Happiness is home เป็นทั้งบ้าน เป็นทั้งโฮมออฟฟิศในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก

0
174
ที่ที่เป็นก้าวแรกก่อนออกไปใช้ชีวิต และเป็นที่สุดท้ายก่อนหลับใหลเราต่างเรียกที่แห่งนั้นว่า “บ้าน” เช่นเดียวกับคุณบอส-บดินทร์ เสนะวงศ์ แห่งThe tree centuryที่ได้นำความรัก ความตั้งใจ และความฝันมาหลอมรวมให้เกิดเป็นโฮมออฟฟิศได้อย่างตั้งใจ พร้อมใส่ความสุขให้ผสมผสานอยู่ในทุกตารางเมตร

จุดเริ่มต้นมาจากโซฟาหนังปักหมุดดึงดุม ที่คุณบอสเคยคิดไว้ว่าหากได้มีโอกาสรีโนเวทบ้านจะนำโซฟาหนังตัวนี้มาวางไว้ในมุมที่สะดุดตาที่สุดในบ้าน และเมื่อโอกาสมาถึงโซฟาหนังสีน้ำตาลจะจัดวางได้อย่างต้องการแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการวางคอนเซ็ปต์การออกแบบบ้านอีกด้วยเช่นกัน จึงเป็นดั่งการจุดประกายความฝันเล็กๆให้สำเร็จ และทำให้ได้รู้สึกมีความสุขกับเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ง่ายๆ
คุณบอส เจ้าของบริษัทตกแต่งภายใน The tree century เล่าว่า “การรีโนเวทบ้านของผมจะต้องเป็นสไตล์ที่สามารถตกแต่งให้เข้ากับโซฟาหนังที่ผมชอบ เมื่อมีโซฟาเป็นที่ตั้ง การดีไซน์ก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเสริมคิ้วผนัง เลือกเฟอร์นิเจอร์อื่นๆให้เข้ากัน มันจึงออกมาเป็นสไตล์ modern classic นั้นเอง และที่สำคัญผมออกแบบบ้านหลังนี้เพื่อใช้เป็นโฮมออฟฟิศมีพื้นที่ทำงาน ในเวลาเดียวกันผมก็สามารถปลีกเวลามาดูแลครอบครัวได้ทันที เพียงเดินไปยังส่วนของบ้าน ทำให้ไม่มีเรื่องเวลาหรือระยะเวลาที่ใช้เดินทางมาเป็นปัญหาเลย”

นอกจากการออกแบบโฮมออฟฟิศแบ่งฟังก์ชั่นใช้สอยให้ตอบตอบการใช้งานทั้งการใช้ชีวิตและการทำงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คุณบอสได้สอดแทรกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเข้าไปในการทุกส่วนของแต่งบ้านนั่นคือการนำเรื่องฮวงจุ้ยบ้านมาประกอบการแต่งบ้านไว้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนประตูเข้าบ้านไปยังทิศเหนือซึ่งเป็นทิศของน้ำ ส่งเสริมให้ธาตุไม้ซึ่งตรงกับคุณบอสให้มีชีวิตงอกเงยตามหลักความเชื่อ ส่งผลให้การวางตำแหน่งบ้านเมื่อผ่านประตูเข้ามาจุดแรกเบื้องหน้าจะพบกับรูปภาพต้นไม้แผ่กิ่งก้านโชว์ฟอร์มสวย สอดรับการการตกแต่งห้องในโทนสีเขียว และสีน้ำเงินที่เป็นสีโทนเย็น เพื่อสร้างบรรยากาศให้ภายในบ้านสดชื่น ผ่อนคลายที่ล้อไปสวนอังกฤษข้างบ้านที่สามารถมองลอดผ่านหน้าต่างกระจกใสได้ทันที

