ไอเดียใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านสร้างพื้นที่สีเขียว เพิ่มพื้นที่พักผ่อนง่ายๆ

0
3383

MITTA : มิตตะ พื้นที่แห่งความสุข ในสวนบ้านเพื่อน

 

ริมย่านถนนพระราม 2 ใครจะเชื่อว่าจะมีคาเฟ่สุดชิค ที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของสวนสีเขียว โดยมีต้นไม้สูงใหญ่ทำหน้าที่บดบังความพลุกพล่านของรถราที่วิ่งขวักไขว่กันไปมา Garden Update ประจำสัปดาห์นี้จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับ MITTA Cafe คาเฟ่เล็กๆ แต่กลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพของผู้เป็นเจ้าของ ภายใต้ความหมายที่แปลว่า   ” เพื่อน” จากหุ้นส่วนทั้งสามที่หลงใหลในการเดินทาง สีเขียวของต้นไม้ และความสุขในการได้ลิ้มรสขนมและเครื่องดื่มแสนอร่อย จึงอยากแบ่งปันความสุขนี้ให้ผู้ที่ชื่นชอบในสิ่งที่คล้ายกัน จากจุดเริ่มต้นของความฝันเล็กๆ ต่อยอดจนเกิดเป็นคาเฟ่สีเขียวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกมุมมอง

เดิมที MITTA Cafe เคยเป็นร้านขายต้นไม้มาก่อน ทำให้ภายในร้านยังคงปรากฏภาพของต้นไม้ใหญ่ให้เห็นอยู่หลายชนิด ที่ยังคงทำหน้าที่แผ่ใบกิ่งก้านปกคลุมให้ร่มเงาไปทั่วอาณาบริเวณ โดยเจ้าของเลือกที่จะเก็บรักษาไว้ให้คงอยู่ด้วยการเลี่ยงที่จะไม่ตัดทิ้ง แต่ได้ปลูกพรรณไม้เพิ่มเข้าไป โดยเน้นเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทาน ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ไม้ในร่มต้องการเพียงแสงแดดรำไร ก็สามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องดูแลเอาใส่ใจมากมาย อย่างตระกูลเฟิร์น ไม่ว่าจะเป็นเฟิร์นเขากวาง เฟิร์นฮาวาย เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย เป็นต้น

ทั้งนี้ก็ยังมีพรรณไม้อื่นๆ อย่างพลูด่าง โดยปลูกลงดินแล้วปล่อยให้เลื้อยไปตามผนังเคาน์เตอร์ร้าน และเลื้อยพันไปตามต้นไม้ ให้ความเคลื่อนไหวอ่อนช้อยสวยงาม รวมไปถึงฟิโลทองเองก็ตาม ซึ่งเป็นพรรณไม้เลื้อยขนาดเล็ก ที่ไม่ควรปลูกให้รับแสงแดดจัดตรงๆ เจ้าของจึงเลือกปลูกให้เลื้อยพันตามลำต้นของไม้ใหญ่โดยอาศัยกิ่ง ก้าน ใบ เป็นร่มเงา เพื่อให้ต้นไม้ได้เติบโตและรับแสงอย่างพอดี

นอกจากนี้ก็ยังมีเอื้องหมายนา ไอริส มอนสเตอร่า เสน่ห์จันทร์แดง ฟิโลเดนดรอน ซานาดู เข็มสามสี ปลูกคละกับพรรณไม้ที่สามารถทนต่อแดด โดยจัดวางให้อยู่ในมุมที่มีแสงแดดส่องถึง อย่างเตยด่าง โมกพวง คริสติน่า และโกสนที่สามารถอยู่ได้ทั้งในแสงแดดรำไร ไปจนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้งก็สามารถอยู่ได้ หากเป็นตระกูลเฟิร์นก็จะมีเฟิร์นใบมะขาม ที่เป็นพืชอีกชนิดที่ชอบแสงแดดเช่นกัน

กำแพงด้านหนึ่งสร้างลูกเล่น ด้วยการกระเทาะปูนฉาบออกบางส่วน เผยให้เนื้ออิฐที่เจ้าของได้ดีไซน์เพิ่มเติมขึ้นให้ดูคล้ายกับผ่านกาลเวลามานาน ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยบานหน้าต่างไม้ที่ได้จากบ้านเก่า พร้อมข้อความ “พบความสุข” โดยลดทอนความแข็งกระด้างลงด้วยพรรณไม้สีเขียวอย่างริพซาลิสที่สามารถปลูกได้บนกำแพง แขวนด้วยเดฟหัวใจ และสร้อยอินทนิลที่ห้อยระย้าตามแนวกำแพง มุมนี้เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยเก้าอี้สีสันสดใส ตัดกับความเขียวขจีของต้นไม้นานาพันธุ์ได้อย่างไม่เคอะเขินเลยทีเดียว

MITTA Cafe ได้ถูกจัดสรรให้เป็นคาเฟ่ในแบบเอาท์ดอร์ โดยออกแบบส่วนเคาน์เตอร์ให้คล้ายกับเป็นบ้านหลังเล็กตั้งอยู่กลางสวน โดดเด่นด้วยดีไซน์จากไม้เก่ายิ่งเสริมให้บรรยากาศดูอบอุ่นมากขึ้น ตามมุมต่างๆ ได้จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้สนามให้ได้เลือกเสพธรรมชาติโดยรอบกันได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีมุมชิงช้าที่ผูกอยู่ใต้ต้นมะขาม ให้สาวๆ ได้ถ่ายรูปชิคๆ อวดลงโซเซียลอีกด้วย

บรรยากาศภายในทั้งหมดถูกเชื่อมพื้นที่ด้วยการปูทางเดินให้เป็นส่วนฮาร์ดสเคป เพื่อให้องค์ประกอบในการจัดสวนสมบูรณ์มากขึ้น โดยเลือกใช้แผ่นทางเดินซีเมนต์ปูสลับสับหว่างกันไปมา มีทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และสีเหลี่ยมผืนผ้า โรยด้วยหินคลุก ยิ่งช่วยขับให้พื้นทางเดินดูโดดเด่นขึ้น อีกทั้งไม่ต้องดูแลรักษาให้ยุ่งยากเหมือนการใช้ปูด้วยหญ้าจริง

สวนแห่งนี้นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ไม่มีรูปแบบการจัดที่ตายตัว  ไม่ยึดติดกับโครงสร้าง หรือสไตล์มาเป็นกรอบกำหนด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลักที่ควรคำนึงในการจัดสวน ต้องคิดไว้เสมอว่าต้นไม้ทุกชนิดต่างต้องการแสงแดดในการสังเคราะห์แสง ฉะนั้นหากคิดจะจัดสวน เบื้องต้นจะต้องทำเข้าใจว่าต้นไม้แต่ละชนิดที่จะนำมาปลูกนั้น ต้องการแสงในปริมาณไหน จะได้ทราบตำแหน่งในการจัดวางที่เหมาะสม รวมไปถึงการให้น้ำ การระบายน้ำ ความชื้น และการดูแลรักษา  เพื่อให้ต้นไม้เติบโตมีความสมบูรณ์และแข็งแรงนั่นเอง เมื่อรู้หลักการง่ายๆ แบบนี้แล้ว ก็ถึงเวลาไปเตรียมพื้นที่สำหรับสวนสวยกันแล้วค่ะ