5 วิธีสร้างบ้านให้ถูกหลัก ป้องกันปัญหาจากหน้าฝน

0
44907

Property of the week x Property Guide ปกติการสร้างบ้านสักหนึ่งหลังต้องมีปัจจัยประกอบด้วยกันหลากหลาย แต่สำหรับการสร้างบ้านในช่วงฤดูฝน ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่มากกว่านั้น และที่สำคัญควรมองปัจจัยแวดล้อมอย่างสภาพอากาศ รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ บวกกับการประเมินราคาที่จะมีการผันผวนสูงมากกว่าปกติ และวันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee ได้ ‘5 วิธีป้องกันปัญหาการก่อสร้างบ้านพักอาศัย’ ให้ถูกหลักในช่วงหน้าฝน มาฝากกันครับ…


สร้างบ้านช่วงหน้าฝน


รากฐานที่มั่นคงจะช่วยทำให้โครงสร้างแข็งแรง เพราะการสร้างบ้านในช่วงฤดูฝนถ้าไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยง เพราะจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ตั้งแต่ปัญหาเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ ดังนั้นการเตรียมรับมือและรู้หลักวิธีการสร้างที่พักอาศัยในช่วงนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

โดยหลักทั่วไปแล้วเทคนิคการสร้างที่พักอาศัยในช่วงฤดูฝน สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 เทคนิคการหลัก ซึ่งแต่ละเทคนิคต่างมีรูปแบบที่เชื่อมโยงต่อกันทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายได้อย่างมีปัญหาน้อยที่สุด


โครงสร้างใต้ดิน


การเตรียมความพร้อมสำหรับการก่อสร้าง สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องของ ‘โครงสร้างใต้ดิน’ ที่ต้องมีการคำนวณระยะห่างจากพื้นดินอย่างน้อย 1.5 เมตรขึ้นไป บวกกับการประเมินการยุบตัวและพังทลายของหน้าดิน ในกรณีที่ดินมีความลึกมากกว่า 2 เมตร ควรทำระบบป้องกันการพังทลายของหลุมโดยใช้เสาเข็มไม้ล้อมก่อนขุดดิน เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับคนงาน

สำหรับการเทคอนกรีตปิดหน้าดินเดิมนั้น ให้หลีกเลี่ยงช่วงที่ฝนกำลังตกและมีความชื้นสูง เพราะจทำให้ตัวคอนกรีตเกิดการเหลวรวมกับน้ำ หรือหากอยู่ในระหว่างเทคอนกรีตและไม่สามารถหยุดงานได้ ให้เลือกสูบน้ำจากบ่อพักที่เตรียมไว้แล้วเทคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง

ข้อควรรู้สำหรับการสูบน้ำภายนอกแบบหล่อออกเป็นการอุดรอยรั่วให้น้อยที่สุด หลังจากเทคอนกรีตเสร็จสิ้นให้นำผ้าใบมาคลุมเพื่อป้องกันน้ำฝนอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนั้นการเดินระบบท่ออย่าให้น้ำไหลเข้าไปในท่อ โดยการใช้พลาสติกหรือฝาครอบปิดไว้


สภาพพื้นที่ทำงาน


อีกหนึ่งปัญหาหลักอย่าง ‘สภาพพื้นที่ทำงาน’ ไม่เอื้ออำนวยในช่วงฤดูฝน เพราะนอกจากจะติดปัญหาเรื่องของการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ล่าช้าเพื่อเข้ามาที่พื้นที่ทำงานแล้ว ยังต้องมีการประเมินเรื่องของหน้าดินและโครงสร้างใต้ดินจากวิศวกรและสถาปนิกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสียเวลาในการทำงานเพิ่มเป็น 2 เท่าจากปกติ

นอกจากนั้นยังเกิดปัญหาทั้งในเรื่องของระบบท่อประปาและระบบไฟฟ้า ส่วนของระบบท่อประปานั้นอาจเกิดการอุดตันจากน้ำที่มีจำนวนมากทำให้ไม่สามารถระบายออกได้ทัน และยังอาจเกิดปัญหาอุดตันจากเศษดินที่ไหลรวมกับน้ำ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความสะอาดตามมาในภายหลังอีกด้วย

และสำหรับปัญหาของไฟฟ้า ต้องมีการป้องกันอย่างเป็นระบบทั้งบริเวณพื้นที่การก่อสร้าง ที่พักคนงาน รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมือ ต้องติดตั้งแผงควบคุมในบริเวณที่ฝนสาดไม่ถึง  และ ต้องไม่ใช้การวางสายไฟกับพื้นดิน แต่ต้องตั้งเสาเพื่อสำหรับการเดินสายไฟ


