Green Society กับ “5 เมืองสีเขียว” ที่ในชีวิตต้องไปให้ได้สักครั้ง

0
3688

Property of the week x Property Hub เพิ่งจบไปหมาดๆ กับงานสถาปนิก 62 ที่จัดขึ้นทุกปี ที่คราวนี้มากับแนวความคิดอย่าง “กรีน-อยู่-ดี” ที่ได้นำนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานเข้ากับการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม

ในปี 2019 และปีต่อไปนับจากนี้ไปจนถึงอนาคต เทรนด์รักษ์โลกจะเป็นที่พูดถึงและสามารถประยุกต์เพื่อใช้งานจริงได้ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ จนไปถึงบริบทของการจัดการทางด้านผังเมือง ซึ่งวันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee มี “5 เมืองสีเขียว” ที่เรียกได้ว่าถือเป็นที่สุดของ เมืองต้นแบบที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบให้เมืองอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน


Green Space


หลายคนคงคุ้นตาและเคยเห็นกันมาสักพักแล้วในช่วง 5 ปีก่อนหน้าที่มีการตื่นตัวในเรื่องของการจัดสรรพื้นที่สีเขียวภายในประเทศไทย ซึ่งจนถึงทุกวันนี้แนวคิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศเรานั้นยังคงถูกพัฒนาไปอย่างช้าๆ จนอาจเรียกได้ว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เราลองมองภาพกว้างเกี่ยวกับ Green Space หรือพื้นที่สีเขียวจากทั่วทุกมุมโลกกันบ้างว่าตอนนี้บ้านเมืองของเขาได้พัฒนาไปไกลแค่ไหนกันแล้ว เพราะหลายๆประเทศเชื่อว่าพื้นที่สีเขียวคืออนาคตในการผลักดันประเทศให้ก้าวเข้าสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง เพราะสุดท้ายแล้วทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่จะพยุงให้เราเดินหน้าเข้าสู่โลกแห่งอนาคตอย่างเต็มตัว

สำหรับพื้นที่สีเขียวถูกจำแนกออกด้วยกันหลายประเภท อย่างที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือ การปลูกต้นไม้บริเวณข้างทางนอกจากให้ความร่มรื่นแล้ว ยังช่วยลดปัญหาเรื่องมลพิษอีกด้วย และพื้นที่สีเขียวที่ถูกพบมากที่สุดถูกแบ่งส่วนให้อยู่ตามสวนสาธารณะของเมืองต่างๆ ซึ่งแต่ละเมืองจะมีการจัดการที่สอดคล้องกัน และวันนี้เราจะขอพาเพื่อนนักอ่านทุกท่านไปพบกับ “5 เมืองสีเขียว ที่ในชีวิตต้องไปให้ได้สักครั้ง” จะมีเมืองอะไรบ้างตามเข้ามาชมพร้อมกันได้เลยครับ


Singapore


สิ่งแรกที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มองเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ คืออะไร ต้องเท้าความย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างประเทศขึ้นมา เดิมทีประเทศนี้เป็นเกาะขนาดเล็กและค่อนข้างแห้งแล้ง มีพื้นที่สีเขียวน้อยที่สุดภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศทำให้มีการเตรียมการวางแผนแม่บทในการวางรูปแบบผังเมืองที่ทุกตารางเมตรต้องมีพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ จึงทำให้เกิดพื้นที่ Green Living มากมายจนกลายเป็นแหล่งทำเงินให้กับประเทศในเวลาต่อมา

พื้นที่สีเขียวในประเทสสิงคโปร์มีแนวความคิดทางการออกแบบว่า Green Living หรือธรรมชาติเพื่อการอยู่อาศัย เพราะถ้ามีธรรมชาติทุกอย่างจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระบบ ทั้งในเรื่องของระบบอุสาหรรมพลังงานไฟฟ้า คือน้ำและแรงลม รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนป่าไม้จะช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ จากแนวความคิดนี้เองจนถึงทุกวันนี้จำนวนพื้นที่สีเขียวในสิงคโปร์มีสัดส่วนมากถึง 99%


Songdo Korea


ถ้านับเมืองที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดที่สุดเมืองหนึ่งคงหนีไม่พ้น ซองโด ของประเทศเกาหลีใต้ เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง แต่ในอดีตกลับถูกมองข้ามมาตลอด จนไม่กี่ปีก่อนหน้ามีการเตรียมการที่จะพัฒนาเมืองภายในประเทศทั้งหมดให้สอดคล้องกับสภาพบริบทของภูมิภาคนั้นๆ

 

โดยการวางผังเมืองของเมืองซองโดในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาว โดยแบ่งพื้นที่สีเขียวออกเป็น 3 ส่วน คือบริเวณตรงกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีการขุดร่องน้ำเพื่อสร้าง Landscape ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ก่อนคั่นด้วยสิ่งปลูกสร้างอย่างอาคารสำนักงาน โรงแรม เป็นต้นฯ และพื้นที่สีเขียวอีก 2 ส่วนจะขนาบอยู่ด้านข้างฝั่งซ้ายและขวา

จากประเทศที่เคยบอบช้ำที่สุดในทวีปเอเชีย กลับกลายมาเป็นประเทศผู้นำอันดับหนึ่งทางด้านนวัตกรรม งานออกแบบเพื่ออนาคต เพราะด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นมารวมไปถึงวิสัยทัศน์ และการร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐ เอกชน และคนภายในประเทศ จึงผลักดันให้เมืองซองโดและประเทศเกาหลี กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเพียบพร้อมไปด้วยศักยภาพอย่างรอบด้าน


