บ้านทรงเรขาคณิตสัดส่วนเรียบง่าย ที่ปรับตัวให้สามารถอยู่ในเมืองร้อนได้อย่างเหมาะสม

0
5596

หลายครั้งที่สภาวะแวดล้อมกลายเป็นข้อจำกัดในการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย แต่งานสถาปัตยกรรมที่ดี เป็นภาพสะท้อนว่าเรามีทักษะการปรับตัวต่อข้อจำกัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิอากาศ หรือขนาดพื้นที่ได้ โดยที่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่สวยงาม

บ้านโมเดิร์นแต่มีหลังคาทรงจั่ว ของคุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก ผู้เป็นทั้งเจ้าของ และสถาปนิกของบ้านหลังนี้ ได้สร้างมาในสไตล์ Modern Tropical อิงแนวคิดของสถาปัตยกรรมเขตร้อนที่ออกแบบมาให้เหมาะสม แก่การอยู่อาศัยในสภาพอากาศร้อนชื้น ด้วยการเปิดสเปซให้โล่งและโปร่ง เลือกใช้ประตูกระจก ให้สูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในขอบเขตที่เหมาะสมที่ความสูง 2.8 เมตร เพื่อต้องการให้บ้านดูโปร่ง และเอื้อให้ลมสามารถหมุนเวียนเพื่อระบายความร้อนได้สะดวก

ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่เป็นทรงเรขาคณิต ลดทอนโครงสร้างที่ฟุ่มเฟือยตามแบบ Modern Art แฝงความดิบ เท่ เปลือยพื้นผิวแบบ Loft เพื่อคุม Mood and Tone ของความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติที่อบอุ่น สะอาดตา อย่างโทนสีเอิร์ธโทน สีน้ำตาลเฉดอ่อน ครีม เบจ และเทา

“ ชอบความเรียบง่าย ของบ้านสไตล์โมเดิร์น แต่ด้วยทรงกล่อง และหลังคาแฟลตของบ้านสไตล์นี้ อาจจะไม่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราสักเท่าไร เลยออกแบบบ้านให้ค่อนไปทาง โมเดิร์น ทรอปิคอล มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์บางอย่าง เช่น ดีไซน์ให้หลังคามีความสโลป เพื่อให้ไอร้อนลอยตัวขึ้นด้านบน และระบายออกได้ดีขึ้น แต่เราอยากได้ความเรียบของจั่ว เลยหล่อเป็นคอนกรีตทั้งก้อนเลย เพราะเราอยากได้สเปซข้างในที่เป็นลอว์คอนกรีต ”

โจทย์อีกหนึ่งข้อที่ท้าทายทักษะการออกแบบของคุณเอก คือบ้านหลังนี้เป็นที่ดินรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ ที่มีพื้นที่เพียง 49 ตารางวา เพื่อใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณเอกจึงเลือกออกแบบบ้านเต็มพื้นที่ แต่มีการดีไซน์ให้บ้านดูกว้างขึ้นด้วยการเว้นสเปซใจกลางบ้านฝั่งทิศใต้ให้เปิดโล่ง เป็นสวน และปลูกไม้ยืนต้นความสูงเกือบจรดหลังคา

แปลนบ้านจึงออกมาในลักษณะทรงตัว U ที่กำลังโอบล้อมต้นไม้ต้นนี้ไว้ ทำให้เกือบทุกพื้นที่ภายในบ้านสามารถ take view จากพื้นที่สวนใจกลางบ้านได้หมด ซึ่งเป็นความตั้งใจของคุณเอกที่พยายามย่อยสเปซให้ทุกส่วนได้สัมผัสอากาศ แสงธรรมชาติ  และพื้นที่สีเขียว เพื่อผสานตัวบ้านกับงานภูมิสถาปัตยกรรมให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว

“ ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงกลางคือต้นมั่งมี เป็นต้นไม้ที่ผมตามหามานาน และได้ไปดูมาหลายที่ สุดท้ายก็ได้ต้นนี้มา เพราะชอบฟอร์มของเขา โดยนำมาปลูกไว้ก่อนที่บ้านจะสร้างเสร็จเสียอีก เขาเลยเป็นเหมือนสมาชิกอีกคนในครอบครัว ”

กำแพงบริเวณโถงบันไดเป็นพื้นที่กึ่ง Outdoor ทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างอาคารสองฟากระหว่างต้นมั่งมีเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้สาเหตุที่คุณเอกเลือกใช้ปูนเปลือยสร้างผนังความสูงราว 7 เมตร ก็เพราะสามารถทนแดดทนฝนได้ ให้ความเป็นธรรมชาติ โดยไร้การปรุงแต่ง สอดรับกับโครงบันไดสีเทาอ่อน ที่ท๊อปขั้นบันไดอีกครั้งด้วยไม้สักสีน้ำตาลได้อย่างลงตัว

ด้วยเรื่องข้อจำกัดของพื้นที่ Green Wall จึงถูกนำมาใช้ในการประดับผิวอาคาร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน แต่พืชในกระถางแนวตั้งเหล่านี้ ยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดด และมลพิษจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกด้วย

“อย่างที่บอกว่าเราไม่มีสเปซมากพอตรงสนามหญ้า เลยออกแบบให้รั้วเป็นกระถางต้นไม้แนวตั้งไปในตัว ซึ่งกระถางต้นไม้พวกนี้ผมใช้ปลูกต้นไม้บนผิวอาคาร เนื่องจากสวนแนวตั้งสามารถในการช่วยกรองแสงแดด จึงช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย ”

ความที่เป็นสถาปนิก ความสมบูรณ์แบบ คือสิ่งที่คุณเอกถือเป็นหัวใจสำคัญในบ้านทุกหลังที่เขาออกแบบให้ลูกค้าอยู่เสมอๆ ด้วยทราบดีว่าความงามที่ไร้ที่ติ คือสิ่งที่ใครหลายๆคนปรารถนา แตกต่างจากครั้งนี้ที่เขาออกแบบให้ตัวเอง จึงเลือกที่จะอนุญาตให้เกิดตำหนิเล็กๆน้อยๆ เปลือยลวดลายที่แท้จริงของสัจจะวัสดุ ในงานออกแบบ ด้วยเชื่อว่า บางครั้งในความไม่สมบูรณ์แบบ มีความงามที่แตกต่างซ่อนอยู่เสมอ

“ เวลาออกแบบบ้านลูกค้าต้องทำให้เนี้ยบ และสมบูรณ์แบบที่สุด แต่บ้านเรามันไม่เนี้ยบนะ เพราะผมคิดว่าของมันต้องมีตำหนิบ้าง อย่างคอนกรีตบางจุดที่มันแตก เราก็ปล่อย เพราะมองว่ามันเป็นเสน่ห์ของงานที่ใช้มือทำ สไตล์งานแฮนด์เมดที่จะมีความดิบเห็นผิวแทรกเข้าไปบ้าง แต่ทั้งนี้ถ้าใส่เยอะก็ดูสกปรก จึงต้องจัดสรรให้ลงตัว ”