RENOVATE : เปลี่ยนพื้นที่เปล่าบนดาดฟ้า ให้กลายเป็นบ้านหลังเล็กในสไตล์โมเดิร์น

0
888

[ DECOR OF THE WEEK : DECOR RENOVATE ]

สำหรับบทความ Decor Renovate ของเราในสัปดาห์นี้ จะพาไปทำความรู้จักกับสถาปัตยกรรมขนาดเล็กบนพื้นที่แคบ กับการออกแบบบ้านพักอาศัยขนาดเล็กบนดาดฟ้า ซึ่งเป็นโปรเจคที่น่าสนใจและมีพลังในงานสร้างสรรค์ค่อนข้างมาก ผ่านทีมงานสถาปนิกจาก WARchitect.design กับโปรเจค ‘The HACHI Skyscape’ 


เปลี่ยนดาดฟ้า ให้กลายเป็นบ้าน


The HACHI Skyscape เป็นบ้านพักขนาด 150 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของอพาร์ทเมนต์สูง 5 ชั้น ภายในซอย ลาดพร้าวซอย 3 เดิมทีพื้นที่เดิมบริเวณดาดฟ้านี้ ใช้สำหรับเก็บแทงค์น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของผู้พักอาศัยภายในอพาร์ทเมนต์ ก่อนที่เจ้าของจะมองเห็นว่าพื้นที่ส่วนนี้น่าจะใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแค่วางแทงค์น้ำ จึงทำให้เกิดเป็นโปรเจค Private House อย่าง The HACHI Skyscape ขึ้นมา


บ้านหลังเล็กสไตล์โมเดิร์น


ทางทีมงานสถาปนิกจาก WARchitect.design ได้รับโจทย์รวมไปถึงมองเห็นสภาพของบริบทโดยรอบที่มีความน่าสนใจ จึงได้แนวความคิดในงานดีไซน์ให้บ้านหลังนี้ คือการ ‘ออกแบบให้อาคารไม่ใช่อาคาร ‘ ไม่ให้รู้สึกถึงรูปแบบของฟอร์มตายตัว แต่ใช้เส้นเพื่อแบ่งขอบเขตที่ว่าง โดยมีฟังก์ชันทั้งหมด 6 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น, ห้องรับประทานอาหาร, ห้องนอน, สวนกลางอาคาร, ห้องครัว และห้องน้ำ

สำหรับการออกแบบดึงกลิ่นอายความเรียบง่ายในสไตล์ Japanese Modern House เข้ามาใช้ โดยคุมโทนด้วยวัสดุประเภทไม้ตัดกับคอนกรีต และเพิ่มบรรยากาศโดยรอบด้วยการเลือกใช้ต้นไม้ใหญ่ในการช่วยบังสายตาจากอาคารโดยรอบ และดีไซน์ตัวบ้านให้เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแนวยาวตอนเดียว ทำให้สามารถมองเห็นด้านข้างและด้านหลังได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ภาพรวมดูแปลกและขัดแย้งกับอพาร์ทเมนต์ด้านล่างมากเกินไป จึงมีการออกแบบให้บ้านหลังนี้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

1. ห้องนั่งเล่น : เน้นเปิดโล่งเพื่อให้สามารถรับบรรยากาศภายนอกอาคารได้ รวมถึงเพื่อเพิ่มอากาศหมุนเวียนให้กับตัวบ้าน และที่สำคัญเป็นพื้นที่ส่วนกลางเพื่อเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆภายในบ้าน ซึ่งพื้นที่นี้เองถือเป็นไฮไลท์และพื้นที่ส่วนกลางของตัวบ้าน ที่ถูกใช้งานมากที่สุด

ดังนั้นการเลือกเปิด Space ภายในตัวบ้านด้วยผนังกระจกใส ถือเป็นการเปิดรับบรรยากาศจากภายนอกอาคาร รวมไปถึงแสงสว่าง ทำให้สามารถประหยัดพลังงานการใช้ไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าในทางกลับกันสำหรับอาคารที่อยู่สูงขนาดนี้จะมีปัญหากับทิศทางของแสงแดดหรือไม่ สำหรับ The HACHI Skyscape ไม่มีผลกระทบเพราะได้มีการดีไซน์ตัวหลังคาให้ยื่นออกมาเพื่อบดบังแสงแดดที่จะตกกระทบ

