เปลี่ยนทาวน์โฮมเก่าอายุกว่า 30 ปี คุมโทนสู่สไตล์มินิมอล ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคุณแม่

0


รีโนเวตทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ด้วยงบประมาณ 1,500,000.-

อบอุ่นคุมโทนในแบบที่ชอบ เพื่อคุณแม่ได้อาศัยในบั้นปลายชีวิต


จากสภาพของทาวน์โฮมมือสองอายุกว่า 30 ปี ที่ทั้งเก่าและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ได้รับการแปลงโฉมให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ในสไตล์มินิมอลลุคคลีนสบายตา ภายในที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น รองรับการอยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิตให้คุณแม่ ด้วยความตั้งใจของคุณหนุ่ย จักรพงศ์ บูรพานนท์ ผู้เป็นลูกชาย ที่ได้เลือกซื้อบ้าน มองหาทำเล ออกแบบ คุมงาน เลือกวัสดุ เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยตนเองทั้งสิ้น จนบ้านหลังนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ด้วยระยะเวลาในการปรับปรุง 4 เดือน แม้จะไม่มีความรู้ด้านงานออกแบบก็ตาม

เล่าย้อนกลับไป เดิมทีคุณหนุ่ยเอง ก็ไม่ได้มีแพลนซื้อบ้านหลังนี้ไว้แต่แรก เขาเริ่มบทสนทนาให้เราฟังว่า “ตัวผมเองมีบ้านและคอนโดอยู่หลายที่ พอดีคุณแม่อยากย้ายมาอยู่ใกล้ๆ กัน ในตอนแรกก็ตั้งใจจะซื้อคอนโดในตึกเดียวกัน แต่ในระหว่างที่กำลังจะทำสัญญาจอง คุณแม่ก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “มีบ้านก็ดีนะ จะได้ทำทำนู้นทำนี่ได้เยอะ” วันนั้นจึงเกิดเปลี่ยนใจกระทันหัน และเริ่มตระเวนหาบ้านแทน ซึ่งผมก็ดูเยอะมาก 20 กว่าหลังได้ โดยเลือกในละแวกใกล้ๆ กัน เพื่อจะได้เดินทางไปหากันได้สะดวก”

“ผมใช้เวลาหาบ้านอยู่นานพอสมควร ค่อนข้างเก็บข้อมูลเยอะ ดูทั้งคลิปรีวิว โฆษณาบ้าน ทั้งจากรายการ AomThara และ PAUL PROPERTY ตระเวนตามโครงการหมู่บ้าน ที่ขึ้นอยู่ละแวกนี้เราก็ไปดูหมด เข้าซอยนั้น ออกซอยนี้ ซึ่งก็ยังไม่ถูกใจ หรือบางที่ถูกใจก็แพงเกินไปมาก สิ่งสำคัญคืองบประมาณ ทำเลที่ตั้ง ทั้งการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้คุณแม่ได้อยู่แบบสบายในบั้นปลายชีวิตมากที่สุด จนวันหนึ่งบังเอิญเห็นป้ายประกาศขายบ้านเล็กๆ ติดอยู่ตรงต้นไม้ ผมก็เลยติดต่อขอแวะเข้าไปดู”

หลังจากที่คุณหนุ่ยได้เข้ามาดูบ้าน ก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีความน่าสนใจ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจที่จะซื้อในทันที เขาเล่าต่อว่า “เนื่องจากงบที่ตั้งค่อนข้างสูง จึงได้มีการเจรจาขอต่อรองราคากับเจ้าของที่ประกาศขาย ก่อนจะได้ราคาที่พอใจและตกลงซื้อในเวลาต่อมา ต้องบอกว่าบ้านหลังนี้เหมือนกับเป็นความบังเอิญล้วนๆ ทั้งบังเอิญเจอ ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อแต่แรก และในวันทำสัญญา ก็มีเรื่องที่บังเอิญมากไปกว่านั้นคือ เจ้าของบ้านเดิมชื่อเดียว และเกิดวันเดียวกันกับคุณแม่ เราก็เลยคิดว่าบ้านหลังนี้คงเลือกเจ้าของและถูกกำหนดให้เป็นของเราแล้ว”

เมื่อทำสัญญาและโอนบ้านเป็นที่เรียบร้อย จากความบังเอิญเจอบ้านในวันนั้น สู่ความตั้งใจให้คุณหนุ่ยเริ่มโปรเจครีโนเวตในลำดับต่อไป คุณหนุ่ยเล่าต่อว่า “เป็นเรื่องใหญ่มาก เนื่องจากบ้านค่อนข้างเก่า อายุประมาณ 30 กว่าปีได้ เราไม่มีผัง ไม่มีแปลนบ้าน แต่ยังดีที่เรามีช่างประจำเคยใช้บริการกันมาหลายที่ และโชคดีว่าลักษณะทาวน์โฮมในโครงการหน้าตาเหมือนๆ กัน เราก็อาศัยถามผังจากเพื่อนบ้าน ที่ค่อนข้างอัธยาศัยดี”

ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง บนพื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร กับโครงสร้างตามแบบสมัยก่อน จากเดิมที่ทั้งอึมครึมด้วยวัสดุที่ใช้กับสภาพที่ดูทรุดโทรม แต่ภายในกลับมีแปลนที่น่าสนใจคือ ปกติบ้านทาวน์โฮมยุคเก่าจะค่อนข้างมืดและทึบตัน แต่บ้านหลังนี้ จะมีช่องแสงตรงกลางบริเวณดาดฟ้า เจาะผ่านลงมาถึงด้านล่าง บันไดวนที่คล้ายมีการเล่นระดับได้อย่างมีมิติ อีกทั้งโครงสร้างโดยรวมภายในที่ยังคงสภาพดี คุณหนุ่ยจึงยังคงเก็บรักษาไว้ แต่พุ่งไปที่ระบบน้ำไฟที่ต้องรื้อทำใหม่หมด รวมไปถึงการตกแต่งภายใน การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยเพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของเขาและคุณแม่ แต่สิ่งแรกก่อนที่จะลงมือทำอะไรนั้น คุณหนุ่ยก็ได้ทำการฉีดปลวกก่อนเป็นอย่างแรก เพราะบ้านนี้มีปัญหาเรื่องปลวกค่อนข้างเยอะ ส่วนที่เสียหายก็เซาะออกทั้งหมด

เริ่มจากโครงสร้างภายนอกที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เน้นตกแต่งและทาสีใหม่ บริเวณหน้าบ้านเป็นโรงจอดรถ จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับระเบียงชั้นสอง ที่เป็นพื้นที่ลานกว้าง ส่วนใหญ่บ้านหลังอื่นในโครงการจะใช้เป็นลานซักผ้า ตากผ้า บางบ้านก็ปรับเป็นอีกห้อง แต่คุณหนุ่ยก็ได้ปล่อยให้เป็นลานโล่งเช่นเดิม โดยปลูกต้นไทรเกาหลี เพื่อช่วยบดบังสายตาอีกที ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นเหมือนหลังคาโรงจอดรถไปในตัว และส่วนของลานดังกล่าวก็ใช้สำหรับนั่งทำงาน นั่งเล่น นอกจากความสวยงาม ก็ยังมีประโยชน์ใช้สอยไปในตัว

ถัดจากลานจอดรถ จะพบกับสวนหินขนาดย่อม ส่วนนี้เดิมทีเป็นสวนที่ทั้งเก่าและรก คุณหนุ่ยก็ได้ให้ช่างรื้อออกทั้งหมด จากนั้นทำการโรยด้วยหินกรวดแม่น้ำ วางด้วยน้ำพุเล็กๆ และกระถางต้นสนไซซ์กลาง 2 ต้น ซึ่งเป็นพรรณไม้ที่คุณหนุ่ยชื่นชอบ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆ เข้าสู่ภายใน จะเห็นว่าตัวบ้านเดิมมีการเล่นระดับพื้นที่ นอกจากจะเพิ่มลูกเล่นแล้วยังช่วยแบ่งสัดส่วนพื้นทีใช้สอยไปในตัวด้วย


คุณหนุ่ยเล่าต่อว่า “สิ่งเดิมที่เราไม่ชอบเลยก่อนที่จะทำการรีโนเวตคือ ทาวน์โฮมสมัยก่อน การเลือกวัสดุจะค่อนข้างทึบ ทำให้บ้านดูตัน อย่างผนังทาสีฟ้า พื้นปาร์เก้ วงกบ บันได กรอบประตูหน้าต่างที่ทาสีทึมๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูอึมครึม ไม่ปลอดโปร่งน่าอยู่ ผมก็ให้ช่างทำการเปลี่ยนสีใหม่หมด โดยเน้นโทนสีขาวนวล เรียบๆ เพื่อที่จะได้ง่ายในการตกแต่ง”


