เนรมิตโลกใต้มหาสมุทร สู่พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำสุดแปลกตา บ้านหลังใหม่ของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล

0


Museum of Underwater Art พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำ


จากปัญหาวิกฤตของมหาสมุทรที่ส่งผลต่อระบบนิเวศแนวปะการัง ตลอดจนห่วงโซ่อาหารของพืชและสัตว์น้ำจนน่าเป็นห่วง ทำให้ทั่วโลกต่างตื่นตัวเป็นอย่างมาก นั่นจึงเป็นจุดประสงค์หลักให้ Museum of Underwater Art (MOUA) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำ ใน Great Barrier Reef รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เกิดความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในทะเล และเพื่อจัดการและฟื้นฟูปะการัง รักษาระบบนิเวศใต้ท้องทะเลให้สมบูรณ์ต่อไป

จึงได้รังสรรค์ประติมากรรมใต้น้ำอันน่าทึ่ง ผลงานของศิลปินผู้มีชื่อเสียงชาวอังกฤษ Jason deCaires Taylor ที่เป็นทั้งประติมากร และยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลมาเป็นเวลานาน ผลงานแต่ละชิ้นของเขาล้วนเป็นชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีชเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก สำหรับพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลก ผลงานของเทย์เลอร์นั้น ตั้งอยู่หมู่เกาะเกรนาดา ในทะเลแคริบเบียน นอกจากนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแคนคูน ประเทศเม็กซิโก, พิพิธภัณฑ์ใต้ Museo Atlantico ในหมู่เกาะคะเนรี ประเทศสเปน

ผลงานของศิลปินส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นรูปปั้นมนุษย์ที่ถอดแบบมาจากผู้คนที่มีชีวิตอยู่จริงในท้องถิ่นนั้นๆ ในหลายช่วงอายุ และในอิริบถที่แตกต่างกัน ถูกหล่อขึ้นจากคอนกรีตที่มีค่ากรด – ด่าง เป็นกลาง จึงไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และยังช่วยให้ปะการังมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอีกด้วย สำหรับพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำแห่งนี้ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตั้งอยู่ตามแนวปะการัง Great Barrier Reef ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย ห่างจากชายฝั่ง 70 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เมืองทาวส์วิลส์ (Townsville) ประเทศออสเตรเลีย

ก่อนจะดำดิ่งลงไปสำรวจความงามของโลกใต้มหาสมุทร บริเวณริมชายฝั่งเมืองทาวส์วิลล์ จะพบกับประติมากรรม Ocean Siren รูปปั้นที่จำลองเด็กหญิงชนเผ่า Wulgurukab ชาวอะบอริจิน ซึ่งเป็นชนชนเผ่าพื้นเมืองของออสเตรเลีย สูงกว่า 4 เมตร โครงสร้างโดดเด่นด้วยสเตนเลสโปร่งแสง ตามลำตัวติดตั้งไฟแอลอีดีกว่า 202 ดวง โดยรูปปั้นจะเปลี่ยนสีไปตามอุณหภูมิน้ำทะเล ที่ส่งมาจากเครื่องบันทึกแบบเรียลไทม์ในแนวปะการัง เมื่อใดที่รูปปั้นมีสีน้ำเงินนั่นสื่อได้ถึงความสงบ ไล่ไปจนถึงสีส้ม แต่หากวันไหนที่รูปปั้นเปลี่ยนเป็นสีแดง นั้นแปลว่าอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพใต้ท้องทะเลที่เราต้องระวัง !!


เมื่อดำดิ่งลึกลงไปใต้ทะเลสีคราม ผืนมหาสมุทรถูกเนรมิตให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำสุดตื่นตา ที่แตกต่างไปจากผลงานที่ผ่านมาของศิลปิน ผู้มาเยือนจะพบกับ Coral Greenhouse โครงสร้างเรือนกระจกใต้ทะเล ผลงานชิ้นเอกที่เทย์เลอร์ได้รังสรรค์ขึ้น เรียกได้ว่าเป็นโครงสร้างอาคารใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดของ MOUA ก็ว่าได้


สำหรับโครงสร้างของอาคาร ทำจากสเตนเลสส ที่มีความแข็งแรงทนทาน และยังทนต่อสนิมและการกัดกร่อนได้ดี ขณะที่ฐานพื้นมีการออกแบบอย่างสมดุล มั่นคงแข็งแรง เพื่อช่วยลดความแรงของกระแสคลื่นใต้น้ำ แน่นอนว่าที่นี่จึงเป็นเหมือนบ้านหลังใหม่ของบรรดาสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และยังพร้อมแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเล การอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการัง ให้กับผู้ที่สนใจ และนักสำรวจได้เข้ามาศึกษากันด้วย


นอกจากนี้ภายในเรือนกระจกใต้ทะเลแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเหล่าผู้พิทักษ์กว่า 20 ชิ้น ซึ่งทำจากคอนกรีตที่มีค่า pH เป็นกลาง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลเสียต่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ


นับเป็นพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมใต้น้ำ ที่แม้จะชวนขนหัวลุกไปสักนิด แต่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ กลับแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ที่กระตุ้นให้ผู้คนตะหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญในการร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการัง ที่สำคัญประติมากรรมชิ้นนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำใต้ทะเล กลายเป็นงดงามระหว่างศิลปะและธรรมชาติ ที่สร้างจังหวะลีลาได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยก สำหรับผู้ที่สนเข้าไปชมผลงานประติมากรรมอื่นๆ ของ Jason deCaires Taylor ได้ที่ www.underwatersculpture.com


ขอบคุณข้อมูล : www.moua.com.au

Photography by : Jason deCaires Taylor, Richard Woodgett