PRODUCT : 5 ตัวช่วย ลดปัญหาน้ำท่วมรอการระบายภายในบ้าน

0
1415

[ PRODUCT OF THE WEEK : PRODUCT GUIDE ]

ตลอดเดือนกรกฎาคมยังคงมีฝนตกหนักยาวไปจนถึงกลางเดือนกันยายน แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย คือน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นปัญหาหนักที่ทุกบ้านต้องเจอ วันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee จึงได้รวบรวมวิธีการแก้ไขปัญหาผ่านอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการไหลผ่านของน้ำด้วยกันทั้งหมด 5 วิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะเป็นการบอกเทคนิคและวิธีการแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด จะมีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจบ้างตามเข้ามาชมพร้อมกันได้เลยครับ


หน้าฝนกับน้ำรอการระบาย


 

ปัญหาน้ำท่วม…อาจต้องเปลี่ยนคำพูด จากน้ำท่วมให้กลายเป็น ‘น้ำขังรอการระบาย’ ตามที่ภาครัฐบาลได้บอกกับพวกเราเอาไว้ ซึ่งสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณพื้นถนน จนลามเข้ามาภายในบ้านนั้น มาจากการอุดตันของท่อระบายน้ำ รวมไปถึงท่อไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน

และนั้นจึงเป็นปัญหาอีกหลากหลายที่ตามมา เพราะต้นเหตุมาจากการอุดตันจากทางเดินไหลเวียนของน้ำ แน่นอนว่าเมื่อน้ำไม่สามารถระบายออกไปตามทาง ก็จะเกิดการอุดตันระหว่างทางทำให้น้ำดันกลับขึ้นมาบนพื้นผิว จนเกิดน้ำท่วมขังเหมือนที่เราเห็นภาพจนชินตาอยู่ทุกวันนี้…สำหรับวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายภาพในบ้านของเราเอง สามารถตรวจสอบและมีอยู่ด้วยกัน 5 เทคนิค


ติดรางน้ำฝน


 

ร้อยทั้งร้อยทุกครั้งที่ฝนตกปัญหาที่ตามมาคือเกิดน้ำท่วมขัง สำหรับเทคนิคการแก้ไขปัญหาวิธีที่ 1 อย่างการ ‘ติดรางน้ำฝน’ บริเวณหลังคาบ้าน ถือเป็นวิธีที่ง่ายและเป็นออฟชันหลักที่บ้านทุกหลังต้องมีการติดตั้งไว้ เพื่อป้องกันสารพัดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำฝน

การติดตั้งรางน้ำต้องคำนวณระยะยึดรางให้ดี ทั้งระยะสูงต่ำ และความห่างจากปลายกระเบื้องมุงหลังคา นอกจากนี้ควรติดตั้งรางน้ำให้มีความลาดเอียง (Slope) ที่ 1:1000 และทุกๆ 60 ตร.ม. ของ พื้นที่หลังคา ควรมีท่อระบายน้ำทิ้ง 1 จุด เพื่อการระบายน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการคำนวณระยะ ต้องยึดรางให้ดีทั้งระยะสูงต่ำ และความห่างจากปลายกระเบื้องมุงหลังคา นอกจากนี้ควรติดตั้งรางน้ำให้มีความลาดเอียง (Slope) ที่ 1:1000 และทุกๆ 60 ตร.ม. ของ พื้นที่หลังคา ควรมีท่อระบายน้ำทิ้ง 1 จุด เพื่อการระบายน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ต่อเติมหลังคา-กันสาด


 

หลังคาเป็นด่านแรกที่คอยป้องกันฝนก่อนเข้ามาถึงตัวบ้าน ดังนั้นการเลือกวัสดุหลังคาที่มีคุณภาพจึงเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยให้บ้านห่างไกลจากปัญหาน้ำท่วม และนอกจากนั้น ‘การต่อเติมหลังคา-กันสาด’ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีไม่แพ้กัน ที่จะทำให้เราอุ่นใจจากปัญหาการรั่วซึมและน้ำท่วมขัง

การต่อเติมกันสาดหลังคาควรพิจารณาพื้นในตำแหน่งที่จะต่อเติม ทั้งโครงสร้างต้องแข็งแรงเพียงพอเพื่อรองรับน้ำหนัก นอกจากนั้นอาจเสริมพื้นด้วยการทำคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) แต่หากพื้นเดิมเป็นพื้นดินอยู่ เจ้าของบ้านสามารถเลือกเทพื้นคอนกรีตแบบ Slab on Ground หรือลงเสาเข็มแบบปูพรมหรือฐานเข็มกลุ่ม เพื่อช่วยชลอการทรุดตัว

สำหรับวัสดุมุงหลังคาที่ใช้หากมีน้ำหนักเบาจะมีข้อดีคือช่วยลดภาระให้กับโครงสร้างส่วนต่อเติม กรณีวัสดุมุงหลังคาเป็นแบบทึบแสงจะช่วยกันได้ทั้งแดดและฝน เช่น หลังคาเหล็กรีดลอน, หลังคาไวนิล, หลังคา ในทางกลับกัน หากต้องการแสงธรรมชาติอาจเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาแบบโปร่งแสง เช่น โพลีคาร์บอเนต, อะคริลิก หรือฟเบอร์กลาส เป็นต้นฯ


ตรวจเช็คท่อระบายน้ำ


 

