D.I.Y : จัดสวนแนวตั้ง เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ในพื้นที่แคบ

0
1117

[ DECOR OF THE WEEK : DECOR D.I.Y. ]

สัปดาห์นี้จะขอพาเพื่อนๆ ไปเติมอากาศบริสุทธิ์ด้วยเทคนิคการ ‘จัดสวนแนวตั้งในพื้นที่แคบ’ เพราะปัจจุบันขนาดของพื้นที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กลง การจะให้ไปจัดสวนย่อมในรอบตัวบ้านยิ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการจัดสวนแนวตั้งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์บวกกับเพิ่มความสดใสด้วยธรรมชาติสีเขียวให้กับพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยของเราได้อย่างลงตัว


สวนแนวตั้ง สำหรับพื้นที่แคบ


 

สวนแนวตั้ง (Vertical Garden) เป็นรูปแบบการจัดสวนแนวดิ่ง เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก เพราะการจัดสวนในลักษณะนี้จะเป็นการนำพันธุ์ไม้ติดกับผนังกำแพง หรือออกแบบในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ให้ขนานไปกับผนังกำแพงในลักษณะแนวดิ่ง ซึ่งจุดประสงค์หลักของการจัดสวนแนวดิ่ง คือการเพิ่มความเป็นธรรมชาติ บวกกับฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้กับพื้นที่ใช้งาน

สำหรับรูปแบบการจัดสวนแนวตั้งในพื้นที่แคบ สามารถทำเองได้อย่างง่ายดาย ตามขั้นตอนที่พวกเราทีมงาน Homedeedee นำมาฝากได้เลยครับ


เคลียร์ผนังสำหรับจัดสวนแนวตั้ง


 

เลือกผนังกำแพงที่เราจะนำสวนแนวตั้งเข้าไปใช้งาน โดยมีวิธีการเลือกคือ บริเวณผนังกำแพงต้องอยู่ในทิศทางที่แดดส่องถึง เพราะจะช่วยในเรื่องของการลดปัญหาของการอับชื้น และแนะนำให้เลือกผนังทาสี แทนที่จะใช้เป็นวัสดุอื่นปิดผิวเช่น วอลเปเปอร์, ลามิเนต และอื่นๆ เพราะผนังบริเวณที่จัดสวนแนวตั้งจะมีการรดน้ำอยู่สม่ำเสมอ อาจทำให้วัสดุปิดผิวบริเวณผนังดังกล่าวได้รับความเสียหาย


ติดโครงสร้างกับผนัง


 

เมื่อเลือกผนังกำแพงเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการติดตั้งโครงคร่าวสำหรับวางกระถางต้นไม้ สำหรับการติดตั้งสามารถทำได้สะดวก เพียงแค่ติดตั้งโครงคร่าวของสวนเข้ากับผนังกำแพง และเลือกวางตารางโครงสร้างให้มีระยะ 60 x 60 เซนติเมตร (หรือเลือกใช้ท่อพีวีซีขนาด 34 นิ้ว ข้อต่องอ 2 ทางและข้อต่อ 4 ทาง เพื่อเชื่อมท่อแต่ละชิ้นให้เป็นโครงสร้าง)

จากนั้นเลือกใช้แผ่นพลาสวู้ดหนาประมาณ 12 มิลลิเมตร ยึดด้วยสกรูหรือตะปู เข้ากับโครงคร่าวเหล็กที่เตรียมไว้เพื่อรองพื้นสำหรับการยึดกระถางใส่ต้นไม้ให้อยู่ในแนวตั้งตามที่ได้ออกแบบไว้


ใช้ผ้าและแผ่นพลาสติกกันน้ำ


 

เมื่อติดตั้งโครงสร้างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ให้นำแผ่นพลาสติก หรือ แผ่น PVC ติดลงในโครงสร้าง เพราะวัสดุเหล่านี้จะทำหน้าที่ดูดซับน้ำเอาไว้เป็นแหล่งอาหารให้ต้นไม้ อีกทั้งยังสามารถใช้วัสดุประเภท พรม, ผ้าสักหลาด นำเข้าไปติดประมาณ 2 ชั้น ที่โครงโดยตรงด้วยนอตสกรู หรือแมกซ์สแตนเลสเย็บผ้าใบ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและกั้นน้ำและความชื้นได้ดียิ่งขึ้น


