Jolly Cafe คาเฟ่สไตล์โรงนา กลางทุ่งหญ้ากว้าง โอบล้อมด้วยขุนเขา

0
390


Jolly Cafe คาเฟ่บรรยากาศโรงนา สะท้อนกลิ่นอายหมู่บ้าน
ในชนบทของอังกฤษได้อย่างมีเสน่ห์

สูดไอดิน ฟินกับไอหมอก อินไปกับความชุ่มฉ่ำของสายฝน ณ เขาค้อ จัดหวัดเพชรบูรณ์ หมุดหมายการเดินทางของเราในครานี้  นอกจากอากาศอันบริสุทธิ์ที่ให้เราได้อ้าแขนสูดรับกันอย่างเต็มปอดแล้ว สีเขียวของต้นไม้ ใบหญ้า บวกกับไอเย็นๆ ของละอองฝน ก็ทำให้เราปล่อยวางความทุกข์ทางใจลงได้ไม่น้อย และเขาค้อก็ไม่มีเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว หรือรีสอร์ทสวยๆ เท่านั้น แต่ยังมีคาเฟ่น่ารักชิคๆ ฝุดขึ้นมามากมาย

สำหรับ Jolly Cafe คือหนึ่งในคาเฟ่ที่ใครมีโอกาสมาเที่ยวเขาค้อ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ภาพของบ้านเล็กหลังสีขาว ที่ได้รับการออกแบบได้อย่างสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น บวกกับบรรยากาศสไตล์โรงนา แวดล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าให้ความละมุนตา สะท้อนถึงความอบอุ่น เรียบง่าย แฝงด้วยกลิ่นอายของหมู่บ้านในชนบทอังกฤษได้อย่างมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกจาก MAKE It POP Co.,Ltd.

สถาปนิกเล่าให้เราฟังถึงโจทย์ในการออกแบบ Jolly Cafe ว่าเดิมทีผู้เป็นเจ้าของมีที่ดินกว่า 500 กว่าไร่ จึงได้มีการวางแผนเขียนโคร่งร่างเพื่อดำเนินการพัฒนาที่ดินแต่ละส่วน โดยเริ่มจากดีไซน์ Natural Amphitheater แห่งแรกในไทย เพื่อเป็นสถานที่จัดงานคอนเสิร์ตกลางแจ้งขนาดใหญ่ เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี ก็ได้พัฒนาที่ดินด้านหน้าประมาณ 18 ไร่ต่อ โดยออกแบบให้เป็นทั้งคาเฟ่และร้านอาหาร เพื่อรองรับผู้มาร่วมในพื้นที่การจัดงานดังกล่าว จึงเกิดเป็น Jolly Cafe  แห่งนี้ขึ้น โดยเน้นว่าจะต้องเป็นพื้นที่ซึ่งทุกคนสามารถสัมผัสถึง Magic moment in a romantic place 

สำหรับคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ สถาปนิกเล่าต่อว่า “เริ่มจากตัวตนของผู้เป็นเจ้าของ ที่รักในที่ดินผืนนี้มาก และมีความคิดที่อยากให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความสวยงามของที่แห่งนี้เหมือนกับที่เขาได้มองเห็นในทุกวัน ทั้งนี้ตัวเจ้าของก็มีสไตล์ความชอบเป็นของตัวเองที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าสไตล์นั้นๆ เรียกว่าอะไร ทางทีมออกแบบจึงใช้เวลาอยู่ค่อนข้างนานหลายเดือน เพื่อทำความเข้าใจ และสานต่อโจทย์ความต้องการนั้นๆ โดยเริ่มศึกษาจากของสะสม รวมถึงสไตล์การตกแต่งบ้าน”

จนตกผลึกว่าสไตล์ที่เจ้าของชอบนั่นคือสถาปัตยกรรมแบบ “TUDOR COTTAGE” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ แต่สำหรับ Jolly Cafe นั้นต้องการให้มีอารมณ์เป็นคาเฟ่กลางทุ่งนา จึงใช้รูปแบบความเป็นบ้าน โรงนา ในชนบทอังกฤษยุคนั้น มาลดทอนรายละเอียด และปรับให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศของพื้นที่เขาค้อ

โดยเพิ่มปล่องระบายอากาศและความชื้น ทรงอาคารและหลังคาที่ปรับให้เตี้ยลงจากรูปแบบเดิม พร้อมปรับช่องหน้าต่างให้หลอกตาว่าอาคารดูสูงขึ้น อีกทั้งยังมีการนำแผ่นหลังคามาเป็นวัสดุกรุผนังทดแทนการก่ออิฐ หรือการใช้ไม้ที่มีราคาสูงกว่า ต่อมาภายหลังก็ได้มีการต่อเติมชาน และชายคาให้ยื่นออกออกไป ซึ่งทางทีมสถาปนิกได้ออกแบบเผื่อไว้แต่แรกว่าจะก่อสร้างต่อเติม หากมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น

ในส่วนของอาหารหลังอื่นๆ ยังคงเอกลักษณ์สไตล์คอทเทจไว้ ที่ให้รูปทรงแตกต่างกันออกไป โดยนำเอาประตู หน้าต่างไม้ หรือชิ้นส่วนบ้านเก่าของเจ้าของในพื้นที่อื่นที่รื้อถอน มาประกอบกันเป็นอาคารหลังใหม่ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งภายใน เป็นของสะสมกว่า 80% มีซื้อใหม่เพียงบางส่วนเท่านั้น

แม้รูปทรงของอาคารดูเหมือนจะออกแบบ ก่อสร้างง่ายดาย แต่แท้จริงแล้ว ได้ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างหนัก จนสะท้อนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของออกมาได้อย่างเด่นชัด เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายในก็ยิ่งชัดเจนขึ้น งดงามขึ้นตามความหลงใหลของผู้เป็นเจ้าของเอง เพราะเขาเองก็รักที่จะดูแลให้สวยอยู่เสมอ ทั้งนี้สถาปนิกยังทิ้งท้ายไว้อีกว่า “ถ้าออกแบบงานแค่ตามกระแส ไม่ใช่ตัวตนเจ้าของแล้วเมื่อใช้งานไปนานๆ ก็จะเริ่มมีการปรับเปลี่ยน หรือต่อเติมไปจนดูสับสนในที่สุด” สำหรับผู้ที่สนใจ Jolly Cafe  ตั้งอยู่ใน Jolly Land Starlight Amphitheater ในอำเภอเขาค้อ โทร 08-2393-5091 หรือ www.facebook.com/jollylandstarlightamphitheater


ขอบคุณข้อมูลจากสถาปนิกเมคอิทป๊อป คุณคมน์พฐ นิ่มนวล และคุณใยชมภู นาคประสิทธ์ออกแบบสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมภายใน โดยบริษัท เมคอิทป๊อป จำกัด 1188/25 สำโรงเหนือ อ.เมือง สมุทรปรการ โทร 06-1416-1564, 08-3006-2351
www.facebook.com/makeitpopstudio