การจัดเก็บวัสดุ-อุปกรณ์


ปัญหาของ ‘การจัดเก็บวัสดุ-อุปกรณ์’ ในช่วงหน้าฝน ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเกิดเสียหายไปเท่ากับต้องเพิ่มงบประมาณทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น และสำหรับการจัดเก็บอุปกรณ์สามารถทำได้ง่ายๆ คือมั่นดูและรักษาอุปกรณ์สม่ำเสมอ ในกรณีอุปกรณ์ชิ้นใหญ่เช่น รถขุดดินควรจดไว้ในที่ร่มเพื่อลดการปะทะของฝนกับตัวเครื่อง จะยืดอายุการใช้งานได้ ส่วนอุปกรณ์ชิ้นเล็กอย่างเครื่องเจาะ เครื่องขุด ควรเก็บให้ห่างจากความชื้น

สำหรับการจัดเก็บวัสดุในงานก่อสร้างนั้น สามารถแยกได้ 3 ประเภทหลัก

  • ปูนซีเมนต์ > ห้ามโดนน้ำโดยเด็ดขาด ควรทำโรงเรือนชั่วคราวยกพื้นสูงประมาณ 20 เซนติเมตร และใช้แผ่นพลาสติกหรือผ้าใบคลุมเอาไว้ หากปูนซีเมนต์โดนความชื้นจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะจะทำให้คอนกรีตที่ผสมจากปูนซีเมนต์ที่จับตัวเป็นก้อนแข็งแล้วนั้นไม่แข็งแรง
  • เหล็กเส้น > หรือเหล็กรูปพรรณ ก็ควรทำโรงเรือนชั่วคราว หรือยกพื้นสูงเพื่อจัดเก็บเช่นเดียวกันกับปูนซีเมนต์ เพราะหากเหล็กถูกความชื้นก็จะเกิดสนิม แต่เมื่อเกิดสนิมขึ้นแล้วหากต้องการนำเหล็กไปใช้งานควรขัดเอาเนื้อสนิมออกให้หมดไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้เนื้อเหล็กมีโอกาสเป็นสนิมเพิ่มมากขึ้น
  • หิน-ทราย > ถึงแม้ว่าสามารถโดนน้ำฝนได้แต่ต้องระวังหินหรือทรายเปื้อนดิน เพราะหากหินหรือทรายเปื้อนดินก็ไม่ควรนำไปใช้ในการผสมคอนกรีตเช่นกัน ควรหาพลาสติกปูรองพื้นให้กับหินหรือทรายเหล่านั้นตั้งแต่ตอนที่เริ่มมีการขนส่งเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง

รายละเอียดงานทาสี


‘งานสี’ จัดเป็นรายละเอียดของงานภายนอกในการสร้างที่พักอาศัย เพราะการทาสีจะเริ่มทาหลังจากการก่อสร้างทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ในกรณีที่ฝนตกระหว่างทาสีควรรอให้ฝนหยุดตกก่อน โดยเลือกใช้ผ้าใบหรือพลาสติกคลุมบริเวณพื้นที่ที่ทาสีเอาไว้ เพื่อป้องกันน้ำฝนไหลรวมกับสี

การทาสีสามารถแบ่งการทาบนพื้นผิวของวัสดุได้ 2 ประเภท

  • ผนังคอนกรีต > ต้องตรวจสอบสภาพของผนังอาคารว่าเปียกหรือมีความชื้นสะสมอยู่ภายในเนื้อวัสดุหรือไม่ เพราะอาจเกิดปัญหาสีโป่งพองและลอกล่อนได้จากความชื้นที่อยู่ในเนื้อวัสดุระเหยตัวออกมา
  • เคลือบสีไม้-เหล็ก > ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อไม้แห้งสนิท หรือหากเป็นเหล็กก็ต้องตรวจและขัดสนิมออกให้หมด ถึงจะสามารถเริ่มลงมือทาสีได้

การคำนวณงบประมาณ


 

‘คำนวณงบประมาณ’ การก่อสร้างต้องเริ่มตั้งแต่ค่าจ้างคนงานทุกส่วน ค่าวัสดุอุปกรณ์ รวมไปถึงค่าพื้นที่ต่างๆ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนผู้ว่าจ้างอาจต้องเตรียมงบประมาณสำรองเพื่อเอาไว้เป็นก้อนที่ 2 ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปัญหาตามแน่นอน ทั้งในเรื่องของวัสดุและอุปกรณ์เสียหาย, การขนส่งวัสดุล่าช้า, การปรับหน้าดินอยู่ตลอดเวลา และปัจจัยสำหรับคือค่าแรงของคนงาน เพราะต้องยืดระยะเวลาการทำงานออกไปทำให้แผนงานก่อสร้างเดิมล่าช้า


 

การก่อสร้างที่พักอาศัยในช่วงฤดูฝน ควรเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน รวมถึงควรมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดปัญหารวมถึงป้องกันความปลอดภัยที่จะขึ้นจากอุบัติเหตุ

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit:Data  >  amadershomoy, AndersCPAs, AtHomeInterior, bestpracticesconstructionlaw, Echelon Custom Homes, Greython Construction, Photodune, Repeating Islands, Suntory, Travelers Insurance, Bankrate