3 ที่พักใกล้ชิดธรรมชาติบนวิถีความเป็นอยู่แบบพอเพียง

0

 

3 ที่พักใกล้ชิดธรรมชาติบนวิถีความเป็นอยู่แบบพอเพียง

หลบความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปสัมผัสความสวยงามอันแสนเรียบง่าย ของที่พักอิงแอบธรรมชาติบนพื้นฐานการดำเนินชีวิตแบบบ้านๆ ที่หลายคนถวิลหา

เรื่อง วันวิสาข์ อินขลิบ ภาพ นิตยสาร Life & Home


 

 

การจะเลือกที่พักเปลี่ยนบรรยากาศค้างอ้างแรมสักที่ หลายคนล้วนมีความชอบและไลฟ์สไตล์ในการเลือกหาที่ต่างกันออกไป บางคนชอบพักใจกลางเมืองเดินทางง่าย บางคนชอบความหรูหรานอนสบาย หากแต่บางคนก็ชอบความเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ แน่นอนอย่างยิ่งเลยทีเดียวค่ะสำหรับคนเมืองที่ควบตำแหน่งมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ความเร่งรีบ ความวุ่นวายกลายเป็นสิ่งที่บางครั้งอยากหลีกเลี่ยง การได้นอนพักหรือทำอะไรที่เรียบง่าย เหมือนกลับคืนสู่วิถีชีวิตแบบชาวบ้านดั้งเดิมนับว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยเยียวยาจิตใจและเติมพลังแรงกายให้กับเราได้ไม่น้อย
ผู้เขียนจึงอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่าน มาทำความรู้จักกับ 3 ที่พักที่แม้ไม่ได้หรูหรา หรือครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย แต่กลับเป็นสถานที่พักผ่อนอันแสนเรียบง่ายภายใต้ความพอเพียง คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างชุ่มปอดไปพร้อมๆ กับการย้อนกลับคืนสู่การกินอยู่ในแบบชนบท ซึ่งจะทำให้เวลาไม่กี่วันในหนึ่งปีของคุณพบกับความสงบที่แท้จริง
1 Coolliving Farmhouse eco & organic living

 

 

ประเดิมที่แรกกับที่พักน้องใหม่ในเมืองที่มีอากาศบริสุทธิ์ขึ้นชื่ออย่างวังน้ำเขียว กับ coolliving farmhouse ฟาร์มสเตย์ที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก coolliving แบรนด์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และต่อยอดมาเป็นที่พักรูปแบบโฮมสเตย์ที่ต้อนรับทุกท่านด้วยความเป็นออร์แกนิคอย่างแท้จริง แม้แต่ ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องนอน ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งอาหารเพื่อให้ทุกคนได้กินอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ที่พักแห่งนี้ยึดมั่นในความเรียบง่ายและใช้ความสวยงามจากธรรมชาติควบคู่ไปกับภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาใช้ในการออกแบบ พื้นที่ขนาดใหญ่ถูกจัดวางไว้ด้วยต้นไม้ แปลงผัก และนาข้าวตามวิถีเกษตรอินทรีย์แบบชาวไร่ชาวสวน อาชีพพื้นฐานของชาวไทยนั่นเอง

 

อีกหนึ่งความน่ารักที่ถูกใจผู้เขียนไม่น้อยคือห้องพักที่ออกแบบเป็นบ้านดินหลังเล็ก เจ้าของยังเลือกใช้หลังคาและผนังจากดินเผา เพื่อช่วยคลายความร้อนและให้ความสวยงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติ แถมยังมีห้องน้ำอ่างจากุชชี่ดินแบบ open air และสระน้ำส่วนตัวเล็กๆ ที่นำไม้น้ำมาใช้สำหรับดูดซับทำความสะอาดโดยวิธีธรรมชาติแทนการใช้คลอรีนแบบทั่วไป เรียกว่าเป็นวิลล่าแบบบ้านๆ ที่สามารถทำให้เราฟินไปกับธรรมชาติรอบข้างได้อย่างเต็มอิ่มเลยค่ะ
นอกจากจะได้ชาร์ตพลังจากธรรมชาติอย่างชุ่มปอดแล้ว ที่นี้เขายังมีกิจกรรมดีๆ ให้เราได้สัมผัสวิธีชีวิตเกษตรกรรมของชาวไทยภายในฟาร์มอีกเพียบ จะเดินชมแปลงผัก ปลูกผักออร์แกนิค ดูแลและเก็บเกี่ยวพืชพรรณสมุนไพร หรือจะทิ้งตัวนอนรับอากาศบริสุทธิ์เอาแช่เท้าในน้ำสมุนไพรสบายๆ  และปิดท้ายด้วยการทานอาหารออร์แกนิคเพื่อสุขภาพ

 

เดินทางง่ายแถมได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ใครที่อยากลองสัมผัสธรรมชาติผ่านการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ก็อย่าลืมแวะไปกันที่ coolliving farmhouse รับรองว่าคุณจะได้พลังกายและพลังใจกลับมาสู้งานในเมืองใหญ่ต่ออีกแน่นอนค่ะ
สอบถามเพิ่มเติม :   www.facebook.com/CoollivingFarmhouse หรือ โทร. 09-6963-5655


 

 

advertisement image

 

2 Phing Phu Kao (พิงภูเขา)

 