2. ส่วนทานอาหาร : เป็นพื้นที่ที่ถูกจัดสรรให้อยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับห้องนั่งเล่น โดยไม่ได้มีการสร้าง Partition หรือกำแพงเพื่อแบ่งขอบเขตการใช้งาน แต่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นตัวกำหนดระยะใช้งานแทน ทำให้ลดความอึดอัดระหว่างพื้นที่ลง

และที่สำคัญการจัดวางฟังก์ชันการใช้งานในลักษณะนี้ เป็นเทคนิคการออกแบบในพื้นที่จำกัด เพื่อให้มีประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด ซึ่งเราจะเห็นการจัดวางหรือออกแบบการใช้งานในรูปแบบนี้ได้ภายในที่พักอาศัยของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างน้อย ดังนั้นฟังก์ชันการใช้งานทุกพื้นที่ต้องสามารถใช้งานอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

3. ห้องนอน : สำหรับพื้นที่ในส่วนนี้จะถูกแบ่งขอบเขตการใช้งานระหว่างพื้นที่ส่วนอื่นๆ แต่จะถูกรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่นในลักษณะของ Open Plan ที่มีเพียงฉากกั้นระหว่างพื้นที่เอาไว้ และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าบริเวณฉากกั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น มีการซ่อนบานกระจกสไลด์เอาไว้ในผนัง ซึ่งเป็นกระจกที่มีขนาดบางและย้ายรางเลื่อนไปไว้ด้านบน เพื่อลดปัญหาการเดินสะดุดอีกทั้งช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบสวยงาม

แน่นอนว่าห้องนอนต้องเป็นพื้นที่ ที่สามารถพักผ่อนได้อย่างผ่อนคลาย ถึงบ้านพักจะมีขนาดเพียง 150 ตารางเมตร แต่การแบ่งสัดส่วนที่ดี ทำให้พื้นที่ของห้องนอนมีขนาดกว้างมากที่สุด สามารถวางเตียงนอนขนาด 6 ฟุตได้ โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับจัดฟังก์ชันอื่นๆ เช่นมุมอ่านหนังสือ หรือจัดเป็นโต๊ะทำงาน ฯลฯ

4. สวนกลางอาคาร : ถูกแบ่งสัดส่วนขึ้นมาเพื่อสร้างลูกเล่นให้กับตัวบ้าน อีกทางหนึ่งเป็นทั้งทางเชื่อม และตัวแบ่งระยะระหว่างห้องน้ำและห้องครัวออกจากกัน  ซึ่งพื้นที่นี้เองถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มีการดึงรูปแบบการจัดสวนแบบเซนของญี่ปุ่นเข้ามาใช้

5. ห้องครัว : จัดวางฟังก์ชันอย่างเรียบง่ายในรูปแบบของครัวตัวแอล ที่เน้นบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดติดกับผนัง เพื่อให้มีพื้นที่การใช้งานเพิ่มมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นยังมีพื้นที่ใช้งานตรงกลางอยู่ในระยะมาตรฐาน คือ 80 cm. ทำให้ใช้งานได้สะดวก

6. ห้องน้ำ : มีขนาดเท่ากับห้องครัว ภายในมีการออกแบบและแบ่งสัดส่วนการใช้งานระหว่างส่วนเปียก ส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน โดยภายในเลือกใช้ประตูบานเลื่อนกระจกทั้งหมดเพื่อประหยัดเนื้อที่และคำถามที่ตามมาคือความเป็นส่วนตัวในการมองเห็นจากภายนอก ซึ่งทางทีมสถาปนิกได้ออกแบบให้ส่วนของห้องน้ำอยู่ตรงกลาง โดยใช้ผนังของพื้นที่อื่นภายในอาคารเป็นตัวบดบัง ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่ปิดไปโดยปริยาย

สำหรับการเลือกใช้วัสดุของตัวอาคารทั้งหมด 100% คือไม้ ทั้งพื้น, ผนังและโครงสร้างหลังคา ที่เลือกใช้ไม้เพราะนอกจากให้อารมณ์ความรู้สึกอบอุ่นและให้กลิ่นอายในสไตล์ japanese modern house แล้ว ด้วยคุณสมบัติหลักของไม้เองที่มีเสน่ห์ความสวยงามอยู่ในตัว บวกกับความแข็งแรงทนทานและมีอายุการใช้งานได้อย่างยาวนาน


 

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

( Thank you : WARchitect.design / Rungkit Charoenwat )