‘การตรวจสอบเช็คท่อระบายน้ำ’ สามารถทำได้โดยทำการเปิดวาล์วต่างๆในห้องน้ำ เช่นฝักบัว, ก๊อกพื้น, ก๊อกอ่างล้างหน้าทุกตัวจนสุด เพื่อตรวจสอบดูว่าน้ำไหลได้ดีหรือไม่ หรือมีน้ำไหลอ่อนกว่าปกติ หากมีอาจต้องตรวจสอบที่อุปกรณ์นั้นๆว่ามีสิ่งอุดตันหรือไม่ หรือปั๊มน้ำอาจมีแรงดันไม่เพียงพอ

สำหรับการเช็คระบบการระบายน้ำจากท่อ เริ่มจากตรวจสอบมิเตอร์น้ำโดยทำการปิดอุปกรณ์ ก็อกน้ำต่างๆในบ้าน ไม่ให้มีการใช้น้ำแล้วตรวจสอบดูว่ามิเตอร์น้ำยังหมุนหรือไม่ หากมิเตอร์น้ำยังหมุนแสดงว่าท่อน้ำดี (ประปา)ที่ต่อเข้ามาในบ้านน่าจะมีการรั่ว  ก็ควรตรวจสอบต่อว่าข้อต่อท่อน้ำดีต่างๆมีการรั่วซึมหรือไม่

และตรวจสอบการรั่วซึมต่างๆ โดยสังเกตได้จากฝ้าเพดานชั้นล่างกรณีมีน้ำรั่ว น้ำจะรั่วลงฝ้าแล้วทำให้ฝ้าเพดานเปลี่ยนสีมีคราบสีเหลืองหรือสีน้ำตาลแสดงว่ามีการรั่วจากห้องน้ำซึ่งอาจเกิดท่อและข้อต่อเชื่อมต่อกาวไม่ดี หรืออาจจะรั่วจากรอยต่อพื้นห้องน้ำ อาจเกิดปัญหาที่ระบบท่ออากาศหรือไม่ได้มีการติดตั้งท่ออากาศเอาไว้และในขณะเดียวกันถ้ากดชักโครกแล้วมีฟองอากาศผุดขึ้นในชักโครกอาจสันนิษฐานว่าอาจมีสิ่งแปลกปลอมไปอุดตันในท่อหรือเดินท่ออากาศไว้ไม่เพียงพอนั่นเอง


อุดรอยรั่วรอบบ้าน


 

ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ถูกออกแบบโดยใช้คอนกรีตเป็นหลัก หรือเสริมด้วยฉาบด้วยปูนหรือกำแพงอิฐเพื่อ ‘อุดรอยรั่วรอบบ้าน’ ป้องกันน้ำท่วมซึ่งน้ำจำนวนมากที่อยู่ระหว่างฐานรากกับนอกกำแพงสามารถซึมผ่านพื้นเข้าภายในกำแพงได้ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันคือ อัดรอยรั่วภายนอกบ้านทั้งหมด โดยใช้วัตถุกันน้ำทั่วไป

เริ่มจากทำความสะอาดกำแพงและรอยรั่ว รูรั่วอาจจะเกิดมาจากการก่อสร้าง แล้วสิ่งสกปรกอาจจะกลับเข้าไปติดบังในรูรั่ว และป้องกันกำแพงบ้านแบบชั่วคราวทำได้โดยหาแผ่นพลาสติกกันน้ำ หรือวัตถุที่คล้าย ๆ กัน มาวางไว้ข้างกำแพง และปกคลุมขอบล่างด้วยดินให้แน่นหนา

กรณีเป็นการป้องกันบ้านและอาคารที่มีพื้นเป็นไม้โครงสร้าง ทั้งนี้น้ำสามารถไหลซึมและขังนองในช่องว่างหรือใต้ถุนผ่านรอยแตกของฐานราก รูรั่วของท่อช่องระบายอากาศและหน้าต่าง น้ำสามารถซึมผ่านระหว่างผนังบ้านและฐานราก เมื่อไหร่ก็ตามที่ช่องว่างหรือห้องใต้ถุนเต็มไปด้วยน้ำ น้ำจะเพิ่มระดับและไหลเข้าสู่สิ่งปลูกสร้างผ่านพื้นและรอยต่อของผนังจนกระทั่งล้นและมีระดับเดียวกับน้ำภายนอก


เลือกปูพื้นภายนอกให้เหมาะสม


 

เทคนิคที่ไม่ควรมองข้ามอย่างการเลือก ‘วัสดุปูพื้นทางเดินภายนอก’ หรือโดยรอบที่อยู่อาศัยของเรา การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจะช่วยชลอการไหลของน้ำ นอกจากนั้นการเลือกวัสดุปูพื้นที่เหมาะสมอย่าง แผ่นกระเบื้องสำหรับปูภายนอกอาคาร ไม่ควรเลือกแบบแผ่นเรียบ ควรเลือกพื้นผิวด้าน หรือแบบลายนูน บางบ้านใช้หินกรวดประดับ ช่วยรองรับน้ำฝน ลดการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับคนภายในบ้านของเราได้


 

การหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินน้ำภายในบ้านของเราเอง จะช่วยลดปัญหาจากน้ำท่วมขังรอการระบายได้มากกว่า 70% นอกจากการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังนั้น ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตรงตามการใช้งาน

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit Image : Boonthavorn, constructacon, Gutter,  House Network, scgbuildingmaterials, kavaint, sacsteelwork, The City of Calgary