The Village Farm คาเฟ่พิงภูเขาที่ใช้ผักออแกนิกปลูกเองไว้เสิร์ฟแทนความห่วงใยให้ลูกค้าทุกคน

0

เดินทางกลับสู่วิถีของชีวิตออแกนิค ไปในฟาร์มเฮ้าส์รูปทรงโมเดิร์น บนพื้นที่พิงภูเขา กว้างใหญ่สุดสายตา ปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูให้ใจเป็นอิสระจากความเครียด และร่างกายปราศจากสารเคมี

ไม่ไกลจากตัวเมืองกาญฯ บนเส้นทางกาญจนบุรี-ไทรโยค Village Farm to café ค่าเฟ่ต์ไม้สนสีน้ำตาลที่วางตัวเองอย่างโดดเด่นอยู่หน้าทิวเขาที่เกิดขึ้นจากแนวคิดสีเขียว ที่ต้องการเติมความออแกนิคให้กับชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนในปัจจุบัน ที่ต้องทำงานอยู่กับความเครียด ให้เข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น ด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตของฟาร์มด้านหลัง  ที่ทางร้านปลูกเองแบบปลอดสารเคมี มาเสิร์ฟขึ้นบนโต๊ะอาหารให้ลูกค้าได้ลิ้มลองกัน

ดีไซน์ของตัวร้านทั้งหมดออกแบบโดย คุณปราโมทย์ กลมพันธุ์ทิพย์ เจ้าของร้าน ที่ใช้โครงสร้างสไตล์ Modern เป็นตัวอาคารหลังคาหน้าจั่วที่มีทรงสูง เหมือนโรงนาในแถบในแถบตะวันตก เพื่อสื่อถึงชีวิตอบอุ่น เรียบง่าย ทำการเกษตรในชนบท ตัวร้านมีอาคารทั้งหมด 5 หลัง ซึ่งมาจากสมาชิกครอบครัวของคุณปราโมทที่มีกัน 5 คน โดยทั้งหมดเรียงกันเป็นเหมือนหมู่บ้านฟาร์มเมอร์ เพื่อให้คล้องกับคำว่า “The Village” ในชื่อร้าน

“ แนวคิดของที่นี่ เราอยากเน้นเรื่องของ Organic living การมีสุขภาพที่ดี ด้วยการปรุงอาหารจากปลูกผักปลอดสาร และอยู่ท่ามกลางความเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เลยออกแบบคอนเซ็ปต์ออกมาลงตัวกันที่สไตล์โรงนา ที่มีกลิ่นอายของความเป็นชนบท ถ้าคนเมืองมาเที่ยวก็จะได้สัมผัสกลิ่นอายชนบท ลืมความยุ่งเหยิงของชีวิตในเมือง แล้วเข้าสู่โหมดพักผ่อนแบบเต็มที่ ”

ภายในออกแบบเป็นโถงสูง มีบรรยากาศอบอุ่นแบบ cozy  ด้วยการคุมสี Earth tone จากไม้สนที่นำเข้าจากแคนาดาใช้เป็นโครงสร้างหลักประกอบกับเฟอร์นิเจอร์ภายในเน้นรูปทรงที่เรียบง่าย โดยเป็นไม้ที่มีสีไปในทางเดียวกันกับตัวร้าน บางชิ้นมีการใช้ไม้หวาย เพื่อเพิ่มอารมณ์แบบเป็นกันเองเหมือนอยู่บ้าน

ทั้งสองฝั่งผนังของตัวอาคารกรุกระจกใสเพื่อให้เกิดความรู้สึกโปร่ง สบาย ทั้งยังเป็นการดึงธรรมชาติภายนอกเข้ามาในตัวร้าน ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างจากธรรมชาติ และทิวทัศน์ของต้นหลิว และหญ้าน้ำพุ ที่ไหวตามลมไปมาได้ ตลอดจนวิวแบบพาโนรามา ของแหล่งน้ำตัดกับภูเขาที่ทอดตัวยาวอยู่ด้านนอกได้ เพื่อให้รับรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่รายล้อมตัวร้านอย่าง แม้นั่งอยู่ด้านใน ซึ่งช่วยความรู้สึกต่อโครงสร้างที่เป็นทรงเรขาคณิตของตัวร้านดูอ่อนนุ่มขึ้น

Cactus หลายร้อยต้นวางอยู่ทั่วทุกมุมของร้านไม่ส่าจะเป็นบนโต๊ะ เคาน์เตอร์ หรือมุมกระจก เพื่อให้เกิดพื้นที่สีเขียวภายใน โดยแต่ละต้นมีรูปทรงที่แตกต่างกันจึงช่วยเพิ่มรายละเอียดเล็กๆให้มีมิติทางสายตามากขึ้น โดยจะสังเกตได้ว่าทุกต้นมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีพนักงานคอยดูแลใส่น้ำ ให้ปุ๋ยเป็นประจำ สะท้อนถึงความใส่ใจของเจ้าของร้าน และพนักงานทุกคนได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้วมีการนำดอกสแตติสแห้งสีม่วงอมชมพูเข้ามาเพื่อเพิ่มสีสัน ให้ดูสดใสยิ่งขึ้น

สำหรับเมนูอาหาร และขนม ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบส่งตรงมาจากฟาร์มของทางร้าน อย่างเช่นเมนูขนม Signature “เต่าปังลุยสวน” ขนมปังไส้เมล่อนลาวาเสิร์ฟอุ่นๆ พร้อมกับไอศครีมเมล่อนรสละมุนเปรี้ยวอมหวาน ก็ใช้เมล่อนที่ส่งตรงมาจากฟาร์มหลังร้านลงสู่ โดยในอนาคตยังมีแผนจะปลูกฟักทองญี่ปุ่น เบเบี้แครอบ ข้าวโพดสีม่วง เพื่อเติมเต็มอาหารในแนวคิดเพื่อสุขภาพให้ลูกค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของเครื่องดื่ม ทางร้านตั้งใจต่ออาการเพื่อสุขภาพด้วยน้ำผักผลไม้ที่ไม่เติมน้ำตาล ที่จะช่วยให้คนที่ทานผักยาก ทานได้ง่ายขึ้น โดยจะใช้เครื่องสกัดเย็นที่สามารถสามารถคงสารอาหาร และวิตามินเอาไว้ได้มากกว่าการสกัดร้อน รวมไปถึงชา ก็ใช้กรรมวิธีสกัดเย็นเช่นกัน เพราะจะทำให้มีสารคาเฟอีน และเทนนีนในชาต่ำลงกว่าปกติ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพได้เป็นอย่างดี