บ้าน ‘รางวัลของชีวิต’ จากชีวิตห้องแถวปรับเปลี่ยนสู่บ้าน Modern Contemporary ดีไซน์พื้นที่แห่งความสุขเพื่อทุกคนในครอบครัว

เปิดบ้านสวยสไตลฺคอนเทมขนาด 500 ตารางเมตร 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ สระว่ายน้ำกับสวนสวยบนที่ดินสามไร่

ออกแบบความสุขทุกจังหวะการพักอาศัยอย่างอิสระตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ใน ‘บ้าน’ ของครอบครัว


 

จากนิยามหนึ่งที่กล่าวกันว่า ‘บ้าน’ คือ ‘รางวัลของชีวิต’ เป็นผลผลิตจากความเหนื่อยยากตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านพ้นเลยไป เปรียบได้ดั่งความสำเร็จอีกขั้นที่เติมเต็มให้ชีวิตสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม นั่นทำให้ยามได้ฟังคำบอกเล่าจาก พ.อ.ประวิทย์ โภคสวัสดิ์ ถึงจุดเริ่มต้นของบ้านทรงโมเดิร์นหลังสวย ภายในอาณาเขตกว้างขวางที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีหลังนี้ ยิ่งเป็นส่วนเน้นย้ำ และฉายชัดถึงความหมายดั่งข้อความในข้างต้น

“ตั้งแต่เกิดผมอยู่ห้องแถวมาตลอด(ยิ้ม) ล่าสุดอยู่ในเมืองมีคลินิกอยู่ด้วย พอลูกๆ โตกันหมดแล้ว ก็เริ่มคิดว่าอยากจะสร้างบ้าน แล้วต้องเป็นบ้านที่อยู่นอกเมือง” จุดประกายความคิดแรกเริ่มของคุณหมอประวิทย์ ที่ต้องการขยับขยายพื้นที่การพักอาศัยของครอบครัวออกสู่ชานเมือง จึงใช้ที่ดินแปลงเก่าของครอบครัวปลูกสร้างบ้าน ซึ่งกลายมาเป็นศูนย์รวมของทุกคน

หลังมองหาบริษัทรับสร้างบ้านจากหลายหลายที่ ผ่านการหาข้อมูล พูดคุย เปรียบเทียบ จึงได้ Royal House บริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ในการสรรค์สร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพให้กับผู้คนมายาวนานกว่า 30 ปี  มารับหน้าที่ปลูกสร้าง หลังการหารือ ถึงความต้องการ จึงเริ่มเขียนแปลนขึ้นจากรูปแบบบ้านของ Royal House ดีไซน์ปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวอย่างสูงสุด เกิดเป็นบ้านขนาด 500 ตร.ม. ภายใต้อาณาบริเวณกว่า 3 ไร่ 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ ที่บรรจุไว้ด้วยทุกช่วงเวลาดีๆ ของทุกคนในครอบครัว

“พอคิดจะสร้างบ้าน ผมคุยกับหลายบริษัททั่วประเทศเลย พูดคุย เปรียบเทียบเยอะมาก แต่ Royal House เป็นบริษัทเดียวที่รู้สึกได้ถึงความเป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่ว่าจะระหว่างการสอบถามพูดคุยรายละเอียดกันหลายครั้งกับทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจจริงๆ หรือระหว่างหน้างานจะมีวิศวกรมาตรวจสอบ คุมงาน แล้วทุกขั้นตอนค่อนข้างตรงไปตรงมา และซื่อตรงจริงๆ เช่นว่า เราเห็นเขาทุบ ก็ถามว่าทุบทำไม เขาก็บอกว่ามันไม่ถูก ต้องแก้ไข ซึ่งจริงๆ เราไม่รู้หรอก ไปเจอไม่ดีปล่อยผ่านไปก็ได้ แต่เขาไม่ปล่อยให้หลุดเลย ซึ่งหลายๆ อย่างตรงนี้ผมมองว่าอย่างนี้แหละที่ไว้ใจได้” คุณหมอประวิทย์เล่าถึงจุดเริ่มการตัดสินใจ และความประทับใจที่ได้จาก Royal House ให้เราฟัง

