็น Living Area และห้องนอนเล็ก ส่วนบริเวณ Common Area ตรงกลาง ถูกจัดสรรเป็น Pantry & Dining Area, Toilet ในส่วนสุดท้ายจะเป็น Master Bedroom ที่จะอยู่ด้านในสุดของตัวอาคาร เพื่อความเป็นส่วนตัว

ในส่วนของ Common Area จะมีการเชื่อมต่อถึงกันโดยไม่มีประตูกั้น ระหว่าง Pantry & Dining Area และห้องน้ำส่วนกลาง จึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างกว้าง มีระยะทางเดินไป-มา สะดวก

Master Bedroom อยู่ด้านในสุดของอาคาร มีขนาดกว้างขวาง และมีหน้าต่างถึง 4 บาน ช่วยเพิ่มความสว่างจากธรรมชาติช่วยให้ห้องโปร่ง สามารถเลือกวางเตียงขนาด King Size ได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับการใช้งานส่วนอื่น เช่น เลือกจัดมุมสำหรับ Walk-in Closet หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนให้กลายเป็นมุมทำงาน มุมอ่านหนังสือ

อีกทั้งภายในห้องนี้ยังมีห้องน้ำอยู่ในตัว เพื่อแบ่งแยกการใช้งาน เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ถัดมาที่ห้องนอนเล็กทางด้านหน้าอาคาร มีขนาดกว้างพอเหมาะ สำหรับวางเตียงนอนขนาดมาตรฐานได้ โดยยังมีพื้นที่สำหรับจัดวางโซฟาในรูปแบบต่างๆ เป็นมุม Living Room ขนาดเล็ก และที่สำคัญภายในห้องนี้เลือกใช้หน้าต่างกระจกเต็มบาน ช่วยลดความอึดอัด รวมถึงเรื่องการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี

ติดกับห้องนอนเล็กทางด้านหน้าอาคาร ทางโครงการจัดวางเป็นมุมของ Living Area ที่เชื่อมต่อกับ Common Area บริเวณกลางอาคาร เป็นการเชื่อมต่อพื้นที่ได้อย่างลงตัว ในกรณีต้องการรับประทานอาหารพร้อมกับดูโทรทัศน์ ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ โดยการเปลี่ยนโต๊ะกลางให้มีขนาดพอเหมาะสำหรับวางอาหาร เพียงเท่านี้ก็เป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

ตำแหน่งลิฟต์ถูกจัดวางอยู่ด้านในสุดของอาคารทางฝั่งขวามือเชื่อมต่อตั้งแต่ชั้น 1 จนถึง ชั้น 4


 

Home Office Type A มีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบพื้นที่ ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ เช่น บริเวณชั้น 2 ที่เปิดเป็น Open Void จนถึงชั้น 3 เป็นการเชื่อม Space เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีการแบ่งสัดส่วนประโยชน์ใช้สอย ของชั้น 4 ซึ่งเป็นส่วนพื้นที่พักอาศัยได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังมาพร้อมลิฟต์โดยสารที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

* ภาพประกอบเนื้อหาทั้งหมด ถ่ายจาก Home Office ตัวอย่างของโครงการที่มีการออกแบบ-ตกแต่ง ไว้เพื่อเป็นไอเดีย ในพื้นที่จริงจะเป็นพื้นที่เปล่า รวมถึงสเปกวัสดุบางส่วนที่แตกต่างกันออกไป

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Nirvana@Work รามอินทรา


TYPE B


Lay-Out Plan : การจัดวางแผนผังภายในอาคารของ Type B เน้นความเรียบง่ายในการเชื่อมต่อพื้นที่ เนื่องจากการออกแบบไม่มีการใช้ Double Space เหมือน Type A จึงทำให้ในแต่ละชั้นถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น

  • 1st Floor   > Living Area, Office Zone, Pantry, Toilet, Living Out-Door
  • Mezzanine Floor > Office Zone
  • 2nd Floor > Office Zone, Toilet
  • 3rd Floor > Office Zone, Toilet
  • 4th Floor > Bedroom, Living Area, Pantry, Bathroom  

1st Floor


ชั้น 1 ทางโครงการแบ่งพื้นที่ด้านหน้าอาคารเป็นจุดประชาสัมพันธ์ พื้นที่พักผ่อน และห้องประชุมขนาดกลาง เน้นการเชื่อมโยงพื้นที่โดยการสร้าง Partition วัสดุกระจกใสเพื่อให้มีการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่

