เปลี่ยนพื้นที่พังๆจากน้ำท่วม ให้เป็นสวนป่าสีเขียวไว้เยียวยาใจ

0
748

แสงแดดส่องผ่านใบไม้ จากใบใหญ่สู่ใบเล็ก ลงมากระทบผิวเพียงรำไร ต้นไม้นานาพรรณขึ้นแน่นขนัด เหมือนเป็นกำแพงที่ปกป้องผู้อยู่อาศัย จากโลกอันวุ่นวายภายนอก เสียงจอแจของสังคมเมืองถูกแทนที่ด้วยเสียงน้ำตก ไอเย็นจากความชื้นที่ต้นไม้พร้อมใจมอบให้แก่เรา ผ่านใบสีเขียว ราวกับที่แห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ

จากพื้นที่สวนเดิมกว่า 200 ตร.ม. ถูกทำลายจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 จนเสียหายอย่างหนัก ทำให้คุณน็อต  ณัฐพล เจียมบุรเศรษฐ์ เจ้าของบ้านถือโอกาสนี้รีโนเวทสวนใหม่โดยจำลองชีวภาพของป่าเขตร้อนชื้นที่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปีอย่าง Tropical Rain Forest เพื่อใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนประจำบ้านสำหรับครอบครัว ซึ่งก็ได้คุณบดินทร์ ปี่เสนาะ นักจัดสวนป่าฝีมือดีมารับหน้าที่ออกแบบให้สวนแห่งนี้มบรรยากาศแบบสวนป่าที่เต็มไปด้วยพรรณไม้เขตร้อน ไม่ผลัดใบ โดยมีพระเอกคือเฟิร์นหลากหลายสายพันธุ์ ที่ต่างกำลังแผ่กิ่ง ผลิใบ ปกคลุมพื้นที่ให้เขียวขจีอย่างเป็นธรรมชาติ เติมเต็มสวนแห่งนี้ให้ดูอุดมสมบูรณ์เสมือนกับว่าเราได้เดินลึกเข้าไปในป่าฝนจริงๆ

“ ตัวผมก็เป็นคนชอบน้ำตกกับป่าอยู่แล้วครับ จึงให้โจทย์กับทางนักจัดสวนว่าอยากได้สวนที่ชุ่มชื้น และมีบ่อน้ำรอบๆ บ้าน ที่สามารถมองจากในบ้านแล้วเห็นสวนกับน้ำตก ได้เก้าสิบองศา จึงออกแบบให้ทิศทางของน้ำตก และลำธารลัดเลาะ ไปกับมุมบ้าน และเปลี่ยนจากหน้าต่างเป็นกระจกขนาดใหญ่ เพื่อดึงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้าน ” คุณน็อตเล่า

นักจัดสวนใช้หินฟองน้ำหลายขนาดมาจัดวางริมน้ำตก ด้วยคุณสมบัติของหินฟองน้ำที่โปร่ง สามารถกักเก็บความชื้นและธาตุอาหารได้ดี เหมาะที่จะใช้ปลูกเหล่ามอสบริเวณน้ำตก และใช้เฟิร์นกนกนารี ปกคลุมผิวดิน แทนการปลูกหญ้า เพราะขนาดที่สามารถสูงได้ถึง 20 เซนติเมตร และรูปทรงเป็นเกล็ด มีแฉกเลื้อยแปลกตาของเฟิร์นกนกนารีช่วยให้พื้นของสวนดูมีเลเยอร์ ไม่เรียบแบน และใช้ใบรูปทรงขนนกของทรีเฟิร์นออสเตรเลีย ที่ปลูกอยู่ริมลำธาร ช่วยให้สวนดูอ่อนนุ่ม ทอนความแข็งของ Hardscape

ในส่วนต้นไม้ใหญ่หลายต้นที่มีอยู่ก่อนแล้ว เป็นโจทย์อีกหนึ่งข้อที่ทางคุณน็อตต้องการเก็บเอาไว้ เนื่องจากต้นไม้เหล่านี้มีคุณค่าทางความทรงจำสำหรับคนในครอบครัว อย่างเช่นต้น สาละ ต้นจิกน้ำของคุณพ่อ คอยให้ร่มเงาแก่ต้นไม้เล็กๆ ที่นำมาปลูกใหม่อย่างพืชตระกูลเฟิร์นไม่ให้โดนแสงแดดมากจนเกินไป

ด้านงาน Hardscape ใช้วัสดุเป็นไม้ และหินเป็นหลักเพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ สะพานข้ามลำธารที่มาจากไม้หมอนรองรถไฟ แผ่นหินขนาดใหญ่วางเรียง เป็นแนวทางเดินล้อไปกับลำธารที่นำเราเข้าไปสู่ศาลาไม้ในสวนที่เป็นจุดพักผ่อนให้คุณน็อต และสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวได้เข้ามาพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยในทุกเวลา

ความชุ่มชื้นคือหัวใจที่หล่อเลี้ยงให้สวนแห่งนี้คงความสมบูรณ์ การดูแลควรรดน้ำให้ทั่วถึงรอบโคนต้น จนชุ่มถึงใบ ให้น้ำได้ชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดตามใบ เพื่อให้ต้นไม้สามารถดูดซับน้ำ และสังเคราะห์แสงได้ดียิ่งขึ้น และหมั่นรดน้ำทั้งในช่วงเช้า ก่อนเที่ยง และเย็น โดยในช่วงเย็นควรรดก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพื่อที่ว่าแสงจะช่วยระเหยน้ำค้างให้แห้ง ไม่ให้เกิดความชื้นสะสม ที่อาจทำให้ต้นไม้เน่าได้ ในฤดูฝน และฤดูหนาวควรให้น้ำลดลง เหลือวันละ 1 ครั้ง หรือสองวันครั้งก็เพียงพอ

“ สวนป่าฝน เราไม่จำเป็นต้องไปตัดแต่งเขา แต่เราอย่าลืมที่จะเอาใจใส่เขาเพื่อที่ว่าเขาจะได้คงความเขียวขจีไว้ตลอดเวลา ซึ่งเวลาที่ผม หรือคุณพ่อคุณแม่ ได้เข้ามารดน้ำ เข้ามาเก็บกวาด สวนนี้ก็เหมือนเพื่อนที่คอยเยียวยาร่ายกาย และใจที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน และเขายัง ป้องป้องเราจากไอร้อน ฝุ่นควัน มลพิษ จากการจราจรที่แออัดภายนอก ”

เจ้าของบ้านกับเหล่าต้นไม้ในสวนได้ผูกเกี่ยวความสัมพันธ์ไว้แบบเพื่อน ที่ต่างก็ดูแลและพึ่งพากันและกัน เมื่อต้นไม้ได้รับการดูแล ก็จะสร้างทิวทัศน์แบบป่าฝนที่เขียวขจีตลอดทั้งปีภายในสวน ที่ไม่เพียงแต่ชวนทำให้สบายตาและเยีวยาจิตใจให้ผ่อนคลาย แต่ยังทำหน้าที่กรองอากาศให้บ้านให้สะอาดสดชื่นอยู่เสมอเป็นการตอบแทน ไม่ต่างจากเพื่อนแท้ที่คอยซับพอร์ตกันอยู่เสมอ