Living in Modern Classic House เพื่อทุกจังหวะการอยู่อาศัยของคำว่า “ ครอบครัว “

0
1709

สุขใกล้ตัวกับการตกแต่งบ้านสไตล์ Classic Luxury ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนในบ้าน


 

     หากสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเดินทาง เก็บมุมแห่งความประทับใจ และสไตล์ที่ชื่นชอบมาไว้ในบ้านของเรา คงจะมีความสุขได้ไม่น้อยที่มีบ้านซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของสมาชิกภายในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับถ่ายเทความอบอุ่นในทุกช่วงเวลาให้ทุกคนในครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง ดังคำกล่าวของ คุณวิจิตร เสนาะทรัพย์ ว่า “บ้านคือสิ่งที่เราสามารถใช้เวลาและอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข เป็นสถานที่ที่เราสามารถ Enjoy ได้ทั้ง Day Life และ Night Life บ้านหลังนี้จึงเป็นมากกว่าคำว่า บ้าน

บ้านโมเดิร์นกลิ่นอาย Classic หลังใหญ่สีเอิร์ธโทนแสนอบอุ่นหลังนี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอวาริน จังหวัดอุบลราชธานี บนเนื้อที่ใช้สอย 750 ตารางเมตร มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการของทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี กับโครงสร้างสไตล์ Modern Contemporary ที่ถูกสร้างขึ้นโดย Royal House บริษัทรับสร้างบ้านชั้นแนวหน้าของเมืองไทย และตกแต่งภายในให้ดูเรียบหรูแบบคลาสสิกด้วยสไตล์ Classic Luxury โดยทีมงานตกแต่งภายในจาก Royal House เช่นเดียวกัน

คุณวิจิตร คุณพ่ออารมณ์ดี เล่าให้เราฟังว่า “พอรู้ว่าจะสร้างบ้านก็ได้หาบริษัทรับสร้างบ้านจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ได้สอบถามข้อมูลไปยังหลายบริษัท แต่กลับรู้สึกว่าไม่ค่อยประทับใจในการตอบคำถามสักเท่าไหร่ จนกระทั่งได้มาเจอกับ Royal House คือเขามีความเอาใจใส่ลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรก ให้คำแนะนำได้ดี และมีความบริสุทธิ์ใจเปิดเผยเรื่องราคาให้ทราบอย่างชัดเจน จึงทำให้ผมประทับใจใน Royal House ตรงนี้คือ First impression และนอกจากความประทับใจเมื่อแรกพบแล้ว ความเป็น Professional ของเขายังสามารถตอบสนองความต้องการของผมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

จุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้ คือ น้องนิกส์ รัชนีกร เสนาะทรัพย์ (ลูกสาว) เป็นแรงผลักดันทำให้เกิดบ้านหลังใหญ่แสนอบอุ่นนี้ขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ หลังจากที่ย้ายมาทำธุรกิจหลังคาเหล็กที่จังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่มีที่พักอาศัยเป็นสัดส่วน “ครอบครัวเสนาะทรัพย์” พักอาศัยอยู่ที่โกดังของโรงงานมาเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปี จนน้องนิกส์ลูกสาวคนเดียวของตระกูลได้เอ่ยปากขอให้คุณพ่อและคุณแม่สร้างบ้านเพื่อที่อยู่แล้วจะได้มีความสุขกันในครอบครัว พร้อมกันนั้นคุณวิจิตรเองก็เห็นว่าธุรกิจที่ทำอยู่ไปได้ดี จึงตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 30 ล้านบาท สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นเพื่อลูกสาวและครอบครัว

โดยคุณวิจิตรได้ให้โจทย์กับ Royal House ในการสร้างบ้านสุดหรูหลังนี้คือ ต้องการให้บ้านหลังนี้มีฟังก์ชั่นที่ครบครัน ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกคนในครอบครัวได้ และด้วยความที่คุณวิจิตรและภรรยาเป็นคู่รักที่เดินทางบ่อย จึงได้เก็บเกี่ยวความประทับใจจากงานตกแต่งและสถาปัตยกรรมที่พบเจอมาเป็นไอเดียในการสร้างบ้านหลังใหญ่ที่หนาแน่นไปด้วยพื้นที่แห่งความสุขหลังนี้ด้วย

