Living Thai Living “HERE Hostel” รีโนเวทตึกแถวหลังเก่าเกือบร้อยปี เป็นโฮสเทลสุดเก๋าแบบไทยสไตล์ ตื่นตาตื่นใจกับสไลด์เดอร์ยักษ์

0
Living Thai Living “HERE Hostel” รีโนเวทตึกแถวหลังเก่าเกือบร้อยปี เป็นโฮสเทลสุดเก๋าแบบไทยสไตล์ ตื่นตาตื่นใจกับสไลด์เดอร์ยักษ์

โฮลเทลย่านราชดำเนิน ที่คงเสน่ห์วิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นกันเองแบบไทย อนุรักษ์ของเก่าและเสริมของใหม่ให้เข้ากันอย่างลงตัว

เรื่อง : สิริลักษณ์ สุขสวัสดิ์  ภาพ : อรรถพงศ์ สมวงค์


 

ภาพความงามที่ตกตะกอนอยู่ในห้วงความทรงจำเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนไทยในอดีต อันดำเนินไปอย่างแช่มช้า เรียบง่าย แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความสงบ เป็นกันเอง และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถูกหยิบยกขึ้นมาผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน ก่อกำเนิดเป็น HERE Hostel โฮสเทลรีโนเวทจากอาคารพาณิชย์หลังเก่าอายุร่วมร้อยปีย่านราชดำเนิน ที่ถึงแม้จะสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของนักเดินทางในโลกสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ด้วยบรรยากาศกลิ่นอายสมัยเก่า และวันนี้ Homedeedee จะพาคุณผู้อ่านไปดื่มด่ำกับวิถีชุมชนไทยกัน “ที่นี่” ที่ HERE Hostel ค่ะ

 

 

เมื่อเดินลัดเลาะเข้ามาในตรอกซอยเล็กบนถนนราชดำเนิน จะพบอาคารเก่าแก่สีตุ่นแฝงตัวอยู่ หากมองเพียงภายนอกอาจดูธรรมดา ไม่ได้ตกแต่งสวยงามเฉกเช่นโฮสเทลอื่น แต่สิ่งนี้คือความตั้งใจของคุณเอกสิทธิ์ โกสินทโรบล หนึ่งในหุ้นส่วน HERE Hostel ที่มีความต้องการคงสภาพภายนอกอาคารหลังนี้ให้มีความกลมกลืนกับบริบทชุมชนรอบข้าง

 

 

คุณเอกสิทธิ์ได้เล่าให้เราฟังว่า “เดิมทีอาคารพาณิชย์หลังนี้เป็นบ้านเจ้าคุณเก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 แล้วถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารพาณิชย์ ผมขับรถผ่าน เห็นแล้วเกิดความรู้สึกเหมือนอยากมาทำอะไรที่ตึกนี้ เริ่มแรกอยากทำร้านกาแฟแบบไบค์คาเฟ่ แต่ผมไม่ถนัดทำกาแฟ ประกอบกับบริเวณนี้ไม่มีพื้นที่จอดรถ เลยคิดว่าธุรกิจอะไรที่ไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถหน้าร้าน เลยตัดสินใจทำโฮสเทล”

หลังจากได้ขอสรุปว่าจะเนรมิตอาคารหลังนี้เป็นโฮสเทลแล้ว คุณเอกสิทธิ์จึงวางคอนเสปต์ภายใต้ความคิดที่จะอนุรักษ์บรรยากาศเก่า ในขณะเดียวกันก็เติมเต็มสิ่งใหม่เข้าไปด้วย โดยเก็บความคลาสสิกของตัวอาคารเดิมไว้ แล้วเน้นที่การตกแต่งภายในให้สามารถบอกเล่าถึงวิถีชุมชนไทย และเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ซึมซับบรรยากาศความเป็นเมืองเก่าของกรุงเทพฯ

 

 

เมื่อก้าวท้าวเข้ามาภายในโฮสเทล จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของชุนชนแบบดั้งเดิมที่แฝงไปด้วยความร่วมสมัยเล็กน้อย ด้วยการนำไม้เก่าจากตึกเดิมมาผสมเข้ากับโครงเหล็กและผนังฉาบปูน ช่วยเพิ่มกลิ่นอายอินดัสเทรียล แต่ยังคงเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้และโทนสีน้ำตาลเพื่อชูความดั้งเดิมแบบไทย

 

 

ใส่เสน่ห์ความเป็นไทยด้วยการนำเรือแจวโบราณจากอยุธยามาห้อยบนเพดานสังกะสี ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางของผู้คนในอดีต เนื่องจากวิถีคนไทยสมัยก่อน จะใช้เรือเป็นพาหนะ เมื่อพายเรือกลับมาที่บ้านก็จะคว่ำเรือเก็บไว้ด้านบน ถือเป็นกิมมิกหลักที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แขกผู้มาเยือนเฮียร์ โฮสเทลได้ดีทีเดียว

 

 

ถัดจากลอบบี้มาด้านข้างจะเป็น common area หรือพื้นที่ส่วนกลาง ยังคงความเป็นไทยด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณ ด้วยชุดโต๊ะไม้ยาวคู่กับเก้าอี้ไม้ทรงกลม ชุดรับแขกสีเขียวเข้มทรงโบราณ และชุดโต๊ะไม้กลมล้อมด้วยเก้าอี้พับสังกะสี ช่างเข้ากันอย่างลงตัวกับผนังอิฐส้มโชว์แนวและของประดับตกแต่งสไตล์แอนทีค บริเวณนี้ใช้สำหรับรับประทานอาหาร จิบเครื่องดื่ม หรือนั่งเล่นรับลมดื่มด่ำบรรยากาศของราชดำเนินเมืองเก่าได้อย่างดี