ซึ่งการวางโจทย์ในการออกแบบ หลักๆ เลยคือห้องนอนต้องครบจำนวนคนในครอบครัว มี walk in closet ที่จอดรถ และที่เก็บของต้องเพียงพอ รวมไปถึงพื้นที่สำหรับทำสวนด้วยตัวเอง และอาคารสำหรับจัดเก็บเครื่องมือโดยเฉพาะ ซึ่ง Royal House ออกแบบมาได้ตรงใจทุกส่วน

การออกแบบตัวบ้านใช้สไตล์โมเดิร์น คอนเทมโพรารี สีเอิร์ธโทนสบายตา เน้นสีเทา ขาว และน้ำตาล ให้ความรู้สึกร่วมสมัย ห้อมล้อมไปกับสวน และการจัดวางพันธุ์ไม้รอบบริเวณ เชื่อมโยงตัวบ้านเข้ากับไลฟ์ไสตล์ชีวิต บริเวณบานหน้าต่างชั้นล่าง ดีไซน์ลูกกรงเหล็กแบบแบน ใช้สีดำเพื่อเพิ่มมิติมุมมองให้กับบ้าน ซึ่งเป็นการเสริมเกราะสร้างความปลอดภัยให้บ้านได้อีกชั้น

การปลูกสร้างบ้านหลังนี้ผ่านการคิดคำนวณถึงทิศทางแสงแดด ลม และออกแบบให้บ้านตอบรับกับการประหยัดพลังงานอย่างสูงสุด คุณหมอเลือกพื้นที่ฝั่งทิศตะวันออกของตัวบ้านสร้างสระว่ายน้ำ เพื่อให้เมื่อบ่ายคล้อยไป สาม-สี่โมงเย็นจะเป็นเวลาที่สามารถมาว่ายน้ำในสระได้แบบไม่ร้อน ซึ่งช่วงเย็นลูกสาวจะพาหลานๆ มาวิ่งเล่นใช้เวลาร่วมกันที่บ้าน อีกทั้งการวางแปลนของห้องต่างๆ ยังคำนึงถึงการเลี่ยงหลบแดด เช่น ห้องครัวกลางจะไม่ร้อนเพราะมีห้องน้ำกันความร้อนไว้ให้ หรือห้องนอนแม่บ้าน ที่จะมีห้องรีดผ้ามาช่วยเป็นปราการด่านหน้า และมีการใส่กระจกสองชั้นในด้านทิศตะวันตกของบ้าน  รวมไปถึงการติดตั้ง Solar Bath ที่ทำให้บ้านหลังนี้ไม่ต้องติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น

ผ่านสนามหญ้ากว้างขวาง เป็นบ้านชั้นเดียวในส่วนหน้าของพี่สาว และโถงจอดรถที่รองรับสมาชิกครอบครัวใหญ่ได้อย่างเพียงพอ ซึ่งส่วนนี้เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ให้กับสถาปนิก คุณหมอเล่าว่าเพราะบ้านเดิมมีปัญหาในเรื่องที่จอด บ้านหลังใหม่จึงจะต้องแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดีที่สุด เข้ามาสู่ภายในบ้าน ตกแต่งเป็นสไตล์คอนเทมโพรารี โดยได้บริษัทรับออกแบบ Oriental Tawa มาทำหน้าที่ดีไซน์ส่วนผสมทุกมุมมอง เกิดเป็นความสวยงามลงตัวของบ้านหลังนี้

“เรื่องการตกแต่ง ตอนแรกเราไม่รู้ว่าเราชอบอะไร แต่เรารู้ว่าไม่ชอบอะไร(ขำ) เราไม่ชอบงานหลุยส์ ไม่อยากได้สไตล์ไทยๆ ไม่เอาวินเทจ เราก็บอกอินทีเรียไปแบบนี้ เขาก็ดีไซน์มาให้เราเลือก อยากได้เป็นโทนสีเรียบๆ เทา น้ำตาล เพราะถ้าเป็นสีสันจะเบื่อง่าย แล้วผมรู้สึกว่าสีเอิร์ธโทนผ่านไปกี่ปีก็ยังรู้สึกเหมือนใหม่อยู่เหมือนเดิม”