     คุณสุกัญญา (ภรรยา) เล่าว่า “แบบบ้านจริงๆ ที่ออกแบบไว้ไม่ได้เป็นแบบนี้ โดยส่วนตัวชอบบ้านแนวคลาสสิก และเรียบหรู ไม่ชอบบ้านโมเดิร์นที่หลังคาสโลปหรือเพิงหมาแหงน แต่หลงใหลสไตล์คอนเทมโพรารี หลงใหลเสน่ห์แห่งการผสมผสานที่ลงตัว คือถ้าตัวโครงสร้างเป็นแบบโมเดิร์น ก็ขอปรับเปลี่ยนหลังคาให้เป็นในสไตล์ที่ตัวเองชอบ บ้านหลังนี้เลยมีการปรับเปลี่ยนทุกส่วนเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และความต้องการของทุกคนในครอบครัว”

ภายในถูกออกแบบไว้อย่างเรียบหรูและคลาสสิก ดูสว่าง ปลอดโปร่ง ตามสไตล์ที่คุณสุกัญญาได้วางโจทย์ไว้ให้กับทาง ทีม Interior Designer อย่างโซนแรก Reception Room ที่จัดวางชุดโซฟาหนังกำมะหยีดึงหมุด เรียบหรู และกลมกลืนไปใน  Mood and Tone เดียวกันทั้งหมดของห้อง ฝ้าเพดานใช้การซ้อนแสงวอร์มไวท์ซึ่งเป็นแสงที่ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น พร้อมประดับด้วย Chandelier จาก Swarovski สร้างแสงประกายระยิบระยับได้อย่างสวยงาม ส่วนตัวผนังมีการเล่น Texture เป็นคิ้วบัวในรูปทรงสีเหลี่ยมเพิ่มลูกเล่นด้วยวัสดุที่มีความเงาวาวสี Gold เป็นการเพิ่มมิติให้ภายในบ้านดูหรูหรามากยิ่งขึ้น

ถัดมาจากห้องรับแขกเป็นโซน Living Area ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเพราะถูกกั้นด้วยผนัง และประตูบานเลื่อนจากห้องรับแขก ในโซนนี้แม้จะมีการเชื่อม Space ไว้ในพื้นที่เดียวกันแต่มีการแบ่งฟังก์ชั่นได้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งโซน Relax Space Dining  Area และ Kitchen Room โดยพื้นที่ทั้งหมดนี้ยังถูกออกแบบไว้เป็นพื้นที่สำหรับใช้ทำกิจกรรมร่วมกันในยามว่างของทุกคนในครอบครัวอีกด้วย

สำหรับ Living Area เป็นพื้นที่กว้างโล่งอยู่กลางบริเวณโถงบ้าน ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อเปิดรับทิศทางลมให้มีอากาศถ่ายเทและมีอากาศไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการใช้ประตูกระจกยังช่วยเพิ่มแสงสว่างธรรมชาติจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวอาคารในช่วงเวลากลางวันได้เป็นอย่างดี โดยที่พื้นของบ้านยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูด้วยการเลือกใช้วัสดุหินอ่อนที่มีลวดลายสะท้อนรสนิยมของความเป็น Luxury ได้อย่างสวยงาม จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารชุดใหญ่ที่สามารถรองรับที่นั่งได้มากถึง 8 ที่นั่ง สำหรับเตรียมพร้อมต้อนรับแขกในโอกาสำคัญ

ที่เป็นหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Kitchen Room ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่นเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับบ้านใหญ่หลังนี้ซึ่งมีครัวเพื่อประกอบอาหารทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ครัวอังกฤษ ครัวไทย และครัวอีสาน โดยครัวทั้ง 3 แบบนี้ มีการปรึกษาและวางโจทย์กับทางทีมอินทีเรียเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และลงตัวในเรื่องของการใช้สอยที่มาพร้อมกับความสวยงามมากที่สุด ดังนี้

-ครัวอังกฤษ เป็นองค์ประกอบของบ้านที่สมบูรณ์ ใช้ประกอบอาหารเล็กๆ น้อยๆ ง่ายต่อการใช้งานเพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับ Dining Area โดยการประกอบอาหารจะต้องไม่ส่งกลิ่นรบกวนไปถึงโซน Living Area

-ครัวไทย ถูกแยกออกไปทางด้านหลังของในโซน Living Area มีผนัง และประตูกั้นอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนในโซนต่างๆ เวลาประกอบอาหาร

