English Cottage House การเติบโตของชีวิตเริ่มต้นที่ “บ้าน”

0
6850

ไม่เพียงการตกแต่งเท่านั้นที่สรรค์สร้างบรรยากาศแสนอบอุ่นให้บ้านสไตล์ English Cottage หลังนี้ หากแต่ยังมีการออกแบบที่สร้างมาเพื่อให้ลูกได้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ที่แสดงถึงความรัก และเอาใจใส่จากพ่อ และแม่

หากลองย้อนนึกถึงวันเก่าๆ ตลอดเส้นทางการเติบโตที่เราได้ก้าวผ่านมา เชื่อว่าบ้าน น่าจะเป็นอีกสถานที่ ที่ครองพื้นที่ในความทรงจำของเรามากที่สุดเป็นแน่ เพราะที่แห่งนี้เราได้วิ่งเล่น ร้องไห้ หัวเราะ เรียนรู้ กระทั่งแย่งของเล่นกับพี่น้องภาพเหล่านี้ต่างล้วนอยู่ในความทรงจำ แม้วันนี้ตัวเราจะโตมากขึ้นแค่ไหนก็ตามอาจจะยังชัดเจน หรือเลือนรางไปบ้างตามวันเวลาที่หมุนผ่าน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนอยู่เสมอคือความรัก ของพ่อกับแม่ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่ตรงนี้เพื่อให้เราได้เติบโตมาอย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้

เช่นเดียวกันกับคุณแตน ธันยวดี วะสีนนท์ เธอเชื่อว่า ช่วงเวลาที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของชีวิตมนุษย์ คือช่วงวัยเด็กที่ยังไร้เดียงสา การเติบโตของลูกนั้น เมื่อผ่านไปแล้ว จะไม่มีวันย้อนคืนกลับมาได้อีก เพราะสิ่งที่เด็กๆ ได้เรียนรู้ไม่เพียงเป็นความทรงจำเท่านั้น หากยังเป็นสิ่งที่ เป็นช่วงเวลาแห่งการหล่อหลอมและซึมซับ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาไปตลอดชีวิต เด็กๆ จะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบใดขึ้นอยู่กับช่วงวัยนี้

ภายในบ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ที่ได้สองสถาปนิก อย่างคุณแคท ภควดี พะหุโล  และคุณปุ้ย อัษฎาวุฒิ วัฒนะโสภาคย์ จาก 8 Interior Architect มาเป็นผู้ออกแบบ โดยเลือกใช้โทนสี Pastel ด้วยการผสมสีขาวเข้าไป เพื่อเชื่อมโยงไปด้วยกันกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน เพื่อสร้างความละมุนทางสายตา และอ่อนโยน แบบบ้านสไตล์ English Cottage ที่คุณแตนชื่นชอบ

“ พี่อยากให้ห้องนี้มีสีสันเยอะๆ เลยมีโคมไฟลูกโป่ง และวอลเปเปอร์ที่เป็นสีสัน เด็กควรอยู่กับสีสัน เพราะเด็กจะมีจินตนาการ โดยอยากให้มีห้องหนึ่งที่เขาได้มาใช้เล่น เลอะ ได้เต็มที่ มีความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่มีที่สิ้นสุด อยากแปะ อะไรก็แปะ อยากเล่นอะไรก็เล่น มีลิ้นชักเก็บของเล่นสีต่างกัน ที่เขาสามารถเปิดปิดเองได้ไม่ยาก เพื่อฝึกความรับผิดชอบ และเป็นระเบียบเมื่อเขาเล่นเสร็จแล้ว และให้เขารู้จักแยกประเภทของสิ่งของต่างๆ”

ส่วนชั้นสอง คุณแตนเตรียมห้องนอนไว้สำหรับลูกทั้งสองให้มีห้องส่วนตัว ผนังทั้งผืนเป็นภาพหมู่ดาวต่างๆ ที่วาดโดยนักกราฟิตี้ อย่างคุณฝ้าย ฟ้าวลัย ศิริสมพล ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ความพิเศษที่ซ่อนไว้จะสามารถปรากฏขึ้นได้ยามที่ห้องมืด ในเวลากลางคืน ที่หมู่ดาวต่างๆ จะสามารถเรืองแสง เหมือนได้ท่องไปใน galaxy เพื่อเรียนรู้ชื่อ และตำแหน่งการเรียงตัวของดวงดาวด้วยตัวเอง

นอกจากนั้นสถาปนิกจึงมีการออกแบบพื้นที่เก็บหนังสือที่มีอยู่ในทุกส่วนของบ้าน เพื่อให้สามารถหยิบได้ง่าย  เพราะด้วยนิสัยรักการอ่านของคุณแตนที่ส่งผ่านมาถึงลูกทั้งสอง ที่เธออ่านหนังสือให้ฟังมาตั้งแต่แรกเกิด

“ ทุกคืนตั้งแต่ เขาเกิดมา พี่ชอบอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง ทั้งภาษาอังกฤษ และไทย บางครั้งก็ให้เขาไปเลือกนิทานที่เขาต้องการ และผลัดให้เขาเล่าให้พี่ฟังบ้าง แล้วบางทีก็อ่านแบบไม่มีหนังสือ คือผลัดกันเล่าคนละประโยคต่อเรื่องกันไป เขาก็จะสนุก ชอบเรื่องราวที่เราช่วยกันแต่ง เขาจะกลายเป็นคนรักการอ่าน และมีจินตนาการ ”

นอกเหนือจากการอ่านหนังสือ ระบายสี และเล่นของเล่นแล้ว พื้นที่ภายนอกเป็นสนามหญ้า เป็นพื้นที่ให้น้องแพตตี้ และพีตั้นได้มาวิ่งเล่น และช่วยคุณพ่อทำสวน ดูแลต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ เป็นสร้างบทบาทให้เด็กๆ ได้มีหน้าที่รับผิดชอบในบ้าน และให้สมาชิกในครอบครัวได้มีกิจกรรมร่วมกัน  เป็นการส่งเสริมพัฒนาการ ให้เขารู้จักหน้าที่ และเขาจะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง เพราะคุณแตนเชื่อว่าเวลาที่เธอ ได้มีเวลาอยู่กับลูกๆ นั้นกับสำคัญที่สุด

“ บ้านเป็นที่ ที่ทุกคนเหนื่อยแค่ไหน ก็กลับมา เป็นที่ที่สุดท้ายทุกคนนึกถึง เหมือนอยู่แล้วปลอดภัย ให้ลูกรู้สึกว่า โตขึ้นจะออกไปที่ไหนก็ได้ แต่ให้เขารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านที่เขาสามารถกลับมาได้ตลอดเวลา มาแล้วสบายใจ ให้อิสระทางความคิดกับเขา ให้ลูกๆ เลือกที่เขาอยากเป็น และเป็นให้ดีที่สุด มีความสุขที่สุดก็พอแล้วพี่จะคอยส่งเสริมให้ดีที่สุดอยู่ข้างหลัง ” คุณแตนกล่าวทิ้งท้าย

บ้านที่เราเติบโตมา พื้นที่ที่บ่มเพาะสร้างประสบการณ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่เราเติบโตและออกไปสู่โลกภายนอก หรือแม้วันที่เราไม่มีที่ไป ที่แห่งนี้ก็พร้อมต้อนรับเสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปนานสักเท่าไรพื้นที่ตรงนั้นก็ยังเป็นของเราเสมออย่างน้อยก็ในส่วนหนึ่งของหัวใจ และความทรงจำ