Nature Context การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุด

0

เปลี่ยนภาพความแออัดในเมืองใหญ่ที่เราเห็นจนชินตา จินตนาการถึงความสุขที่ผลิบานในทุกเช้าที่ลืมตาตื่น กับภาพของทิวเขาสลับซับซ้อน ยินเสียงสายน้ำไหลรินแห่งลำธาร มีพื้นที่อันเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวสูงตระหง่านให้ร่มเงา พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์กันจนฉ่ำปอด  ทั้งหมดที่ผู้เขียนกำลังกล่าวถึงอยู่นี้ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว บ้านที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดสีเขียวของธรรมชาติ แวดล้อมไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัว ยังมีสัตว์เลี้ยงเข้ามาเติมเต็มให้บริบทโดยรอบสมบูรณ์ขึ้นอย่างที่ใครๆ ต่างก็ปรารถนา

เช้าวันที่แดดทอแสงสดใส ทีมงานมีนัดกับเจ้าของบ้านหนุ่มใหญ่ คุณพิเสฐ จึงแย้มปิ่น Executive Chairman บริษัทปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เสียงทักทายดังขึ้นอย่างเป็นกันเอง พร้อมการต้อนรับที่แสนอบอุ่น ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติกับพวกเราอย่างยิ่งที่ได้มาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้ เมื่อทำความรู้จักกันเป็นที่เรียบร้อยเจ้าของบ้านก็ได้พาทีมงานเดินชมทุกซอกทุกมุม พร้อมเล่าถึงจุดเริ่มต้นของบ้านให้เราฟังด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มว่า

“ผมอยากมีบ้านพักตากอากาศสักหลังที่ไม่ต้องเดินทางไกลนัก ซึ่งตัวผมก็มีโอกาสมาเยือนเขาใหญ่หลายครั้งหลายหน ก็เลยมีความคิดว่าที่นี่น่าจะเหมาะสมที่สุด จากนั้นก็ได้มาสำรวจพื้นที่จนมาเจอที่ดินผืนนี้ผมเห็นแล้วก็ชอบ บรรยากาศแวดล้อมถูกใจเนื่องจากติดลำตะคอง ด้านหลังมองเห็นภูเขา พื้นที่กว่า 9 ไร่ ที่มีต้นยางสูงใหญ่กว่าสิบต้น ทั้งสวยและค่อนข้างหายากเพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านจะตัดทิ้ง ผมจึงตัดสินใจซื้อเพื่อนำมาพัฒนา และได้ร่วมกันวางแผนกับคุณสุทธิศักดิ์ สุทธิสวาท สถาปนิกและผู้ก่อตั้งบริษัท Contour โดยได้คุณจงพิศ บุญนาค จากบริษัทสตูดิโอ 54 มาช่วยตกแต่งภายในให้ จนทำให้ได้บ้านที่ตรงใจผมและครอบครัวมากที่สุด”

ด้วยโจทย์ของเจ้าของบ้านที่ให้แก่สถาปนิก คืออยากได้บ้านที่มีความเป็นส่วนตัวพอสมควร เพราะฉะนั้นที่ดินดังกล่าวจึงปลูกสร้างบ้านพักทั้งหมด 3 หลัง ทุกหลังมีการเล่นระดับและมุมมองที่แตกต่างกัน บางมุมเห็นคุ้งน้ำที่ไหลเข้ามา โดยตั้งใจใช้ประโยชน์จากบริบทของธรรมชาติให้สูงสุด และด้วยความที่คุณพิเสฐ ชื่นชอบต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ผู้ออกแบบจึงปรับตำแหน่งของส่วนหลังคาบ้านให้เว้าและโค้งไปตามแนวต้นไม้เดิมที่มีอยู่โดยเลี่ยงที่จะตัดทิ้ง

บ้านหลังแรกตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าเป็นส่วน Public ไว้สำหรับต้อนรับเพื่อนๆ และแขก มาสนุกเฮฮา โครงสร้างภายนอกมีรูปทรงเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มีสีสันดูสนุกสนานด้วยสีเหลืองมัสตาร์ด และผนังที่เติมแต่งด้วยโครงไม้จากเรือเอี้ยมจุ๊น ที่ถูกนำมาเรียงติดกันจนกลายเป็นงานอาร์ตที่น่าสนใจ

ขณะที่ภายในถูกจัดสรรให้เป็นครัวขนาดกะทัดรัดสไตล์อเมริกันคันทรี ถัดไปเป็นส่วนรับแขกที่เชื่อมกับส่วนรับประทานอาหารดูมีเสน่ห์ด้วยฝ้าฉลุลวดลายอาราเบียน โดยเฟอร์นิเจอร์ต่างสไตล์ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กันได้อย่างลงตัว ดูโปร่งด้วยผนังกรุด้วยกระจกใสทรงสูงรอบตัวอาคาร เชื่อมบรรยากาศภายในสู่ภายนอกให้สามารถเทควิวของลำตะคองได้อย่างชัดเจน ออกสู่ด้านนอกที่ออกแบบให้มีระเบียงขนาดใหญ่เพื่อรับแขก และตั้งโต๊ะรับประทานอาหารหรือปาร์ตี้ในยามเย็นกับครอบครัว ก็สร้างความอภิรมย์ได้เป็นอย่างดี

