Home office บ้าน ออฟฟิศ และจุดเริ่มต้นของคำว่า “ครอบครัว” ในบ้านปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์

0

การออกแบบบ้าน และออฟฟิศให้อยู่บนพื้นที่เดียวกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวให้ครบครันได้นั้นถือเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการจัดสรรสเปซบนพื้นที่ที่จำกัดให้สามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายและไม่จำกัดให้รวมอยู่ด้วยกันได้ ย่อมเกิดขึ้นจากการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้พื้นที่ร่วมกัน เฉกเช่นบ้านทรงแปลกแหวกแนวหลังนี้ ที่แบ่งสรรปันสว่นให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว และพื้นที่ส่วนทำงานไปพร้อมๆกัน ความสนุกจากการแก้ปัญหาในเรื่องพื้นที่จำกัดเริ่มต้นขึ้นโดยคุณปิติ เพชรดำ แห่ง Pilaster Studio Design ผู้เป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของผลงานการออกแบบโฮมออฟฟิศหลังนี้ทั้งหมด ที่ได้แบ่งแยกและหลอมรวมทุกความต้องการมาจัดสรรในพื้นที่เดียวกันอย่างลงตัว

หากจัดวางพื้นที่ไม่ดีความเป็นส่วนตัวของครอบครัวก็จะหายไป การแบ่งให้ชัดเจนว่าจะใช้พื้นที่ใดร่วมกัน และพื้นที่ใดแยกจากกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต่อยอดสูการออกแบบบ้านทรงกล่องสีขาวสะอาดตา แม้ภายนอกดูคล้ายว่าจะธรรมดา แต่ภายในนั้นยากจะคาดเดาถึงการตกแต่งยิ่งนัก คุณปิติเล่าว่า “เมื่อประมาณ 4 ปีก่อนเดิมผมเช่าพื้นที่ทำออฟฟิศอยู่ แต่เนื่องจากว่ากำลังจะมีลูก เลยคิดว่าจะซื้อบ้านมือสองมารีโนเวทเป็นโฮมออฟฟิศ พอดีว่ามีที่ดินตรงนี้อยู่พอดี ประกอบกับกำลังมีถนนตัดผ่าน เลยเลือกพื้นที่นี้ในการสร้างออฟฟิศ และบ้านที่มีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นครับ”

ความประทับใจตั้งแต่แรกเห็ฯบ้าน คือสิ่งที่คุณปิติได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นนั่นคือ การสร้างพื้นที่รอบข้างให้บ้านหลังนี้สะดุดตาผู้มาเยี่ยมเยียนทั้งลูกค้า พนักงาน ญาติ และเพื่อนฝูง แต่ไม่ลืมที่จะการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน ตั้งแต่การแยกทางเข้าบ้าน และทางเข้าออฟฟิศให้แยกออกจากกัน เพื่อการใช้งานให้ตรงวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้รบกวนพื้นที่ใช้งานของกันและกัน

 

บันไดปูนเปลือยถูกใช้เป็นจุดแรกที่แบ่งแยกการสัญจรนำทางไปยังส่วนทำงานที่เป็นออฟฟิศ Pilaster Studio Design ได้ทันที บวกกกับได้สร้างบ่อบัวระหว่างทางขึ้นและ-ลงบันไดนอกบ้าน เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้รู้สึกผ่อนคลายและล้อไปกับตัวบ้าน ซึ่งไม่ว่าลูกค้าและพนักงานจะสัญจรที่บริเวณนี้ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเข้าไปในบ้านที่เป็นที่พักผ่อนส่วนตัว จึงทำให้ไม่รบกวนการใช้งานกัน

แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ที่เป็นหน้าแคบ และยาว รวมถึงถูกบังคับให้หันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ จึงต้องลงรายละเอียดที่ลึกซึ้งตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง เพื่อให้ได้บ้าน และออฟฟิศตามความต้องการ สำหรับการจัดสรรพื้นที่คุณปิติเลือกให้ความสำคัญกับพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำงานอย่างละ 50% โดยเลือกให้ออฟฟิศอยู่เป็นด่านหน้า และที่อยู่อาศัยอยู่ลึกไปข้างในเพื่อความเป็นส่วนตัว มีการแบ่งพื้นที่กันอย่างชัดเจน เชื่อมต่อเพียงแค่ครัวชั้นล่างที่อยู่ใจกลางบ้านเท่านั้น นอกจากนี้ยังอาศัยทิศทางของบ้านที่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของลมมาใช้ประโยชน์ให้บ้านมีอากาศที่โปร่งโล่ง เย็นสบายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศอีกด้วย

คุณปิติเล่าว่าในการออกแบบโครงสร้างมีการแก้ไขแบบอยู่ 3 ครั้ง โดยได้วางตำแหน่งของงานระบบทั้งไฟ น้ำประปา และเครื่องปรับอากาศไว้ตั้งแต่แรก ในส่วนของโครงสร้างดูภายนอกอาจจะเหมือนเป็นแค่บ้านทรงกล่องธรรมดา แต่เมื่อเข้ามาภายในจะเห็นว่าบ้านมีการเล่นระดับของพื้น และเพดาน ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนชั้น และความสูงของทั้ง 2 ส่วนที่ไม่เท่ากัน