ส่วนหน้าของบ้าน จัดสรรพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน ปิดกั้นส่วนห้องรับแขกสร้างความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่อื่นๆ ภายในบ้าน โดดเด่นต้อนรับผู้มาเยือนด้วยภาพปักผ้าครอสติสของครอบครัวผืนใหญ่ จากฝีมือของ คุณปอย พัชราวไล โภคสวัสดิ์ ผู้เป็นภรรยาที่ใช้เวลาปักถึง 2 ปี พร้อมด้วยมุมเครื่องดนตรีชิ้นโปรดของคุณหมอที่หยิบยกมาจากบ้านเก่า ออกแบบดีไซน์พื้นที่เจาะช่องผนังสำหรับจัดวางเปียโนไฟฟ้าโดยเฉพาะ ผนังสองฝั่งด้านข้าง เก็บซ่อนสายตาจากบรรดาข้าวของ รวมถึงรูปภาพไว้ด้วยตู้บานกระจก ที่สวยงาม กลมกลืนไปกับการตกแต่งโดยรวม

การใช้งานภายใน เน้นการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ด้วยฉากกั้นระหว่างส่วนครัวฝรั่ง และส่วนทานอาหาร เพิ่มมิติของเส้นสายภายในด้วยฝ้าหลุมซ่อนงานไลท์ติ้ง พร้อมออกแบบตู้โชว์บิลท์อินจัดโชว์ของสะสมที่ได้จากการเดินทางท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ซึ่งบริเวณนี้ปรับเปลี่ยนจากแบบที่แต่เดิมเป็นส่วนปิดทึบ ออกแบบให้สามารถเปิดออกสู่สวนด้านนอกได้ ทั้งยังเชื่อมโยงมุมมองสายตาจากภายในสู่ความร่มรื่นด้านนอกได้เป็นอย่างดี

ตรงข้ามกัน คือห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ตั้งวางโซฟาผ้าทรงตัว U เป็นเสมือนศูนย์รวมพลของบ้านที่คุณหมอ และหลานๆ จะมาใช้เวลาอยู่ภายในห้องนี้ พูดคุย ดูทีวีร่วมกัน และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังห้องฟิตเนสด้านหลังได้อีกด้วย

อีกหนึ่งพื้นที่ที่คุณหมอใช้เวลาอยู่เยอะที่สุดรองจากห้องนั่งเล่นคือส่วนครัวกลาง ออกแบบบิลท์อินเข้ากับตู้เย็น และเครื่องชงกาแฟ ช่วงสายของวันคุณหมอ และคุณปอยจะใช้พื้นที่ส่วนนี้นั่งดื่มกาแฟ หรือเคลียร์งานที่คั่งค้างไปในตัว การตกแต่งเพิ่มมิติมุมมองด้วยผนังกระจก ที่จะสังเกตเห็นว่ามีอยู่เกือบทุกส่วนของบ้าน เพื่อให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น ไม่เป็นซอกหลืบเล็กๆ ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดนั่นเอง

ก้าวขึ้นบันไดไม้สักมายังชั้น 2 ของบ้าน ที่มีห้องนอนด้วยกัน 4 ห้อง และห้องซัพพลายเล็กๆ สำหรับแม่บ้านไว้ใช้ตระเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือในการทำความสะอาดโดยเฉพาะ โดยโถงทางเดินกลางออกแบบเป็นส่วนนั่งเล่นเล็กๆ ด้วยเก้าอี้บุผ้า เพิ่มเรื่องราวให้พื้นที่ไม่โล่งว่าง เชื่อมต่อไปยังส่วนหน้าบ้าน ออกแบบเป็นโต๊ะทำงานของคุณหมอบริเวณหน้าห้องลูกสาว และชั้นหิ้งพระ เรียกได้ว่าใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

