Mahogany home แสนหวานในบ้านมะฮอกกานี

0
253

 

Mahogany home แสนหวานในบ้านมะฮอกกานี

สัมผัสกลิ่นอายโรงนาฝรั่ง ในบ้านตากอากาศ สไตล์ Barn House

ลองจินตนาการถึงหนังเรื่อง Mahogany ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่านางสาวมะฮอกกานี ของ Paramount ที่เข้าฉายเมื่อปี 1975 นำแสดงโดย Diana Rossรับบทเป็นนางเอก ด้วยเพลงประกอบอันสุดแสนไพเราะติดหูอย่าง Do You Know Where Youre Going To ด้วยความที่ชื่นชอบทั้งเนื้อเรื่อง และบทเพลงจึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนก ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด  ตัดสินใจตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่าบ้านมะฮอกกานี กอปรกับอาณาบริเวณของบ้านที่ร่มรื่นไปด้วยเจ้าต้นไม้ชนิดนี้ที่ปลูกเรียงรายแตกกิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา สร้างความสดชื่น รื่นรมย์ และความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี

 

 

คุณนกออกมาต้อนรับทีมงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม กับชุดที่เต็มไปด้วยสีสันสว่าง สดใส รับกับบรรยากาศของบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  เธอเล่าให้ทีมงานฟังถึงที่มาของบ้านแสนน่ารักหลังนี้ว่า “ที่ดินแปลงนี้เราเห็นมาตั้งแต่ช่วงปี 48 ตอนนั้นมีโอกาสได้มาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ซึ่งมีบ้านอยู่ในโครงการนี้ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ และผู้คนไม่พลุกพล่าน ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกถูกใจประกอบกับที่เราอยากปลูกสร้างบ้านเองด้วย หลังจากนั้น 5 ปีถัดมา ก็ได้กลับมาซื้อด้วยราคาที่ลดลงเยอะมาก อีกทั้งที่ดินดังกล่าวก็อยู่ติดกับบ้านเพื่อน ซึ่งเราก็ตั้งใจว่าอยากให้เป็นบ้านพักตากอากาศในช่วงวันหยุด และในอนาคตหากเกษียณก็จะกลับมาอยู่มากขึ้น”

 

 

ซึ่งคุณนกก็ได้สถาปนิกของบริษัทฯ เธอเองมาสานต่อความต้องการ โดยโจทย์แรกที่เธอตั้งใจนั้น คืออยากได้บ้านรูปทรงโคโลเนียล เพื่อเป็นบ้านสำหรับการพักผ่อนหรือบ้านตากอากาศ การออกแบบก็เริ่มจากการวางฟังก์ชั่นการใช้สอยที่ต้องสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้าน บ้านหลังนี้จึงออกมาในลักษณะที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่เพียงพอและใช้งานจริงได้อย่างสะดวกสบาย

บ้านมะฮอกกานีหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร ด้วยข้อจำกัดของเจ้าของโครงการ ที่ไม่ให้สร้างบ้าน 2 ชั้น ประกอบกับที่ดินซึ่งเป็นเนินลาดเอียง รวมถึงการเชื่อมต่อกับบ้านข้างเคียงที่เกือบจะเป็นบ้านแฝด ทั้งในแง่ของสายตาและการเข้าถึง อีกทั้งต้นไม้เดิมที่ทั้ง 2 บ้านอยากเก็บรักษาไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคพอสมควรในการออกแบบบ้าน ซึ่งสถาปนิกเองก็ได้รวบรวมข้อมูล ทดลองออกแบบขึ้นมาอยู่หลายแบบ โดยรูปทรงโคโลเนียลนั้นจะเข้ากันได้ยากกับฟังก์ชั่นที่คุณนกต้องการ สุดท้ายก็มาลงตัวที่แบบบ้านชั้นครึ่ง ในสไตล์ Barn House บ้านทรงโรงนาของฝรั่ง มาพร้อมทรงหลังคา Gambrel Roof ที่เข้ามาตอบโจทย์ภาพรวมทั้งภายในและภายนอกทั้งหมดได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากทรงหลังคา และเข้ากันได้ดีกับไม้ฝาที่คุณนกต้องการ แต่เนื่องจากเป็นทรงหลังคาที่สถาปนิกเองไม่คุ้นเคย และไม่เคยออกแบบมาก่อน ก็ต้องใช้เวลาศึกษานานพอสมควร