สำหรับการออกแบบตกแต่ง คุณหนุ่ยมองว่า สไตล์มินิมอล น่าจะเซฟงบได้ประมาณหนึ่ง แม้ที่ผ่านมาตัวเขาจะชื่นชอบแนวโมเดิร์น จากการตกแต่งทั้งบ้านและคอนโดที่เคยอยู่มาก่อนหน้านั้นก็ตาม เขาเริ่มเล่าต่อว่า “เราไม่ได้มีความรู้เรื่องการตกแต่ง หลักๆ เวลาออกแบบ ผมจะดูคลิปแต่งบ้านทางยูทูปบ้าง เพจ Homedeedee บ้าง รวมไปถึงกลุ่มแต่งบ้านสไตล์มินิมอล แต่ก็ใช่ว่าจะได้ของที่ตรงใจเลย จะได้จาก Shopee, Lazada และ Alibaba ซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราก็เลือกซื้อมาก่อนที่บ้านจะแล้วเสร็จ ฉะนั้นถึงเวลาทำบ้านก็ต้องให้ลงล็อกพอดีกับเฟอร์นิเจอร์ที่เราจะวาง”

กลับเข้ามายังสเปซภายใน ส่วนแรกเมื่อพ้นบันไดเตี้ยๆ เข้ามาจะพบกับ Living room กับความรู้สึกแรก ที่สัมผัสได้ถึงความ โปร่งโล่ง สบายตา คุมเฉดสี Earth Tone คุณหนุ่ยเล่าเพิ่มเติมว่า “พื้นเดิมเป็นกระเบื้องหินอ่อนลายโบราณ ถูกปูทับด้วยกระเบื้องยาง SPC ลายไม้ธรรมชาติ กรอบประตูหน้าต่างที่เห็น ได้รับการซ่อมแซมใหม่ โดยนำเหล็กดัดของเดิมที่เป็นลวดลายดอกไม้โค้งไปโค้งมา ให้ช่างดัดใหม่เป็นเส้นตรงธรรมดา จากสีน้ำตาลเข้ม ถูกทาสีขาวใหม่ทั้งหมด เพื่อให้คุมโทนเข้ากับตัวบ้าน ฝ้าเพดานเดิมเป็นทีบาร์ (T-bar) ถูกเปลี่ยนเป็นฝ้าฉาบเรียบให้ดูทันสมัยขึ้น จากไฟซาลาเปา แทนที่ด้วยไฟหลุม มิกซ์ระหว่างแสง Warm white, Daylight สลับกันไป เพื่อไม่ให้บ้านดูสว่างจ้า หรือสลัว จนเกินไป”

สำหรับส่วนนี้ เจ้าของบ้านเลือกจัดวางด้วยโซฟาตัวยาว สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน เอนหลังดูทีวี ซึ่งเป็นเหมือนมุมโปรดของเขาและคุณแม่เลยก็ว่าได้ ต่อเนื่องไปยังด้านหลังจัดสรรเป็นมุมทำงาน อีกมุมประจำของคุณหนุ่ย กับการจัดวางเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่จำเป็น คุมความเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

ต่อจาก Living room เดินลงตามบันไดเตี้ยๆ ไป จะพบกับ โซนครัวฝรั่ง จัดวางด้วยชุดครัวโมเดิร์นสีขาว พร้อมไอส์แลนด์ สำหรับปรุงอาหารเบา ตรงข้ามกันนั้นเป็นมุมสำหรับนั่งรับประทานอาหาร ส่วนนี้ยังถูกเพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยตู้ปลา พร้อมบิลต์อินชั้นวางของ ที่ทั้งสวยโชว์ได้ และเพื่อจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ


ต่อเนื่องไปยังด้านหลังบ้าน ได้รับการต่อเติมเป็นครัวไทย กับพื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เดิมเป็นที่รกร้าง ถูกปล่อยว่างไม่ได้ใช้งาน คุณหนุ่ยได้ให้ช่างทุบกำแพงด้านหลังออกทั้งหมด ทำการยกพื้นขึ้นใหม่ ปูด้วยไม้พื้นเฌอร่า ติดตั้งหลังคาสร้างลูกเล่นระหว่างโปร่งใสสลับกับหลังคาทึบแสง และด้วยจุดเด่นของที่ดินโล่งกว้างยังไม่มีอาคารบ้านเรือน ทำให้มองเห็นทุ่งหญ้าสีเขียว หนองน้ำ และลมที่ค่อนข้างโฟลว์ ทำให้อากาศไหลเวียนได้ดี เจ้าของบ้านจึงตั้งใจดีไซน์ให้มีลักษณะโปร่งโล่ง โดยใช้เหล็กสานเป็นช่องสี่เหลี่ยม เพื่อให้สามารถมองทัศนียภาพภายนอกได้ และให้ลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทได้สะดวก

