“8 วิธีตรวจบ้าน” ก่อนรับโอนง่ายๆ ด้วยตัวเอง

0
2648

Property of the week x Property Guide จะขอพาเพื่อนนักอ่าน รวมถึงใครที่กำลังจะรับโอนบ้านจากโครงการ และอยากรู้ว่าภายในบ้านของเราที่จะใช้อยู่อาศัยต่อจากนี้อีกนับ 10 ปี จะมีปัญหาอะไรตามมาบ้างรึเปล่า วันนี้พวกเราทีมงาน HomeDeeDee มี 8 วิธีในการตรวจบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเองมาฝากกันครับ


ตรวจรับบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเอง


 

การตรวจบ้านด้วยตัวเองหลายคนอาจมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่หารู้ไม่ว่าการตรวจบ้านก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องง้อช่างหรือผู้เชี่ยวชาญ เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย รวมทั้งข้อมูลที่หาได้ง่ายผ่านอินเตอร์เน็ตที่ถูกคัดกรองมาเป็นอย่างดี

จากข่าวที่เราเห็นบ่อยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งโครงการบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ รวมถึงห้องพักคอนโดมิเนียม ล้วนแต่เกิดปัญหาได้ด้วยกันทั้งสิ้น หากโครงการเหล่านั้นปล่อยปะละเลย และขาดความเอาใส่ใจในการก่อสร้าง จนทำให้ปัญหาเหล่านั้นตกมาอยู่กับผู้พักอาศัย ดังนั้นเราจึงสามารถเลือกตรวจบ้านได้ด้วยตัวเองง่ายๆตาม 9 วิธี ต่อไปนี้


งานโครงสร้าง


สำหรับงานโครงสร้างเป็นการตรวจภายนอกควบคู่ไปกับ ตารางวัสดุการการสร้างของโครงสร้างเสา-คาน ต่างๆ ว่าตัวบ้านเองผลิตและมีโครงสร้างภายในอย่างไร เช่น เสา-คาน เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรืออื่นๆ ที่ตรงตามมาตรฐานของงานก่อนสร้างหรือไม่

นอกจากนั้นสิ่งที่ควรสังเกตอีกอย่างคือ คานต้องมีความสมมาตรไม่โค้งงอ รวมไปถึงผนังต้องตรงแกนไม่ลาดเอียงหรือมีรอยแตกร้าวระหว่างวัสดุ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวให้รีบแจ้งกับผู้ดูแลโครงการทันที เพื่อดำเนินขึ้นตอนตรวจสอบ และแก้ไขต่อไป


งานผนัง


การตรวจสอบงานผนัง สามารถแบ่งออกได้หลายวิธี เราจึงอยากจะบอกจุดสังเกตหลัก ที่คนทั่วไปสามารถมองเห็นได้ง่าย คือ รอยแตกร้าวจากการฉาบงานไม่เรียบ จะทำให้เกิดอากาศเข้าไปอัดอยู่ภายในผนัง และดันอากาศเหล่านั้นจนทำให้เกิดการแตกร้าวจากภายใน ซึ่งค่อนข้างอันตรายเพราะอาจทำให้ผนังล้มลงมาได้

ส่วนต่อมาคือรอยร้าวของผนังที่เกิดจากการแอ่นตัวของคานรับน้ำหนัก รอยแตกร้าวในลักษณะนี้จะมีการแตกเป็นแนวเส้นตรงตรงลงมาจากคานด้านบน ปัญหาเกิดมาจากตอนฉาบผนังมีการเว้นช่องว่าระหว่างแนวคานเอ็นทับหลัง กับแนวคานปกติน้อยเกินไป


งานสี


ทริคที่ทำให้สังเกตเห็นข้อบกพร่องของงานสี สามารถตรวจสอบได้ด้วยการมองผ่านแสงจากธรรมชาติ เพราะจะทำให้เห็นความด่างของสีได้ชัดเจนมากกว่าเปิดไฟภายในอาคาร และนอกเหนือจากนั้นควรสังเกตการทาสีรองพื้นให้ดี หากสีรองพื้นมีค่าความด่างมากกว่าปกติแสดงว่าผู้รับเหมาหรือช่างทาสีเลือกใช้สีที่มีคุณภาพต่ำ หรือมีการผสมสีน้อยกว่าค่ามาตรฐาน

และอีกหนึ่งจุดที่มักเกิดปัญหา คือ การทาสีทับกับผนังเดิมที่ฉาบไม่เรียบ หรือไม่ได้ทำการขัดให้สะอาด จะทำให้เกิดฟองอากาศ หรือเศษกรวดที่ติดอยู่กับผนัง ทำให้เมื่อทาสีทับลงไปจะเกิดความหยาบ ไม่เรียบเนียน


งานฝ้าเพดาน


 

โดยปกติทั่วไปโครงการบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ จะเลือกทำฝ้าเพดานแบบทีบาร์แบบเส้นสลิงยึดกับผนังเพดาน เพื่อความสะดวกรวเร็ว ดังนั้นการตรวจสอบต้องอาศัยการสังเกตเป็นพิเศษ เพราะการเว้นระยะระหว่างเส้นทีบาร์กับใต้หลังคาควรมีระยะห่างประมาณ 1 เมตร หากมากหรือน้อยกว่านั้นควรปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

และนอกจากนั้นการปูเส้นทีบาร์ต้องมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ แผ่นยิปซัมบอร์ดต้องมีคุณภาพสูง แข็งแรง-ทนทาน มีน้ำหนักเบาและสามารถกันความร้อนได้ดี ใสส่วนของการติดตั้งควรวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ ไม่เกยหรือมีการเว้นช่องว่างระหว่างแผ่นมาก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้ลมดันแผ่นยิปซัมจนเกิดความเสียหายได้