-ครัวอีสาน เป็นครัวที่ได้คำแนะนำจากทีมอินทีเรีย โดยทางทีมแนะนำว่าควรให้มีครัวนี้ เผื่อในอนาคตอาจมีญาติหรือลูกหลานมาเยี่ยมเยือนจะได้ใช้ครัวนี้เพื่อประกอบอาหารอีสานดั้งเดิม โดยไม่ทำให้ส่งกลิ่นรบกวนในบริเวณอื่นๆ ของบ้าน เพราะมีครัวไทย และครัวฝรั่งกั้นอยู่

“ครัวอีสานต้องมีความสมบุกสมบันทนทานแข็งแรง เพราะต้องมีกรรมวิธีการโคลกตำ ต้องมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน หรือส่งกลิ่นไปยังส่วนอื่นๆ ของบ้าน จึงต้องมีครัวอีสานไว้เพื่อทำอาหารอีสานโดยเฉพาะ”คุณวิจิตรเล่าถึงความแตกแต่งระหว่างครัวไทย และครัวอีสานให้ฟัง

สำหรับอีกหนึ่งความต้องการของคุณวิจิตรที่ Royal House สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวตนได้เป็นอย่างดีกับห้อง Home Theater ที่คุณวิจิตรเล่าว่า “เราเป็นคนชอบดูหนังแต่ไม่อยากออกไปข้างนอก จึงอยากมีห้อง Home Theater ให้เราสามารถดูหนังได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องออกไปไหนมันทำให้เราอยู่ติดบ้านมากยิ่งขึ้น”

บ้านหลังใหญ่หลังนี้เชื่อมพื้นที่ชั้นล่างไปยังชั้นบนด้วยพื้นบันไดไม้ประดู่ขัดเงา และราวบันไดจากไม้สักที่ขัดเงาในโทนสีเดียวกันกับพื้นบันได ดูกลมกลืนเหมือนกับว่าทั้งสองเป็นไม้ชนิดเดียวกัน นอกจากนี้เหล็กที่เลือกใช้ทำราวบันไดก็ใช้เหล็กอิตาลีที่มีความแข็งแรง และทนทานต่อการทิ้งแรงพยุงตัว ฝั่งเดียวกันกับผนังเพิ่มลูกเล่นด้วยคิ้วบัวทรงสีเหลี่ยมทำให้ดูคลาสสิก มีสไตล์โดดเด่นและสะดุดตา

ความเรียบหรู น่าค้นหา ต่อเนื่องมาสู่ชั้น 2 แบ่งเป็น  3 ห้องนอน มีโถงกว้างจัดวางโซฟาหนังเพื่อรองรับการใช้งานของทุกคนในครอบครัว พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยทีวีจอใหญ่ที่สามารถสร้างความบันเทิงได้ในโถงนี้ ผนังกรุหน้าต่างกระจกบานเลื่อนเพื่อมองเห็นวิวจากแปลงไร่นาที่ติดอยู่กับบริเวณพื้นที่ข้างบ้าน และยังให้แสงสว่างได้ในตอนกลางวัน ชั้นสองเลือกปูพื้นด้วยวัสดุไม้ลามิเนตให้ความคลาสสิกบวกกับฝ้าที่มีลวดลายจากคิ้วบัวอาศัยแสงวอร์มไวท์จากฝ้าที่ส่องแสงเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นในยามค่ำคืน

ห้องนอนมาสเตอร์ของคุณวิจิตรและภรรยาได้ถูกออกแบบไว้อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อง่ายต่อการใช้งานแยกระหว่าง Bedroom และ Closet Area ออกจากกัน ส่วนของ Bedroom ถูกจัดวางด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบหรูเข้ากับสไตล์ที่วางไว้ ผนังบนหัวเตียงใช้คิ้วบัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตเพื่อเพิ่ม Texture ให้ห้องมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น และภายในห้องยังสามารถเชื่อมสายตาออกไปสู่วิวไร่นาภายนอกได้โดยผ่านหน้าต่างกระจกบานเลื่อน สามารถสร้างสุนทรียภาพให้ห้องนี้เป็นห้องที่มีเสน่ห์ และน่าพักผ่อนมากที่สุด

Closet Area แบ่งสัดส่วนออกมาจากพื้นที่ Bedroom เพื่อการใช้งานที่เป็นระเบียบและเป็นสัดส่วนมากขึ้น มีตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของเพื่อรองรับการใช้งานที่ครบครัน บานประตูของตู้เสื้อผ้าถูกตกแต่งด้วยลวดลายครึ่งวงกลม และคิ้วบัวทรงสีเหลี่ยม เพิ่มมิติ และความสวยงามในสไตล์ Luxury ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในส่วนของห้องน้ำมีการแบ่งฟังก์ชั่นไว้อย่างเป็นสัดส่วน ระหว่างโซนเปียก และโซนแห้ง พร้อมอ่างอาบน้ำสำหรับนอนแช่ร่างกายเพื่อผ่อนคลายในวันที่เมื่อยล้า วัสดุปูพื้น และผนังภายในห้องน้ำใช้กระเบื้องลายหินอ่อนเพื่อสร้างบรรยากาศ และยกระดับความเรียบหรูได้อย่างน่าหลงใหล

ถัดมาที่ห้องนอนของลูกสาว (น้องนิกส์) เลือกโทนสีห้องในโทน เทา-ขาว ด้วยตัวเอง แบ่งพื้นที่ใช้งานไว้อย่างลงตัว  ทั้งโซนที่นอน โซนนั่งเล่น และโซนอ่านหนังสือ คุณพ่อและคุณแม่ได้มีส่วนในการช่วยเลือกเฟอร์นิเจอร์เพื่อนำมาตกแต่งให้ห้องนอนของน้องนิกส์ดูน่ารัก และน่านอนมากยิ่งขึ้น

ห้องที่ขาดไม่ได้ และถือเป็นห้องที่ทำให้องค์ประกอบของบ้านสมบูรณ์คือ ห้องพระ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของตัวบ้าน ผนังเปิดรับอากาศให้ถ่ายเทได้ตลอดเวลา โดยใช้ประตูบานเลื่อนกระจกที่สามารถรับแสงเข้ามาได้ในช่วงกลางวัน ภายในดูสว่างและปลอดโปร่งในโทนสี White gold ให้ความรู้สึกเงียบสงบ และร่มเย็น เหมาะแก่การสร้างจิตอันเป็นกุศลอย่างยิ่ง

และไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของบ้าน มีพื้นที่อเนกประสงค์เป็นพื้นที่โล่งเปิดหลังคา เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของพื้นที่ทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ในโอกาสต่างๆ อาทิ จัดงานสังสรรค์ หรืองานปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับรองรับสมาชิกในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนๆ ได้แบบสบายๆ ผนังที่ติดกับวิวธรรมชาติเป็นระแนงคอนกรีต ถูกดีไซน์มาเพื่อช่วยบังแสงที่ส่องผ่านในเวลากลางวันไม่ให้ร้อน

ความร่มรื่นแผ่กระจายรอบตัวบ้านด้วยสวนสีเขียวจากบริษัทออกแบบจัดสวน  CT Landscape รังสรรค์พื้นที่รอบบ้านให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้แก่บ้านสไตล์ Modern Contemporary หลังนี้ สวนรอบบริเวณบ้านใช้พืชพรรณไม้สวยงามทั้งไม้ใบและไม้ดอก ริมสระว่ายน้ำเลือกปลูกต้นไม้ยืนต้นตลอดแนวสระเพื่อบดบังสายตาจากคนภายนอกที่มองผ่านเข้ามา

ต่อเนื่องกับบริเวณหน้าบ้านเป็นสนามโล่ง มีทั้งส่วนที่ปูด้วยกระเบื้อง และส่วนที่ปูด้วยสนามหญ้า มีการตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่หลายต้น อาทิ ต้นออมทรัพย์หรือต้นจาน เวลาออกดอกจะออกเป็นทรงพุ่มดอกมีสีส้มสวยงามเต็มต้น ซึ่งจะออกดอกในช่วงหน้าร้อนหรือเดือนเมษายน และต้นพะยอม ต้นไม้ที่เลือกมาปลูกส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ที่อยู่ตามทุ่งนาแต่มีดอก มีสีสันที่สวย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสื่อถึงความเป็นเจ้าบ้านอารมณ์ดีได้จากสวนอันร่มรื่นแห่งนี้

 

     “ผมตั้งใจ และทุ่มเทในการสร้างบ้านหลังนี้มากที่สุด เพราะอยากให้บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มาตอบโจทย์ได้ทั้งผม และทุกคนในครอบครัว” คุณวิจิตร เสนาะทรัพย์ กล่าวทิ้งท้ายพร้อมสะท้อนความสุข และความประทับใจต่อความรู้สึกที่มีต่อบ้านหลังนี้ผ่านสีหน้า และแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข

เครดิตผลงาน : บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด

เว็บไซต์ : http://www.royalhouse.co.th

เบอร์โทรศัพท์ : 02-459-4646