ห้องนอนแต่ละห้องเน้นเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน เฉกเช่นห้องของลูกสาว เบรกความดิบแข็ง ด้วยคิ้วบัว ให้ความรู้สึกอ่อนหวานขึ้นกว่าเคย สอดรับกับผู้เป็นเจ้าของห้อง อีกทั้งยังได้ผนังกระจกที่ไม่เพียงช่วยสร้างมิติ แต่ยังเพิ่มความหรูหราให้ห้องอีกด้วย

อีกหนึ่งห้องคือ ห้องนอนของลูกชายที่อยู่ด้านทิศตะวันตก ติดกระจกสองชั้นทำให้ห้องเย็นสบาย ด้านนอกได้ความสูงใหญ่จากมะฮอกกานีช่วยให้ร่มเงา กันความร้อนเข้ามาสู่ภายใน ตกแต่งเน้นโทน เข้ม ขรึม ด้วยสีเทาดำ เข้ากับคาแรกเตอร์ความเป็นชายหนุ่ม

บริเวณโดยรอบตัวบ้านชุ่มชื่นสบายตาไปด้วยสีเขียวจากต้นไม้หลากหลายฟอร์ม ทั้งต้นแคนาสูงใหญ่ ต้นประดู่ ลูกหยี อินทนิลน้ำ คอร์เดีย ทองกาว ไปจนถึงพวงคราม พร้อมด้วยศาลานั่งเล่นแสนร่มรื่นและเป็นส่วนตัว ซ่อนสายตาจากส่วนอื่นๆ

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของการจัดสรรพื้นที่นั่นคือ สวนทำเอง มีเรือนกระจกเป็นโรงเพาะเพื่อกันแมลง คุณหมอเล่าระหว่างพาชมสวนว่าไม่นานนี้เพิ่งย้ายองุ่นที่เคยปลูกด้านนอกเข้ามาเพื่อปฐมพยาบาล ซึ่งเลี้ยงเพราะใจรัก และอยากเห็นลูกของมัน ด้านข้างกันเป็นผืนดินสำหรับสวนครัว หรือที่คุณหมอนิยามสั้นๆ กับเราว่า ‘ปลูกไปเรื่อย’ เพราะที่นี่มีพืชพรรณหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ลที่เพาะจากเมล็ด หม่อนไต้หวัน มะเขือเทศ ทับทิม มะม่วงหาวมะนาวโห่ ข้าวโพด กาแฟ หรือ มะม่วง ซึ่งต้นไม้ที่สามารถโตใหญ่ทุกต้นจะถูกจำกัดการโต เพื่อให้ควบคุมฟอร์มได้ง่าย และไม่ไปบดบังแดดคนอื่น เรียกได้ว่าบริเวณนี้เป็นส่วนที่คุณหมอจะมาใช้เวลา 1 ชั่วโมงในทุกๆ เช้าอยู่กับมันอย่างมีความสุข

ก่อนจะลากัน เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังจากบ้านหลังใหญ่ที่ใส่เติมตัวตนและการใช้ชีวิตของครอบครัวเอาไว้ในทุกพื้นที่หลังนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ ผ่านการใช้งานและใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลามากว่า 5 ปี คุณหมอประวิทย์ยิ้ม ก่อนจะบอกกับเราสั้นๆ ว่า มันคือความดีใจ สบายใจ และใช้ชีวิตอยู่ได้แบบสบายตรงใจที่สุด พร้อมกับทิ้งท้ายถึงนิยามคำว่าบ้านในแบบฉบับของ สามี คุณพ่อ และคุณตาของหลานๆ เอาไว้ว่า “สำหรับผม บ้านคือที่ๆ อยู่แล้วต้องสุขสบายใจ มีครอบครัวอยู่ครบ เย็นๆ มีเด็กๆ มาวิ่งเล่น ขี่จักรยาน เล่นน้ำกันอย่างที่เราตั้งใจ ปลูกต้นไม้อะไรก็ได้ที่อยากปลูก ทำอะไรก็ได้ที่ชอบอย่างเป็นอิสระได้ในพื้นที่ของเรา”

 

เครดิตการตกแต่ง : Oriental Tawa

เครดิตผลงานสร้างบ้าน : บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด
เว็บไซต์ : http://www.royalhouse.co.th
เบอร์โทรศัพท์ : 02-459-4646