ด้านหลังอาคาร ทางโครงการเลือกออกแบบเป็นมุมสำหรับปรุงอาหารหรือ Pantry Area ที่สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นด้านนอกอาคารได้ ในส่วนของห้องน้ำจะถูกจัดวางตำแหน่งไว้ทางด้านซ้ายสุดตรงข้ามกับพื้นที่ปรุงอาหาร


Mezzanine Floor



2nd Floor


บนชั้นลอย จะเห็นได้ว่าบริเวณนี้มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ไม่คับแคบจนเกินไป โดยเปิด Space ด้วยหน้าต่างบานกระจกใส ทำให้ได้รับแสงจากภายนอก เพิ่มความโปร่งและสามารถจัดวางเป็นมุมทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือใช้เป็นมุมพักผ่อนขนาดเล็กและขนาดกลาง

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะพบกับพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือด้านหน้าแบ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหาร ส่วนตรงกลางและด้านหลังของตัวอาคารถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ของ Zone Office ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำทางฝั่งขวาด้านในสุด และเมื่อสังเกตขึ้นไปบนเพดานจะเห็นช่อง Void เชื่อมต่อเข้ากับชั้น 3 ถือเป็นการสร้างลูกเล่นให้กับ Space ภายใน

ส่วนห้องทำงานของผู้บริหารอยู่ทางด้านหน้าอาคาร เนื่องจากความโปร่งจากการใช้กระจกแบบเต็มบาน และยังสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในชั้น 2 ได้ทุกส่วน


3rd Floor


บริเวณชั้น 3 มีพื้นที่และการจัดวางเหมือนกับชั้น 2 ทุกประการ โดยเลือกวางห้องทำงานของผู้บริหารไว้ด้านหน้าอาคาร ส่วนตรงกลางและด้านหลังเป็น Zone Office รวมถึงห้องน้ำด้านในสุดของอาคาร แตกต่างกันที่ Space บนชั้นนี้จะมีพื้นที่น้อยกว่า เนื่องจากมีการแบ่งช่อง Void จากชั้น 2 ขึ้นมา แต่ยังมีสัดส่วนการใช้งานที่เหมาะสม

สำหรับห้องทำงานของผู้บริหารทางด้านหน้าอาคาร ทางโครงการเลือกตกแต่งแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เห็นระยะจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ที่ยังเหลือพื้นที่สำหรับประโยชน์ใช้สอยในส่วนอื่นได้อย่างสะดวกสบาย


4th Floor


ชั้นบนสุดของอาคาร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ทางด้านหน้าอาคารเป็นส่วนของ Living Area พื้นที่ตรงกลางแบ่งเป็น Common Zone ประกอบไปด้วย Pantry & Dining Area และทางด้านในสุดของตัวอาคาร ถูกจัดสรรเป็นห้อง Master Bedroom

ภายในห้อง Master Bedroom มีขนาดกว้างพอที่จะแบ่งสัดส่วนในการสร้างพื้นที่สำหรับประโยชน์ใช้สอยในส่วนอื่น เช่น มุมทำงาน มุมแต่งตัว ถึงแม้ว่าจะไม่มีห้องน้ำในห้อง เหมือนกับ Type A แต่สามารถเปิดประตู้เข้าห้องน้ำจากภายในห้องนอนได้เลย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี

Common Zone บริเวณกลางอาคารแบ่งเป็น Pantry & Dining Area ที่เชื่อมต่อกับ Bathroom ส่วนของห้องน้ำบนชั้นนี้จะมีเพียง 1 ห้องเท่านั้น แต่สามารถใช้งานจากด้านนอกและด้านในของห้องนอนได้ ซึ่งตำแหน่งจะถูกจัดวางไว้ที่มุมด้านขวาสุดของตัวอาคารเหมือนกับชั้น 2 และชั้น 3


Home Office Type B สัดส่วนของพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 1 ถึง ชั้น 4 มีการวางรูปแบบคล้ายกัน จะแตกต่างบริเวณชั้นลอย กับชั้น 4 ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 มีการเปิด Void บนเพดาน เพื่อเพิ่มลูกเล่นในกับพื้นที่และยังเป็นการเชื่อมต่อ Space ถึงกัน ในส่วนของ Type B จะไม่มีลิฟต์โดยสาร

* ภาพประกอบเนื้อหาทั้งหมด ถ่ายจาก Home Office ตัวอย่างของโครงการที่มีการออกแบบ-ตกแต่ง ไว้เพื่อเป็นไอเดีย ในพื้นที่จริงจะเป็นพื้นที่เปล่า รวมถึงสเปกวัสดุบางส่วนที่แตกต่างกันออกไป

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Nirvana@Work รามอินทรา


LOCATION


 