 

 

ก่อนเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง จะพบมุมครัวเล็กๆ โต๊ะไม้และเก้าอี้พับสังกะสีวางเข้ามุมกับผนังปูนเปลือยแต้มด้วยภาพเขียนสีแบบย้อนยุคคู่กับผนังไม้ที่นำไม้เก่าจากตึกเดิมมาต่อเติม เจาะช่องหน้าต่างกลมให้แสงลอดผ่านเพื่อคลายความอึดอัด และต้อนรับนักเดินทางก่อนขึ้นไปห้องพักด้วยขันเงินลายไทยโบราณ ที่ใช้สำหรับดื่มน้ำเย็นใสสะอาด

 

advertisement image

 

 

ทันทีที่เดินขึ้นบันไดไม้มายังชั้นสอง จะสะดุดตากับสไลเดอร์ยักษ์ที่เด่นอยู่กลางโฮสเทล ที่ช่วยเพิ่มความสดใสและความสนุกสนาน ซึ่งคุณเอกสิทธิ์ต้องการให้โฮสเทลแห่งนี้มีจุดเด่นเป็นที่จดจำ จึงรังสรรค์เจ้าสไลด์เดอร์ยักษ์ไว้สำหรับสไลด์ลงมายังชั้นล่าง อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย คือการนำฝาชีหวายสานทรงโบราณมาประยุกต์เป็นโคมไฟห้อยระย้า ทำให้หวนคะนึงถึงวัฒนธรรมการกินข้าวของคนไทยสมัยก่อนที่ต้องคลุมฝาชีทุกครั้งหากมีกับข้าวเหลือ

ผนังกรุไม้สีตุ่นและพื้นไม้กระดาน ยังคงนำไม้เก่าจากตึกเดิมมาใช้ ไร้การขัดสีหรือปรุงแต่งใดๆ รักษาเทกเจอร์ของวัสดุเดิมเอาไว้ เพื่อให้ได้บรรยากาศบ้านไม้แบบอดีต เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับโถงทางเดินแนวลึก ที่โดดเด่นด้วยการทำช่องหลังคาแบบโปร่งใส แล้วนำผ้าหลากสีมาติดอีกชั้น ส่งผลให้เมื่อแสงตกกระทบพื้น จะเกิดเป็นสีสันต่างๆ แรงบันดาลใจของไอเดียน่าประทับใจเช่นนี้ มาจากร่มผ้าใบหลากสีที่ใช้กางตามท้องตลาด

 

 

สำหรับส่วนของห้องพัก เริ่มต้นที่ Bed Dormitory หรือห้องพักรวม ตัวเตียงเป็นโครงเหล็กผสมไม้ เลือกใช้โทนสีขาวเพื่อความเรียบง่าย พร้อมด้วยผ้าม่านปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ไฟหัวเตียง และล็อคเกอร์เก็บของอเนกประสงค์ มีให้บริการแบบ 8-12 เตียง ราคา 490 บาท/คืน และแบบ 4-6 เตียง ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องพักรวมสำหรับผู้หญิง ราคา 550 บาท/คืน

 

 

ถัดมาเป็น Lady Room หรือห้องนอนสำหรับผู้หญิง เบาะนอนสีขาวสะอาดที่วางกับพื้นไม้กระดาน ให้ความรู้สึกราวกับได้นอนเล่นบนพื้นบ้านในอดีต ยังคงความเรียบง่ายด้วยการเลือกโทนสีขาวตัดกับโทนสีน้ำตาลของไม้ ราคา 550 บาท/คืน

 

 

ปิดท้ายด้วย Private Room หรือห้องพักแบบส่วนตัว ยังเน้นการตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยสีขาวและสีน้ำตาล มีบันไดไม้เล็กให้เดินลงมา ให้ความรู้สึกส่วนตัวราวกับได้เดินเข้าห้องนอนของตัวเอง ราคา 990 บาท/คืน

 

 

ในส่วนของห้องน้ำ จะเป็นห้องน้ำรวมที่แยกฝั่งชาย-หญิง ต่อโครงเหล็กรับกับกระจก เพิ่มความเก๋ด้วยขาจักรเก่า ที่ดูเข้ากันกับพื้นปูนขัดมันสีดำ และหยิบยกลวดลายของผ้าขาวม้าไทยมาทำเป็นกระเป๋าใส่ไดร์ที่ทางโฮสเทลมีไว้ให้บริการได้อย่างน่ารัก

 

 

ความประทับใจอันงดงามที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสที่เฮียร์ โฮสเทลคือ การปฏิบัติตัวราวกับแขกทุกคนเป็นเสมือนครอบครัวและเพื่อนอย่างเป็นกันเอง แต่ก็มิได้ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด เหมือนกับคำจัดกัดความที่คุณเอกสิทธิ์พูดถึง “HERE Hostel” ว่า “บรรยากาศแห่งความเป็นเพื่อน”

 

 

หากคุณผู้อ่านมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในละแวกราชดำเนินหรืออยากสัมผัสการนอนหลับพักผ่อนท่ามกลางวิถีชุมชนดั้งเดิมที่หาชมได้อยาก ก็สามารถมาดื่มด่ำเรื่องราวเหล่านั้นได้ที่ HERE Hostel ค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/herehostelbangkok โทร: 090-987-7438

 

 

advertisement image

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here