Design Trends ส่องไอเดียแต่งบ้านสุดปัง…แบบไม่ตกเทรนด์ !!!

0
Photo by : Naksomrit Studio

ผ่านพ้นต้นปีมาอย่างหนักหน่วง หลายคนก็เริ่มสร้างสมดุลให้กับชีวิตทั้งเรื่องงาน และการจัดสรรชีวิตส่วนตัว และสำหรับคนที่รักการแต่งบ้านก็มักสร้างความสุขง่ายๆ ด้วยการลุกขึ้นมาเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนสไตล์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านใหม่ก็ตาม ซึ่งในแต่ปีก็มักมีเทรนด์การแต่งบ้านใหม่ๆ ที่เหล่านักออกแบบต่างคาดการณ์ว่าจะเป็นไปได้มากที่สุดมาให้เราอัพเดทกันอยู่เสมอ  สำหรับใครที่ไม่อยากเอาท์ !!! และกำลังมองหาทริคแต่งบ้านอยู่ละก็ ตามไปดูกันในบทความกันเลย

 


Minimalism น้อยแต่มาก


แม้จะผ่านมากี่ยุคสมัยแต่การแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่เรื่อยมา ด้วยเพราะความเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ตามคำนิยาม “น้อยแต่มาก” ที่สามารถแต่งตามและเข้าถึงได้ง่าย ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1960

Credit by : www.artsy.net

ศิลปะแนวมินิมอลิสม์ได้เกิดขึ้นจากความเบื่อหน่ายของกระแสศิลปะแบบ Abstract expressionism (ศิลปะแบบสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรม) ที่ถือกำเนิดในนิวยอร์ก ในช่วงปี 1940 -1950 โดยเป็นการสาดสาดสีสัน สะบัดแปรงลงในงานเพื่อสะท้อนถึงอารมณ์ความรู้สึกของศิลปิน ด้วยความรุนแรงและฉับพลัน

หลังสงครามโลกครังที่ 2 เป็นต้นมา แนวคิดของเหล่าศิลปินได้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับเหตุการณ์ ณ ขณะนั้น โดยได้ตัดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป จากการคาดแคลนในวัตถุดิบ และความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ

หากเป็นงานตกแต่งก็จะเน้นเฟอร์นิเจอร์เพียงน้อยชิ้นที่จำเป็นเท่านั้น หรือหากเป็นงานสถาปัตยกรรมก็จะเน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนตามปรัชญาเซน รวมถึงการเลือกใช้สีโมโนโทน (Monotone) หรือสีเอิร์ธโทน (Earth Tones) รวมไปถึงการนำวัสดุธรรรมชาติอย่างไม้ และหินอ่อนมาใช้ในงานออกแบบ


Credit by : www.trouva.com

Wicker Furniture เฟอร์นิเจอร์เครื่องจักสาน


จากกระแสรักษ์โลกที่จุดประกายให้ผู้คนทั่วโลกต่างหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจังมากขึ้น ทำให้เห็นว่าแทบทุกวงการต่างให้ความร่วมมือกันอย่างหนัก ไม่เว้นแม้กระทั่งในแวดวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านต่างก็ให้ความสำคัญกับสินค้า Eco ไม่ต่างกัน

Credit by : www.hunker.com

โดยเฉพาะงานจักสานซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านมีประวัติความเป็นมายาวนานมากตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยการต้นพบของทีมนักโบราณคดี เมื่อ 4,000 ปีก่อน ได้มีการนำกิ่งไม้มาสอดขัดกันในแบบง่ายๆ เป็นภาชนะสำหรับใส่อาหาร และเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ

เฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ (Credit by : www.houseandgarden.co.uk)

เฟอร์นิเจอร์จากหวาย (Credit by : construction2style.com)

ปัจจุบันเครื่องจักสานได้ถูกพัฒนาให้มีความประณีตมากขึ้น ด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่ หวาย กก ใบมะพร้าว เป็นต้น โดยประยุกต์ให้เกิดความร่วมสมัยและมีเอกลักษณ์มากขึ้นไม่ว่าจะงานสถาปัตยกรม งานตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะ เก้าอี้ เลาจน์แชร์ หรือของแต่งบ้านอื่นๆก็ตาม