พิกัดโครงการ : 13.869192, 100.607821

โครงการ Nirvana@Work รามอินทรา ติดถนนใหญ่ ระหว่างซอยรามอินทรา 7 และ ซอยรามอินทรา 9 หรือสังเกตง่ายๆ โครงการห่างจากเซ็นทรัล รามอินทรามาประมาณ 750 เมตร ทางสัญจรหลักเป็นถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลัก ที่สามารถเชื่อมต่อถนนได้หลากหลาย เช่น ถนนรามอินทราเชื่อมต่อถนนพหลโยธินเข้าสู่เมือง หรือจะเป็นถนนรามอิทรามุ่งตรงเข้าสู่ถนนวิภาวดีเพื่อขึ้นทางยกระดับ ก็สามารถใช้เส้นทางเหล่านี้ในการสัญจรได้อย่างสะดวกสบาย

ข้อดี : ในอนาคตอันใกล้กำลังมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ซึ่งเป็นสถานีที่สามารถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เช่น สถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (รัชโยธิน-คูคต) หรือจะเป็นสถานีสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) อีกทั้งโดยรอบยังแวดล้อมไปด้วย Shopping Mall ที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตได้ทุกรูปแบบ

Shopping Mall >> โดยรอบโครงการแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่มากมาย ใกล้ที่สุดคือเซ็นทรัล รามอินทรา ห่างเพียง 750 เมตร อีกทั้งยังมีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงร้านอาหารตามสองฝั่งข้างทาง

Community Mall >> นอกจากห้างสรรพสินค้าแล้ว ยังรองรับการใช้ชีวิตง่ายๆ ด้วยตลาดยิ่งเจริญ หรือตลาดนัดคลองถม 2  รวมถึง Community Lifestyle อย่างตลาดนัดจตุจักร ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีก็สามารถเดินทางไปยังที่หมายได้

Relax Space >> นอกจากการทำงานแล้ว ยังต้องดูแลรักษาสุขภาพให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โดยรอบโครงการมีสวนสาธารณะให้เลือกใช้งานได้หลากหลายที่ ห่างจากโครงการไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

 Hospital >> และรองรับการใช้ชีวิตด้วยโรงพยาบาลโดยรอบ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการ Nirvana @ Work รามอินทรา จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่สามารถตอบโจทย์คนทำงานในยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม

Community Mall

เซ็นทรัล รามอินทรา –  750  ม.

โลตัส หลักสี่ – 2.3  กม.

บิ๊กซี สะพานใหม่ – 3.4  กม.

ตลาดยิ่งเจริญ – 5.4  กม.

Foodland รามอินทรา – 6.5  กม.

เมเจอร์ รัชโยธิน – 10.7  กม.

แฟชั่นไอซ์แลนด์ – 13.1  กม.

เซ็นทรัล ลาดพร้าว – 14.9  กม.

ตลาดนัดจตุจักร – 17.5  กม.

Relax Space

สวนกีฬารามอินทรา – 2.6  กม.

สวนสุขภาพ ราบ 11 – 4.5  กม.

สวนสุขภาพ กองทัพอากาศ – 4.8  กม.

สวนจตุจักร – 16.4  กม.

Hospital

โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล – 3.3  กม.

โรงพยาบาลสินแพทย์ – 10.3  กม.

โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี – 13.3  กม.

TRANSPORTATION

ถนนพหลโยธิน

ทางยกระดับอุตราภิมุข

ทางพิเศษศรีรัช

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หมอชิต)

รถไฟฟ้าสายชมพู (มีนบุรี-อนาคต)

รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สะพานใหม่-อนาคต)


PROJECT SUMMARY


 

PROJECT Nirvana @WORK รามอินทรา

บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน)

LOCATION

ถนน รามอินทรา แขวง อนุสาวรีย์ เขต บางเขน กรุงเทพมหานคร

FEATURE

Home Office 4.5 ชั้น

PARKING

197 คัน

PRICE

เริ่มต้น 13.99 – 20 ล้านบาท

 CONTACT

www.nirvana-group.com

Tel : 1787


PROJECT RATING


 

หมายเหตุ : เกณฑ์การให้ Rating หรือการประเมินจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของทรัพย์สินและวัตถุประสงค์ของการประเมิน และได้ยึดแนวปฏิบัติทางสากล เช่น ทำเลที่ตั้ง, ผังเมือง, ขนาดแปลงที่ดิน, ขนาดเนื้อที่ใช้สอยอาคาร, คุณภาพอาคาร โดยอาศัยเทคนิค  Sale Adjustment-Grid Method และ Weighted Quality Score และมีการพิจารณาเลือกใช้วิธีที่ให้เหมาะสมทางการตลาดของอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน