Little Home Among The Forest ที่ซ่อนความสุข

0


ภาพของป่าปูนสูงระฟ้าในเมืองใหญ่ ที่เติบโตแข่งกับต้นไม้บีบรัดพื้นที่สีเขียวให้เหลือน้อยลงทุกที สังคมคนเมืองเริ่มห่างไกลจากธรรมชาติอย่างช้าๆ ความสงบสุขเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างปรารถนาเพื่อพักผ่อนจากภาระหน้าที่ และใครจะเชื่อว่าลึกเข้าไปในซอยแบริ่ง 109  อันเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนสายหลักหัวใจของเมืองหลวง จะเป็นที่ซ่อนตัวของบ้านสีขาวหลังเล็ก ที่รายล้อมไปด้วยความบริสุทธิ์สดชื่นของสวนขนาดใหญ่ ความรู้สึกของผู้เขียนในวินาทีนั้นคล้ายว่าตัวเองคือหญิงสาวที่หลุดเข้ามาในภาพยนตร์สักเรื่องก็ว่าได้


บ้านเล็กกลางป่าใหญ่ นี่คงเป็นคำนิยามจากความรู้สึกของผู้เขียน ภายหลังที่ก้าวเข้ามายังอาณาบริเวณภายในของบ้านหลังนี้และเจ้าของไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคืออาจารย์อำนาจ คีตพรรณนา ซึ่งผู้อ่านเองคงรู้จักและได้ยินชื่อเสียงของท่านกันมาพอสมควร ไม่ว่าจะในนามของสถาปนิก หรือนักออกแบบแลนด์สเคปชื่อดังของเมืองไทย และยังเป็นผู้ก่อตั้ง Music Camp อีกด้วย  เราเดินทอดน่องเพลินเพลินกับธรรมชาติรอบด้านก่อนจะถูกเชื้อเชิญให้เข้าสู่ภายในบ้าน พร้อมการต้อนรับที่เป็นกันเองของอาจารย์ ก่อนที่ท่านจะเริ่มบทสนทนาย้อนไปถึงเรื่องราวของบ้านให้เราฟังว่า

“การออกแบบบ้านกับไลฟ์สไตล์ของผมค่อนข้างที่จะต่อเนื่องกัน ผมสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาเมื่อประมาณ 27 ปีก่อน โดยที่ดินผืนดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดมากว่า 60 ปี เดิมเป็นพื้นที่ลุ่ม จึงได้ทำการขุดดินมาถมส่วนที่จะปลูกสร้างบ้าน ฉะนั้นจึงเกิดบ่อน้ำขนาดใหญ่ขึ้น ผมเรียกที่นี่ว่าบ้านทับเลน


จะเห็นว่าพื้นที่โดยรอบห้อมล้อมด้วยสวนกึ่งอังกฤษกว่า 2 ไร่ เน้นเป็นพรรณไม้ที่หาง่าย ดูแลง่าย และราคาไม่แพง หลักการจัดวางง่ายๆ คือให้สวนมีลูกเล่นทางสายตาจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง แขกที่เข้ามาเยือนก็จะเกิดความเซอร์ไพรส์อยู่ตลอด” ผู้เขียนเองก็รู้สึกเช่นกันค่ะ เพราะนอกจากความสดชื่นที่ได้เห็นสิ่งสวยงามแล้ว ยังสามารถนั่งอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อเลยเลยทีเดียว


ตัวบ้านเลือกฉาบทาด้วยสีขาว ด้วยเหตุผลที่ว่าสามารถหยิบวางอะไรใส่เข้าไปก็ได้โดยที่ไม่รู้สึกแปลกแยก ผ่านมา 20 กว่าปี มีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป และบางอย่างที่ยังคงอยู่ บรรยากาศภายในเน้นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเพื่ออิสระในการจัดวาง ทุกชิ้นล้วนมากจากความชอบส่วนตัว บางชิ้นก็ออกแบบขึ้นเอง บางชิ้นก็เป็นของสะสม บางชิ้นก็ซื้อใหม่เมื่อไม่นาน บางชิ้นมีเรื่องราวมีประวัติ บางชิ้นแม้มูลค่าไม่สูงนัก แต่กลับมีมูลค่าทางจิตใจ เมื่อหยิบจับคราใดก็ชวนให้หวนระลึกถึงความทรงจำในช่วงชีวิตที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้นอาจารย์ยังได้เปิดบ้านของตนเพื่อถ่ายทอดแนวคิด ความรู้ในด้านต่างๆ ส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง ฉะนั้นที่นี้จึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีเดือนละ 1 ครั้ง บรรเลงโดยเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นนักร้อง นักเปียโนเก่งๆ ทั้งนี้ก็ได้มีการเชิญแขกผู้ใหญ่ให้เข้ามาร่วมฟังด้วย

จะเห็นว่าแทบทุกมุมของบ้าน สามารถมองออกไปเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพรรณไม้ที่อยู่ด้านนอก ที่คงไม่ต่างกับชีวิตที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน หลายอย่างถูกปรับให้เข้ากับกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน แต่นั้นคงไม่ใช่สาระสำคัญมากนัก เพราะการที่เจ้าของบ้านได้อยู่วงล้อมของสิ่งที่รัก ทั้งดนตรี ศิลปะ และธรรมชาติ จนสะท้อนออกมาเป็น “บ้าน” ที่พร้อมบอกเล่าเรื่องราวในช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้อย่างน่าประทับใจ


Host & Interior & Garden design : อาจารย์อำนาจ คีตพรรณนา