Amsterdam Netherlands


ถ้าพูดถึงประเทศที่สวยงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และอารยธรรมที่ยาวนานอย่างเมืองอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยสำหรับผู้ที่เคยมาเยือนต้องตกตะลึงกับมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติที่หลายล้อมอยู่รอบตัวที่ย่างก้าวอยู่ในเมือง

รูปแบบของผังเมืองเมืองอัมสเตอร์ดัมมีลักษณะคล้ายเกาะครึ่งวงกลม และมีคูคลองตัดผ่านตัวเมือง 156 แห่ง ทำให้ในอดีตแม่น้ำถือเป็นส่วนหนึ่งกับจิตวิญญาณของชาวเมือง ด้วยความที่ตัวเมืองเป็นเกาะและถูกรายล้อมไปด้วยแม่น้ำและทะเลสาบจึงทำให้มีบรรยากาศที่สวยงาม รวมถึงพืชพันธุ์มีการเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี

หรือถ้าคิดเฉลี่ยเป็นเปอร์เซนต์จะได้มากถึง 20.6% ของพื้นที่ทั้งเมือง ยกตัวอย่างพื้นที่สีเขียวเช่น  Park Frankendae, Westerpark, Oosterpark เป็นต้นฯ และจะเห็นได้ว่าพันธุ์ไม้ที่อยู่ภายในเมืองจะมีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่มและไม้ดอกที่เรียงรายตลอด 2 ฝั่งถนน ไม่เพียงเท่านั้นยังหลากหลายสีสรรค์ช่วยสร้างบรรยากาศให้เมืองอัมสเตอร์มีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งขึ้น


Vancouver Canada


แวนคูเวอร์ เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าเมืองแห่งนี้มีระบบการจัดการทางการศึกษาที่ดีมาตั้งแต่อดีต จึงทำให้ได้มีการประยุกต์ความรู้เหล่านั้นเพื่อมาก่อร่างสร้างเมืองให้เหมาะสมตามบริบทที่เป็นเกาะ มีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง อีกทั้งยังมีอุณหภูมิที่หนาวจัดตลอดทั้งปี

ในข้อเสียมีข้อดี เพราะเมืองแวนคูเวอร์มีขนาดเล็กและมีอุณหภูมิหนาวจัด ซึ่งหิมะจะตกหนักทุกๆ 15 วัน แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับชาวเมือง เพราะทุกคนมีการปรับตัวและเตรียมรับมือกับภัยพิษัติเหล่านี้อยู่เสมอ และสิ่งที่ดีที่เข้ามาทดแทนก็คือ ความสวยงามของธรรมชาติที่สามารถแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังงานทดแทน

พลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้งานทั้งหมดภายในเมืองนอกจากแผงโซล่าเซลล์ที่ได้รับพลังงานจากแสงแดดในช่วงกลางวันแล้ว น้ำจากทะเลสาบได้ถูกนำมาแปรรูปเพื่อการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมไฟฟ้า ในส่วนของธรรมชาติที่สวยงามวช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจนสร้างเม็ดเงินไหลเวียนจำนวนมากให้กับเมืองและประเทศแคนาดา ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นไฮไลท์คงหนีไม่พ้น Stanley Park เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่อันดับ 3 ของอเมริกาเหนือ โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานอย่างการออกกำลังกาย และเพื่อการท่องเที่ยว


London English


ลอนดอนถือเป็นเมืองต้นแบบในการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาจเรียกได้ไว้เป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพื้นที่สีเขียวของเมืองนี้ไม่เคยลดน้อยลงไปเลย ถึงจะมีการปลูกสร้างสาธารณูปโภคมากก็ตาม

เพราะรัฐบาลและประชาชนในเมืองมองเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่เขียว จึงทำให้เกิดการร่วมมืองที่จะดูแลรักษาให้พื้นที่สีเขียวนั้นคงอยู่ต่อไปได้ในอนาคต และถ้าลองวิเคราะห์จากบริบทการจัดวางผังเมืองของลอนดอนให้ถี่ถ้วนดูแล้ว จะพบว่าเมืองนี้ถูกล้อมไปด้วยป่า ในลักษณะวงกลม

มองภาพรวมและตัวอย่าง่ายๆว่าในเมืองลอนดอนมีหมู่บ้านอยู่ 100 หมู่บ้าน ในแต่ละหมู่บ้านจะต้องมีพื้นที่สีเขียว 1 ใน 3 หรือ 10-30% โดยที่พื้นที่สีเขียวเหล่านั้นจะอยู่บริเวณ 2 ข้างทางของถนน รวมไปถึงสนหย่อมเล็กๆตามหมู่บ้าน แต่ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือแต่ละบ้านมีการปลูกต้นไม้บริเวณรั้วบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศความร่มรื่นและสวยงาม


 

การวัดคุณภาพของการเจริญเติบโตภายในประเทศ ทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นเครื่องชี้วัดได้ในระดับหนึ่ง เพราะเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวมาก นั้นหมายถึงบุคลากรภายในประเทศสามารถจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติเหล่านั้นให้สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit:Data & Photo > clustercollaboration.eu, Global Link Asia Consulting, Global Restructuring Review, greenwich-park, kompasiana, Lubos Rojka Web Site, nea.gov.sg, Property Reporter, ShortCoursesPortal, steemit, Tourism Vancouver, ubc-internal, Vemaybaytnt