คุณบอสเล่าเพิ่มเติม  “ด้วยความที่ผมเป็นนักออกแบบบวกกับชอบให้บ้านดูเนี้ยบ เป๊ะ และเป็นระเบียบทุกครั้งที่เจอ เมื่อได้อยู่ที่นี่จึงทำให้ผมได้จัดบ้าน และเก็บข้าวของให้เข้าที่ทุกครั้งหลังใช้งาน ทำให้ผมรู้สึกผูกพัน และอยากให้บ้านดูสวยงามเป็นระเบียบแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะอย่างน้อยที่สุดในวันที่เราเจอเรื่องราววุ่นวาย หรือเรื่องเครียดๆเกิดขึ้น เราก็ยังมีบ้านสวยๆที่ช่วยให้เราคลายความตึงเครียดไปได้ และยังช่วยส่งพลังที่ดีให้กับเราในการใช้ชีวิตต่อไป”

ด้านในพื้นที่บ้าน คุณบอสได้แบ่งฟังก์ชั่นให้เป็นพื้นที่เดียวแต่ใช้งานได้หลายฟังก์ชั่นไปพร้อมกันๆ ซึ่งแม้สมาชิกในบ้านอย่างคุณแม่ และลูกจะมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันก็สามารถใช้งานในที่เดียวกันได้ แต่แยกทำกิจกรรมคนละอย่างก็ยังรู้สึกเป็นส่วนตัวได้ด้วยเช่นกัน บวกกับการดีไซน์บ้านให้ได้บรรยากาศอบอุ่นแบบคาเฟ่ โดยเฉพาะวางว่างตำแหน่งมุมนั่งเล่นไว้หลายมุม เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการนั่งชิลเอ้าท์ให้ดูแตกต่างกันไป
อย่างนั่งทานข้าวกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวที่โต๊ะรับประทานอาหาร หรือนั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือก็มาที่โซฟาตัวยู (U)ที่อยู่ติดกับหน้าต่างได้โดยเร็ว มันจึงเป็นเหมือนความรู้สึกคล้ายๆตอนไปทานอาหารนอกบ้าน หรือไปดื่มกาแฟในคาเฟ่ที่คุณชอบ ภายใต้การตกแต่งให้ดูอ่อนหวาน และได้กลิ่นอายความร่วมสมัยที่ทำให้พื้นที่นี้ดูมีเสน่ห์มากกว่าที่เคย
ในส่วนของการจัดสรรพื้นที่บ้านและที่ทำงานให้แยกออกจากกันผ่านการกั้นประตูบานเลื่อน อีกทั้งยังใช้พื้นที่ว่างชั้นบนเหนือที่จอดรถให้เกิดประโยชน์ ด้วยการต่อเติมเป็นระเบียบเสริมคานเหล็กเชื่อมกับห้องทำงานส่วนตัวของคุณบอส เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สำหรับนั่งจิบไวท์แบบเอ้าท์ดอร์ ทอดสายตาลงมาก็จะพบกับสวนอังกฤษได้ทันที หรือออกมานั่งคิดงานแบบสบายๆในพื้นที่เปิดโล่งก็สามารถทำได้ โดยมีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไว้ที่บ้านค่อยกรองแสงแดดสาดส่องกระทบผิวโดยตรง ซึ่งหากมองผิวเผินบริเวณนี้จะได้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่บ้านต้นไม้เลยทีเดียว

ที่บ้านของเรา เพราะเราไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้เราจะอยากทำอะไร อยากกินอะไร หรืออารมณ์เป็นแบบไหน เพราะนั้นจึงอยากรวมทุกอย่างไว้ในบ้าน “ไม่แปลกที่บ้านจะเป็นทุกอย่าง เป็นทั้งที่พัก ที่นั่งเล่น นั่งคิดงาน และที่ที่ได้อยู่กับครอบครัว ผมจึงอยากทำให้ทุกมุมบ้านสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ก็มีพื้นที่อิสระให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน” ประโยคทิ้งท้ายก่อนจบบทสนทนากับนักแบบบ้านและเจ้าของโฮมออฟฟิศที่ใช้ความสุขเป็นจุดเริ่มต้นของการรีโนเวทบ้านหลังนี้