ติดตั้งระบบให้น้ำอัตโนมัติ


 

การติดตั้งระบบให้น้ำมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี 

ให้น้ำแบบลดด้วยตัวเอง : เลือกใช้ท่อพีวีซีขนาดประมาณ 1 นิ้ว มาเจาะรู้เพื่อให้น้ำไหลผ่าน ต่อเข้ากับวาล์วน้ำควบคุมการเปิดปิดและตัวกรองต่อเข้ากับโครงหลัก เพิ่มหัวฉีดปุ๋ยที่วาล์วให้ท่อพีวีซี เพื่อให้ปุ๋ยละลายรวมมากับน้ำหยดในท่อหลัก

ระบบไฮโดรโพนิกส์ (Hydroponics) : สำหรับคนเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลา แนะนำให้ติดตั้งระบบไฮโดรโพนิกส์  เพราะจะช่วยให้น้ำอยู่สม่ำเสมอ บวกกับเราสามารถคำนวณเวลาเองได้ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของพันธุ์ไม้ให้ดูสดใสอยู่ตลอดเวลา


จัดวางกระถางสำหรับเพาะปลูก


 

เมื่อติดตั้งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาถึงขั้นตอนการดีไซน์กระถางของสวนแนวตั้งในสไตล์ที่เป็นตัวเอง โดยสามารถเลือกจัดวางกระถางได้หลายรูปแบบ โดยเลือกวางตำแหน่งของพืชพันธุ์ที่ไม่มีรากใบยามากนักให้อยู่ในระยะไม่เกิน 60 เซนติเมตรจากผนังกำแพง

สำหรับพันธุ์ไม้ที่เหมาะสำหรับการจัดสวนแนวตั้ง คือ พืชประเภทคลุมดิน ไม้เลื้อยหรือไม้แขวนประดับ ขึ้นอยู่กับแสงแดดและความชื้น พันธุ์ไม้ที่ทนต่อแสงแดดได้ดี คือ หลิวใบ, ซุ้มกระต่ายด่าง, ริบบิ้นเขียวและหัวใจสีม่วง เป็นต้นฯ ส่วนพันธุ์ไม้เหมาะสำหรับพื้นที่ในร่ม ได้แก่ เฟิร์น, พลูด่าง, ก้ามปูหลุด และควรเป็นต้นไม้โตช้า ที่สามารถปรับตัวในที่ชื้นได้ดี


การดูแลรักษา


 

ควรลดน้ำอย่างสม่ำเสมอ และคอยสังเกตจดบันทึกเวลาความถี่ตามวินาทีของหยดน้ำเพื่อให้เหมาะสมกับต้นไม้ของเรา เช่น ตั้งอัตราน้ำหยดไว้ที่ 3-6 ครั้ง ในช่วงเวลา 10-15 วินาที ที่สำคัญควรหมุ่นตรวจสอบระบบการให้น้ำอยู่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้ต้นไม้ขาดน้ำ หรือการรั่วซึม


แนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับจัดสวนแนวตั้ง


 

ผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นแบรนด์สินค้าที่จัดจำหน่าย และรับติดตั้งสวนแนวตั้งครบวงจร ซึ่งแต่ละแบรนด์สินค้าล้วนเป็นของคนไทย ทำให้มั่นใจในความเชี่ยวชาญทั้งในเรื่องของ การติดตั้ง การเลือกพันธุ์ไม้ รวมไปถึงการคำนวณสภาพอากาศ จึงทำให้มั่นใจว่าสวนแนวตั้งที่เรานำไปตกแต่งในที่พักอาศัยของเราจะสวยงามตลอดเวลา


 

‘สวนแนวตั้ง’ ถือเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่จำกัด เพราะการเลือก D.I.Y. สวนแนวตั้งด้วยตัวเอง สามารถทำได้สะดวก บวกกับปัจจุบันมีนวัตกรรมการรดน้ำแบบอัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาและขั้นตอนที่ยุ่งยากสำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลรักษา

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit Image > AshleyHomesOhio, etsy, welcomemyblog, crateandbarrel, farmerlife, growup.green, GutterGarden, icreatived, interiordesign, jossandmain, khonlukbaan