งานพื้น


ในการตรวจสอบพื้นนั้น โดยทั่วไปวัสดุที่ใช้ปูพื้นส่วนมากจะเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กระเบื้องและไม้ ซึ่งทั้ง 2 วัสดุจะมีการตรวจสอบที่แตกต่างกัน

กระเบื้อง : ส่วนมากช่างจะนิยมปูพื้นกระเบื้องด้วยวิธีนำปูนโปะลงที่กระเบื้องเป็นก้อน ทำให้เนื้อปูนไม่เต็มแผ่นกระเบื้องจนเกิดโพรงใต้กระเบื้อง เวลาเคาะกระเบื้องจะได้ยินเสียงกลวง ส่งผลให้กระเบื้องหลุดล่อนและแตกได้ง่าย

ไม้ : สำหรับไม้ที่นิยมปูกัน ได้แก่ ไม้จริงและไม้เทียมทั่วไป เช่น ลามิเนต ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับการปูพื้นไม้ชนิดนี้คืออาการบวมเมื่อเกิดความชื้น บวกกับถ้าช่างปูพื้นไม่สม่ำเสมอกันจะยิ่งเพิ่มช่องวางให้ความชื้นและอากาศเข้าไปด้านในได้และทำให้ผิวของพื้นบวม


งานประตู – หน้าต่าง


การตรวจสอบประตูและหน้าต่าง มีความสำคัญไม่แพ้กับการตรวจสอบส่วนอื่น เพราะหากประตู-หน้าต่างไม่มีความแข็งแรง อาจเป็นอีกหนึ่งช่องให้โจรขโมยเข้ามาภายในบ้านได้ และนอกจากนั้นยังเป็นประตูชั้นแรกที่ปกป้องบ้านของเราจากสภาพอากาศและอันตรายอื่นๆ โดยสามารถแยกการตรวจสอบได้ดังนี้

ประตู 3 ข้ันตอน

  • ตรวจสอบการล็อคประตู
  • ตรวจสอบประตูนั้นมีการโก่งของประตู
  • ตรวจสอบประตูว่าบานประตูกับวงกบเกิดช่องแสงหรือไม่ (ถ้ามีควรเปลี่ยนบานใหม่)

หน้าต่าง 4 ข้ันตอน

  • ตรวจสอบรอยขีดข่วนบริเวณเฟรม
  • ตรวจสอบตัวล็อคบริเวณหน้าบาน
  • ตรวจสอบการเปิด-ปิด ของหน้าต่าง
  • ตรวจสอบ PU ด้านนอกว่ายิงรอบหน้าต่าง (เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม)

งานระบบไฟฟ้า


 

การตรวจงานระบบไฟฟ้าค่อนข้างมีความซับซ้อนเนื่องจากต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ แต่สิ่งที่เราสามารถตรวจสอบเองได้มีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน คือระบบค่าความสว่างของแสงไฟ หากค่าความสว่างไม่คงที่หรือมีอาการติดๆ ดับๆ แสดงว่าระบบภายในกำลังมีปัญหา

อีกส่วนหนึ่งคือสวิทซ์และปลั๊กไฟ อันดับแรกต้องมีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งสวิทซ์และปลั๊กไฟต้องมีการติดตั้งไว้มุมใดมุมหนึ่ง นอกจากนั้นยังต้องมีรูปแบบเสริมเช่นหน้ากากป้องกันในกรณีติดตั้งภายในห้องน้ำ เป็นการลดอุบัติเหตุอีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่ทางโครงการมีให้กับผู้พักอาศัย


งานสุขาภิบาล


ระบบสุขาภิบาลมีวิธีการตรวจสอบเบื้องต้น 2 วิธี 1. คือการไล่เปิดน้ำให้หมดทั้งบ้านและสังเกตมิตเตอร์ หากมิตเตอร์วิ่งแบบปกติแสดงว่าระบบท่อมีการส่งน้ำได้อย่างต่อเนื่อง อีกจุดสังเกตหนึ่งให้สำหรับบริเวณปั้มน้ำในกรณีที่เราเปิดน้ำใช้งานอยู่ตัวปั๊มน้ำจะทำงานโดยอัตโนมัติ

วิธีต่อมาคือการสำรวจสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดได้แก่ ฟักบัว โถชำระ สายฉีดชำระ และอ่างล่างหน้า ให้ทดสอบด้วยการเปิดการใช้งานกับสุขภัณฑ์ทั้งหมด หากเกิดการขัดข้องหรือเกิดการรั่วซึม ให้รีบแจ้งกับนิติบุคคลของโครงการโดยด่วน


หากปล่อยให้ขั้นตอน “การตรวจบ้าน” ผ่านไปหลังจากรับโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของ เราจะไม่สามารถเรียกร้องหากเกิดปัญหาภายในบ้านกับเจ้าของโครงการได้ ดังนั้นการเลือกตรวจบ้านจึงเป็นวิธีป้องกันเพื่อรักษาสิทธิ์ หากไม่สะดวกในการเลือกตรวจด้วยตัวเอง สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางงานวิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง

HomeDeeDee.com เป็นเว็บไซต์ที่เต็มเปี่ยมและพร้อมสร้าง Idea & inspiration ที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่งทางด้านสถาปัตยกรรม, การออกแบบภายใน, การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวัสดุ รวมไปถึงเรื่องของอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หากเพื่อนๆอยากแลกเปลี่ยนเรื่องราว สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างบทความ หรือถ้าอยากติดตามข่าวสารใหม่ๆทุกวันให้ไปที่กดไลค์-กดแชร์ที่หน้าแฟนเพจ Facebook/Homedeedee ของเราได้เลยครับ

( Credit : SCG Building Material )