“เราต้องการให้ส่วนออฟฟิศมีสเปซที่สูงเพราะว่าเราตั้งใจจะบรรจุคนจำนวนมาก พอคนอยู่มากๆ หากพื้นที่เตี้ยเกินไปจะทำให้รู้สึกไม่สบาย นอกจากนี้ในออฟฟิศก็จะมีชั้นลอยเผื่อไว้เล่นเกมส์ หรือผ่อนคลายหลังจากการทำงาน แต่ทีนี้พอส่วนออฟฟิศมีสูงมาแล้ว ส่วนของบ้านด้านหลังก็ต้องสูงตาม แล้วด้วยออฟฟิศมีความสูง 1 ชั้นครึ่ง มีชั้นลอย แต่บ้านเราตั้งใจจะทำเป็น 2 ชั้น ทำให้ตรงนี้ต้องเขยิบตามขึ้นไป เพราะถ้าไม่เท่ากันจะเป็นบ้านหลังหัก ในทางฮวงจุ้ยมีความหมายไม่ดี และในทางการออกแบบคือ พื้นที่ทั้ง 2 ส่วนนี้มีหลังคาชิ้นเดียวกัน แล้วก็การที่มีเลเยอร์ที่ต่างกันแบบนี้จะทำให้การถ่ายเทอากาศ จากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน ประกอบกับการเปิดช่องรอบด้านจะทำให้อากาศมีความโฟลวมากยิ่งขึ้น ตอนแรกที่ผมออกแบบตรงนี้ไว้ก็คือตรงช่องกลางบ้านจะยาวติดกันเลยนะครับ แล้วผมมาคิดอีกทีว่าถ้าเกิดว่าเราได้หน้าต่างทั้ง 2 ฝั่งก็จะยิ่งเพิ่มการระบายอากาศได้ดีขึ้น ก็เลยยอมเสียพื้นที่ตรงนี้ เพื่อที่จะได้อากาศ ได้ลม ได้แสงแดดครับ” คุณปิติเล่า

ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของบ้านนี้เป็นผลมาจากข้อจำกัดของการร่นระยะพื้นที่ เนื่องจากส่วนของตัวบ้านที่มีหน้าต่างจะต้องร่นระยะจากขอบที่ดินมา 2 เมตร และในด้านที่เป็นกำแพงทึบจะร่นระยะมาแค่ 1 เมตร จากกฎหมายข้อนี้ทำให้บ้านมีลักษณะเฉพาะ เป็นช่อง และมีการเว้าส่วนหน้าต่างเข้ามา ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความสวยงามเท่านั้น แต่ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานก็ส่งผลให้บ้านได้รับลม และแสงธรรมชาติได้มาก

ในส่วนของการตกแต่งภายในเน้นการตกแต่งในสไตล์ Modern Loft และ Rustic ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของทางคุณปิติ อีกทั้งยังเป็นเหตุผลว่าหากผู้รับเหมาเก็บงานไม่เรียบร้อยก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้อยู่ วัสดุหลักที่เลือกใช้จะเน้นการใช้อิฐ ปูน และไม้ สำหรับส่วนออฟฟิศจะเน้นการตกแต่งที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาได้มากที่สุด เพื่อการออกแบบงานที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยใช้หน้าต่างทรงกลมวางตรงกันในช่วงด้านหน้า และด้านหลัง ในส่วนของห้องประชุมออกแบบให้อยู่บริเวณหน้าบ้านเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานน้อย หากต้องรับความร้อนจากทิศใต้ในปริมาณมากก็ไม่เป็นปัญหาต่อการทำงาน

พื้นที่รอบบ้านออกแบบให้เป็นพื้นที่สวนเล็กๆ โดยมีประธานเป็นบ่อบัวที่จัดวางไว้ทั้งด้านหน้า และด้านหลังบ้าน ปูพื้นด้วยต้นใบต่างเหรียญแทนการปลูกหญ้า เพื่อความง่ายในการดูแล ปลูกไม้ใหญ่อย่างต้นจำปี และต้นโมกไว้หน้าบ้าน ส่วนหลังบ้านปลูกต้นขนุนตามตำรา  คุณปิติเลือกพรรณไม้ที่ง่ายต่อการดูแลเป็นหลัก เนื่องจากในตอนนี้ไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลต้นไม้ที่มีความละเอียดอ่อนมากๆ

การออกแบบบ้านหลังนี้จึงเปรียบเหมือนกับการออกแบบจัดวางชีวิตที่สร้างสมดุลระหว่างงาน และครอบครัวได้เป็นอย่างดี ความสำคัญของบ้านหลังนี้จึงไม่ใช่แค่คุณปิติที่เป็นคนยึดโยงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคุณฐานิดา ลูกสาว และเพื่อนร่วมงานที่เป็นสิ่งเชื่อมโยงพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว บนพื้นที่ว่างระหว่างกัน และกัน

 


 

Architect & Interior Designer : Pilaster Studio Design
Host : คุณปิติ – คุณฐานิดา เพชรดำ