ถัดมาเป็นบ้านไม้สองชั้นปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่จนดูร่มครึ้ม บันไดโขดหินเตี้ยๆ พาเข้าสู่ตัวบ้าน โดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมเรือนไทยอีสานยกใต้ถุนสูง ซึ่งเป็นอาคารส่วนตัวของคุณพิเสฐ ไว้สำหรับพักผ่อน ต้อนรับกันด้วยบ่อปลาคาร์ปขนาดย่อม ชั้นแรกถูกจัดสรรให้เป็นห้องรับแขก และยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนสำหรับรองรับแขก มาพร้อมกับชานที่กว้างขวาง

ขึ้นสู่ชั้นสองด้วยบันไดไม้เก่าจากโครงสร้างเรือเอี้ยมจุ๊น ที่ยังคงเสน่ห์ของเนื้อไม้ได้อย่างน่าสนใจ ชั้นนี้จัดสรรให้เป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านที่สวยงามในสไตล์โบฮีเมียน ด้วยลวดลายของผืนผ้า และพรมในแบบพื้นเมือง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ให้อารมณ์แอนทีค ผสานไปกับโคมไฟที่ให้แสงสลัวสร้างความรู้สึกอบอุ่นและมีดูมนตร์ขลังยิ่งนัก

บริเวณเยื้องกันนั้น เป็นบ้านของลูกชายคุณพิเสฐ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Tree House หรือเรียกกันเล่นๆ ว่า บ้านทาร์ซาน เป็นที่สุดของ Escape Bangkok สำหรับปลีกวิเวก มีบันไดยกขึ้น เหมือนหนีไปเลยจริงๆ โดดเด่นด้วยลักษณะอาคารแบบเรือนไทยอีสานยกใต้ถุนสูง หลังคาทรงจั่วเตี้ยฐานกว้าง มีชานพักด้านข้าง และที่น่าสนใจคือเสาบ้านที่ออกแบบเป็นแท่งเหล็กเอียงสลับไปมา ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นยางขนาดใหญ่ บนเนินหญ้าที่ถูกปรับพื้นที่ให้สูงขึ้น

อีกทั้งยังมีการติดตั้งบันไดแบบไฮโดรลิก ซึ่งสามารถเก็บซ่อนได้ ให้ความรู้สึกคล้ายบ้านทาซานได้เป็นอย่างดี ขึ้นสู่บนบ้านนั้นถูกจัดสรรเป็นห้องนอนที่มาพร้อมชานกว้างสำหรับนั่งเล่นรับลมในมุมสูง ภายในตกแต่งในรูปแบบมิกซ์แอนแมทช์ด้วยเฟอร์นิเจอร์จากหลากหลายที่มา ขณะที่เพดานเปลือยฝ้าเผยให้เห็นโครงสร้างของหลังคา ส่วนผนังกรุด้วยไม้ไผ่สานสะท้อนอัตลักษณ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นได้ดียิ่ง ซึ่งล้วนเผยให้เห็นความงามในแบบที่เจ้าของบ้านชื่นชอบทั้งสิ้น

“นอกจากบ้านจะให้ความสุข และความสบายใจแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมสร้างที่นี่ขึ้นเพื่ออยากแบ่งปัน เพราะฉะนั้นภายในบ้านจะเห็นว่ามีมุมนั่งเล่นเยอะมาก เพื่อนมาเต็มบ้านยังไงก็มีพื้นที่รองรับ มันเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เราสุขใจ มีบ้านแล้วมีเพื่อนมาเยี่ยมเยือน และอีกหนึ่งหัวใจสำคัญนอกเหนือจากคาเรกเตอร์ของบ้านที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาแล้ว ทั้งความสดชื่นของต้นไม้ที่มีอยู่มากมาย ยังมีสัตว์เลี้ยงที่เข้ามาประกอบทำให้การอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบขึ้นด้วย” คุณพิเสฐ กล่าวทิ้งท้ายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายเริ่มทอดตัวต่ำลง

เนื่องจากคุณพิเสฐเป็นที่ชื่นชอบเดินทาง ฉะนั้นสถาปนิกผู้ออกแบบจึงดีไซน์สถานที่นี้ให้เป็นเหมือน ‘การเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด’ ตัวบ้านเลยเหมือนไม่มีสไตล์แบบพวก Tuscany แบบที่เขาใหญ่นิยมกัน คอนเซ็ปต์จึงเป็นแบบไหลไปตามชีวิตที่คุณพิเสฐเดินทางมา เพื่อเตือนถึงเส้นทาง ความทรงจำ สิ่งของต่างๆ ที่นี่จึงเป็นบ้านที่มีรายละเอียด เป็น Slow Place ให้เจ้าของบ้านใช้ชีวิตอย่างมีความสุข