 

 

ทั้งนี้การออกแบบภายในจึงเป็นลักษณะโถงกว้าง เปิดโล่งด้วยประตูบานเฟี้ยมกระจกใส และหน้าต่างบานกว้างดีไซน์อยู่รอบตัวบ้าน ทำให้ลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้ทั้งวัน โดยบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่เครื่องปรับอากาศมีเพียงพัดลมเท่านั้น และเนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่ในโครงการที่สวยและมีจุดเด่นใกล้ขุนเขา บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น มีเสียงสายน้ำไหลเพราะมีลำธารอยู่ใกล้ๆ คุณนกจึงต้องการให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายนอกเป็นพิเศษ ฉะนั้นการออกแบบส่วนใหญ่จึงถูกเทสัดส่วนไปที่พื้นที่เฉลียงเพื่อให้สามารถพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตภายนอกได้อย่างสบาย สัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด สถาปนิกจึงพยายามเชื่อมพื้นที่ภายในออกสู่ภายนอกผ่านกิจกรรมตามฟังก์ชั่น คือ Counter Pantry เพื่อความสะดวกในการพักและเสิร์ฟอาหารได้อย่างคล่องตัว เหมาะกับสำหรับปาร์ตี้ในครอบครัวยิ่งนัก

 

 

advertisement image

 

 

 

ขณะเดียวกันห้องนอนของคุณแม่ ก็ได้ถูกดีไซน์ให้อยู่ชั้นล่างเพื่อสะดวกในการเดินและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการเดินขึ้นลงบันได ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนด้วยบันไดสีเขียวเข้มเป็นที่สะดุดตา ซึ่งคุณนกเธอได้แรงบันดาลมาจากแมกกาซีนฝรั่ง ซึ่งไปเปิดเจอที่ร้าน Kinokuniya ในช่วงที่กำลังสร้างบ้านพอดี เมื่อเห็นแล้วเกิดประทับใจ และย้ำว่า “ฉันต้องดีไซน์บันไดเป็นสีเขียว” นั่นจึงเป็นที่มาจากนั้นโทนสีเขียวพาทเทลที่ฉาบทาผนังจึงตามมาภายหลัง ซึ่งเธอก็บอกกับเราว่าเป็นโจทย์ที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน

 

 

เมื่อรูปทรงหลังคาถูกนำมาดีไซน์ให้กลมกลืนกับสเปซภายในบ้าน ฉะนั้นห้องนอนของคุณนกที่อยู่ชั้นบน จึงให้ความรู้สึกคล้ายกับห้องนอนใต้หลังคา เชื่อมออกมายังระเบียงที่ถูกต่อเติมขึ้นด้วยพื้นไม้ลามิเนตสู่ส่วนนั่งเล่น ที่ส่วนใหญ่คุณนกจะใช้เป็นพื้นที่รับแขก และจัดปาร์ตี้เล็กๆ และยังปรับเป็นที่นอนสำหรับรองรับแขกได้ด้วย อีกทั้งยังทำให้ Dormer ซึ่งเป็นช่องเล็กๆ ที่หลังคาสามารถใช้งานได้จริง เพราะนอกจากจะเป็นช่องเปิดให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา และช่วยระบายอากาศให้กับภายในแล้ว ยังเป็นเสมือนจุดชมวิวที่ระดับชั้น 2 เพื่อมองออกไปภายนอกแล้วเกิดการเชื่อมต่อกับบริบทแวดล้อมได้อีกจุดหนึ่ง

 

 

คงจะดีไม่น้อยหากปั้นปลายชีวิตของเรา ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก มีเพลงให้ฟัง มีหนังสือให้อ่าน มีความอร่อยของอาหารที่ร่วมกันลงมือทำอยู่ตรงหน้า ได้ยิ้มหัวเราะกับเพื่อนฝูงข้างบ้าน แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศดีๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเติมเต็มความสุขให้เกิดขึ้นทุกวันได้ไม่ยาก เฉกเช่นเดียวกับครอบครัวของคุณนก ภายในบ้านมะฮอกกานีแสนหวานหลังนี้

 


 

ขอขอบคุณเนื้อหาจากนิตยสาร Life&Home

ฉบับที่ 253 / Column: Beautiful Home

Story : ศิวนาถ เสนาประทุม

Photographer : ชยพล ปาระชาติ

Host : คุณศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด

advertisement image

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here