การตกแต่งที่ให้ฟีลคาเฟ่สุดอบอุ่น จัดสรรมุมหนึ่งเป็นครัวไทย วางด้วยเคาน์เตอร์ขนาดเล็ก พื้นที่สำหรับคุณแม่ใช้ปรุงอาหาร อีกด้านจัดวางด้วยโซฟาขนาดกะทัดรัด เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยกระถางต้นล่ำซำ ข้างกันนั้นปลูกต้นใบเตย ที่สามารถนำไปต้มประกอบอาหารได้อีกด้วย ซึ่งบางครั้งบางคราเจ้าของบ้านเองก็มักจะมานั่งชิลล์กินหมูกระทะรับลมเย็นๆ


กลับเข้ามาภายในบ้าน ขึ้นสู่ชั้น 2 ด้วยบันไดวน กับดีไซน์ที่ยังคงโครงสร้างและวัสดุเดิม ส่วนนี้คุณหนุ่ยก็ได้เล่าเพิ่มเติมว่า จากรูปแบบบันไดของเดิม ที่ลูกกรงเป็นปล้องๆ ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ให้ดูเรียบง่าย จากนั้นฉาบทาด้วยโทนสีขาว ให้กลมกลืนเข้ากับตัวบ้าน ซึ่งก็ดูโมเดิร์นมากขึ้น

ในส่วนของชั้น 2 จะพบกับ Master Bedroom ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นห้องนอนของคุณแม่ มาพร้อมระเบียงกว้างขวาง สามารถมองเห็นทุ่งโล่ง ให้ความโปร่ง ลมพัดเย็นสบาย เนื่องจากที่ดินด้านหลังไม่ติดบ้านหลังอื่น จึงค่อนข้างเป็นส่วนตัว สำหรับการตกแต่งภายใน เจ้าของได้ให้ช่างบิลต์อินชั้นวางทีวีติดผนัง ถัดไปด้านหลังนั้นจัดสรรเป็น WALK-IN CLOSET ดีไซน์แบบมินิมอล ปิดด้วยผ้าม่านสีขาวง่ายๆ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย


ขณะที่อีกด้านจัดสรรเป็นห้องนอนสำหรับแขกผู้มาเยือน เติมความพิเศษด้วยเก้าอี้นวด เพิ่มความสบายผ่อนคลายไปในตัว

ขณะที่ชั้น 3 คือพื้นที่ห้องนอนส่วนตัวของคุณหนุ่ย ที่จะมาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะหลักๆ เขาจะใช้ชีวิตอยู่คอนโดเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการออกแบบตกแต่งก็ยังคงอบอุ่นคุมโทนในแบบมินิมอล ซึ่งคุณหนุ่ยบอกกับเราว่าเลย์เอาท์ห้องนอน จะคล้ายกันทุกห้อง เพียงแต่ห้องนี้ได้จัดมุมทำงานเล็กๆ เพิ่มเติมขึ้นมา


โดยห้องข้างกันนั้น คุณหนุ่ยได้จัดสรรให้เป็นห้องออกกำลังกาย ดีไซน์ติดกระจกบานใหญ่ทั้งด้าน พร้อมโซนเล็กๆ สำหรับวางหิ้งพระ ขึ้นสู่ลานกว้างชั้น 3 ครึ่ง เดิมป็นห้องเก็บของ ก็ได้มีการดัดแปลงโดยยกหลังคาใหม่ เน้นให้เกิดความโปร่ง แสงสว่างส่องถึง ด้วยพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง ซึ่งคุณหนุ่ยตั้งใจจะทำเป็นสวนผักไฮโดรโปนิกส์ในอนาคตใกล้ๆ นี้


หากเปรียบบ้านหลังนี้ก็คงคล้ายกับจิ๊กซอว์ ที่คุณหนุ่ยค่อยๆ ประติดประต่อทีละชิ้น แม้ว่าเขาจะไม่ใช่สถาปนิก แต่จะเรียกสถาปนึกก็คงไม่ผิดแปลกไป เขายกตัวอย่างว่า “ทุกมุมในบ้านเราไม่มีแบบเลย นึกได้แบบไหน เราก็จะวางเฟอร์นิเจอร์แบบนั้น ก่อนบ้านแล้วเสร็จ เราก็จะเลือกหาเฟอร์นิเจอร์มาไว้ก่อน อย่างหนึ่งที่เราตั้งไว้ จะไม่เน้นแพง เพื่อคุมงบประมาณ ทั้งนี้ก็จะมองในเรื่องดีไซน์และฟังก์ชัน เรื่องความทนทาน ควบคู่ไปด้วย เลือกซื้อจนมากพอที่สามารถตั้งต้นได้แล้ว ว่าเราจะทำบ้านออกมาสไตล์ไหน ถึงเวลาเราแค่ต้องทำบ้านให้ล๊อกกับสิ่งของที่เราจะวาง ให้บ้านเป็นแบบที่เราต้องการมากที่สุด”


Owner : คุณหนุ่ย จักรพงศ์ บูรพานนท์