Credit by : www.us.maisonsdumonde.com

Credit by : www.lansfast.se

โดยเฉพาะโคมไฟจักสานไม้ไผ่  อีกหนึ่งของแต่งบ้านภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีทั้งรูปทรงสุ่มปลา และโคมไฟสุ่มไก่ นอกจากความสวยงามที่เป็นธรรมชาติแล้วยังช่วยให้แสงสว่างลอดผ่านได้อย่างนุ่มนวล และยังสร้างเอฟเฟกต์แสงที่สวยงามให้แก่ที่อยู่อาศัยเป็นอย่างดี


Credit by : The Mellow Pillow Hotel

การกลับมาของสไตล์ Mid – Century Modern


ในช่วงที่ผ่านหลายคนคงคุ้นหูกับสไตล์ Mid – Century Modern กันอยู่บ่อยครั้ง แต่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความหมายอย่างถ่องแท้ ต้องบอกก่อนว่า Mid – Century Modern เป็นงานดีไซน์ที่เกิดขึ้นหลายแขนงในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1945-1980 จากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังได้อิทธิพลจากสไตล์เบาเฮาส์ (Bauhaus) ที่มีเอกลักษณ์ในการออกแบบที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา โดยได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

Credit by : www.dwell.com

ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมาจึงเป็นจุดกำเนิดของสไตล์ Mid – Century Modern และด้วยความขาดแคลนวัตถุดิบอย่างที่กล่าวมา ทำให้เหล่าดีไซเนอร์นักออกแบบในแวดวงการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ตาม ต่างลดทอนเส้นสายและสีสันที่ไม่จำเป็นเหลือไว้ซึ่งความเรียบง่าย ชัดเจน ตรงไปตรงมา ผ่านเส้นสายเรขาคณิตที่เข้าถึงง่ายไม่ซับซ้อน

Credit by : insidexterior

ปัจจุบันสไตล์ Mid – Century Modern ก็ได้ถูกนำมาสร้างสรรค์ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ไม่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่สไตล์นี้ยังถูกนำไปประยกุต์ในการออกแบบตกแต่งโรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร ฯลฯ โดยได้ปรับให้มีความโมเดิร์นแฝงด้วยกลิ่นอายความคลาสสิกเอาไว้อย่างงดาม


www.anthropologie.com

เสกห้องให้ว้าว…ด้วยวอลเปเปอร์


วอลเปเปอร์ติดผนัง เป็นวัสดุปิดผิวที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 16 โดยชาวยุโรปยุคกลาง ที่ได้นำเอากระดาษเหลือใช้จากการพิมพ์วรรณกรรม มาแทนการใช้ผ้าทอมาปิดลงบนผนัง ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง ด้วยราคาที่สูงทำให้คนบางกลุ่มไม่สามารถซื้อหาเป็นเจ้าของได้

Credit by : www.etsy.com

สำหรับวอลเปเปอร์ติดผนังได้เริ่มขึ้นด้วยการพิมพ์ด้วยหมึกคาร์บอน โดยเริ่มจากการใช้แม่แบบไม้ ก่อนที่การพิมพ์ลายวอลเปเปอร์จะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 18 เครื่องพิมพ์ลายวอลเปเปอร์ได้สร้างความสำเร็จในด้านความหลากหลายซึ่งสามารถพิมพ์ลวดลายที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์สวยงาม

Credit by : houseandhome.com

ในปัจจุบันวอลเปเปอร์ได้พัฒนาให้เลือกมากมายตามสไตล์ที่แตกต่าง ทั้งสีสัน ลวดลาย ดีไซน์ และประเภทการใช้งาน วอลเปเปอร์นั้นผลิตจากวัสดุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ไวนิล พีวีซี ฯลฯ ให้เลือกตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องของการใช้งาน ทั้งยังติดตั้งและทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะสำหรับงานตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร สำนักงาน คอนโด คาเฟ่ ร้านอาหาร ฯลฯ