 

สำหรับที่พักต่อไปผู้เขียนพาทุกท่านมายังเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีครบทั้งธรรมชาติอันสวยงาม ความเจริญก้าวหน้าของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ฮิปๆ ที่เปิดรอให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ลองมาสัมผัส แต่ครั้งนี้เราขอขยับไกลออกไปจากตัวเมือง เพื่อมาซึมซับกับที่พักอันแสนสงบเล็กๆ อย่างพิงภูเขา
Simply หรือความเรียบง่ายอย่างสามัญ คือคอนเซ็ปต์ขอที่พักแห่งนี้ ผู้มาเยือนจะได้พักกายและใจไปกับความงามของธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ และวิถีชีวิตแบบชนบท เพราะพิงภูเขาถูกออกแบบในสไตล์คอตเทจหรือบ้านในชนบทหลังใหญ่ โดยการใช้วัสดุทั่วไปที่มีอยู่มาสร้างสรรค์ อาจเรียกได้ว่าเป็นงานคราฟท์แบบบ้านๆ ที่เจ้าของลงมือทำเองทั้งหมด

 

บริเวณด้านหน้าถูกจัดวางให้เป็นคาเฟ่เล็กๆ มีมุมเวิร์คช็อปไว้ให้ทำกิจกรรมร่วมกัน ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายรูปทรงของบ้านแบบง่ายๆ ที่เราคุ้นเคยในวัยเด็ก ผ่านการใช้วัสดุเรียบง่ายอย่างสังกะสี และไม้เก่า มาปรับรูปแบบใหม่ให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น ในขณะที่พื้นที่สำหรับแขกด้านในจัดวางทิ้งระยะห่างเพื่อให้ความเป็นส่วนตัว อาคารสีขาวสลับพื้นผิวปูนเปลือยใส่เรื่องราวของภูเขาถ่ายทอดผ่านจินตนาการออกมาเป็นรูปทรงที่ดึงเอาความเป็นเหลี่ยมเป็นมุมมาดัดแปลงให้เป็นก้อนภูเขา ตกแต่งด้วยกองฟางและแปลงผักที่ไม่ได้มีไว้เพียงแค่ความสวยงาม แต่ไว้สำหรับปลูกพืชผักสวนครัวใช้ในครัวเรือนจริงๆ

 

 

ผู้เขียนยกให้พิงภูเขาเป็นที่พักอันแสนสงบที่ต้องหาเวลาสักวันเพื่อลองไปใช้ชีวิตแบบช้าๆ แบบสโลว์ไลฟ์ หยุดเคลื่อนไหวและให้เวลากับตัวเอง เชื่อเลยว่าทุกท่านจะหลังรักสถานที่แห่งนั้นไม่ต่างจากเรา
สอบถามเพิ่มเติม :  โทร. 08-4138-3172


 

3 บ้านไร่ไออรุณ

 

 

สถานที่แห่งนี้เกิดจากความถวิลหาธรรมชาติของสถาปนิกหนุ่มคุณเบส วิโรจน์ ฉิมมี ผู้เป็นเจ้าของซึ่งตัดสินใจทิ้งชีวิตในเมืองกรุงแล้วกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง กับที่พักน่ารักซึ่งโด่งดังในโซเชียลมิเดียอย่างบ้านไร่ไออรุณ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
บ้านไร่ไออรุณเริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ ของผู้เป็นเจ้าของออกมาเป็นที่พักจากการปรับปรุงบ้านเก่าของตัวเองที่มีอยู่ก่อน โดยการหยิบใช้วัสดุที่มีอยู่มาดีไซน์ใส่ความน่ารักในแบบบ้านๆ ให้กลายเป็นบ้านไม้สีขาวหลังอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

 

 

จากนั้นเจ้าของจึงเริ่มต่อขยายทำเป็นบ้านพักหลังเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยแปลงผักสด และธารน้ำไหลเอื่อยๆ สะพานไม้เชื่อมต่อไปยังบ้านพักแต่ละหลังที่ออกแบบได้อย่างน่ารักกะทัดรัดจากวัสดุพื้นถิ่นที่มีอยู่ การมานอนพักที่นี้นอกจากจะได้สใกล้ชิดธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์แล้ว ทุกท่านยังจะได้ซึมซับวิถีความเป็นอยู่ของคนพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินเรื่องกิจวัตรประจำวันของเกษตรกร ทำให้เราได้ย้อนกลับไปสู่พื้นฐานความเรียบง่ายแบบพอเพียงของผู้คนตามจังหวัด

 

 

แม้จะเดินทางไกลไปสักหน่อย แต่ต้องบอกเลยว่าการได้มาพักผ่อนซึมซับบรรยากาศบนความสงบและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี้ ก็ทำให้หายเหนื่อยได้ไม่น้อย ยิ่งเมื่อได้พบเจอความน่ารักและการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากเจ้าของบ้านแล้ว อาจทำให้คุณรู้สึกว่าการเปลี่ยนที่นอนครั้งนี้ไม่ใช่การท่องเที่ยวแบบทั่วไป แต่เหมือนการได้กลับมาเยี่ยมเยือนบ้านญาติที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข
สอบถามเพิ่มเติม :   www.facebook.com/baanraiiarun หรือ โทร. 09-6938-2981


 

 

advertisement image

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here