เวลา ศิลปะ และความรัก สู่ “บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ทิวา” กล่องความทรงจำแห่งกรุงเทพตะวันตก

0

ภาพความทรงจำที่ชัดเจนในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำของภาคกลาง คือนับตั้งแต่ในอดีต เรามีสายน้ำที่ไม่เคยเหือดแห้งไปจากชีวิตคนไทยในภูมิภาคนี้ คอยหล่อเลี้ยงจนเกิดความผูกพันจากชีวิตสู่ชีวิต ระหว่างธรรมชาติและผู้คน โดยตลอดรายทางของเวลาที่ผ่านไปได้เกิดวิถีชีวิตริมน้ำ ทั้งอาชีพ, วัฒนธรรมส่งผ่านมารุ่นสู่รุ่นจนปัจจุบัน ทำให้ความทรงจำบทนี้ไม่ได้เหือดแห้งไปตามกาลเวลา

โดยเฉพาะโซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกที่ยังคงมีภาพวิถีชีวิตริมน้ำในอดีตให้เราได้ไปสัมผัสวันเก่าๆ อย่างชุมชนริมน้ำท่าจีน ชุมชนที่อยู่กันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ภาพอาคารบ้านไม้ตลอดแนวเลียบแม่น้ำท่าจีนยาวกว่า 300 เมตร คือพื้นที่ชีวิตที่ชาวบ้านนำผลไม้จากสวนมาวางขายกัน หรือทำอาหารและขนมวางขายกันที่หน้าบ้านของตัวเอง เกิดภาพวิถีชีวิตที่ผ่านเวลามานานเกือบร้อยปีแล้ว

จากการซื้อขายกันเองในชุมชน ได้เปิดตัวสู่โลกกว้างจนทำให้ปัจจุบันที่นี่คือตลาดที่คึกคักอีกแห่งหนึ่งของภาคกลาง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ตลาดน้ำดอนหวาย” จุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างอยากมาลิ้มลองความอุดมสมบูรณ์ของภูมิปัญญาด้านอาหาร และวัตถุดิบของพื้นที่แห่งนี้ ผ่านอาหารทั้งคาวหวานจากร้านดั้งเดิมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ห่อหมกปลาช่อน ทอดมันปลากราย ต้มเค็มปลาตะเพียน ขนมจีนน้ำยา เป็ดพะโล้ และขนมไทยอย่างขนมตาล ทองหยิบ ทองหยอด รวมไปถึง ผัก ผลไม้สดใหม่จากสวนของชาวบ้าน รสชาติอาหารและภาพสถาปัตยกรรมทั้งหมดที่กล่าวมาคือวิถีชีวิตที่สะท้อนถึงสายธารแห่งความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงเราไว้กับธรรมชาติไม่ให้ขาดหายออกจากกัน

ความงดงามแบบวิถีไทยนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ N.C. Housing หยิบเอามาสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบโครงการล่าสุดบนทำเล กรุงเทพฯตะวันตก โดยผสมผสานเข้ากับความร่วมสมัยของ Modernism เพื่อสร้างบ้านที่เปี่ยมด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของความทรงจำในอดีตของทำเลย่านนี้ ซึ่งเป็นย่านที่ N.C. Housing คุ้ยเคยเป็นอย่างดี จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้มาอย่างต่อเนื่องทั้งทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวรวมกว่า 7 โครงการ จนเข้าใจศักยภาพของพื้นที่ สามารถเจียระไนโครงการที่ 8 ออกมาได้อย่างประณีต ภายใต้ชื่อ บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ทิวา ปิ่นเกล้า สาย 5 (Baan Fah Greenery Tiwa Pinklao Sai 5) ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.5 ล้านบาท

โดยดีไซน์ภายนอก N.C. Housing ได้สานต่อบ้านลักษณะไทยประยุกต์สมัยรัชกาลที่ 5 ของตัวเองที่ประสบความสำเร็จในอดีตอย่าง “บ้านฟ้าปิยรมย์” มาต่อยอดด้วยการดึงเอาเทรนด์การออกแบบอย่าง Art Deco เข้ามาผสมกับกลิ่นอายบ้านไทยประยุกต์เดิมอย่างลงตัว จนเกิดเป็น Thai Art Deco Style ที่ชูเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมความเรียบง่าย  ผสมผสานดีไซน์เอกลักษณ์ไทยร่วมสมัย เรียบหรูดูภูมิฐาน เน้นเส้นสาย รูปทรงเรขาคณิต ความกลมกลืนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

โดยเหตุผลที่เลือกนำ Art Deco เข้ามาเป็นหัวใจของการออกแบบ เพราะงานศิลปะแขนงนี้มีลักษณะสง่างาม เรียบหรู ด้วยที่ว่าเกิดมาในยุคปลายของ Classic และเริ่มเข้าสู่ Modernism เป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติของวงการวิทยาศาสตร์ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับเหตุผล และนิยมลดทอนรายละเอียดที่ฟุ่มเฟือยของศิลปะยุคก่อนหน้าอย่าง Art Nouveau ลง ดังนั้นสไตล์ของ Art Deco จึงเน้นเส้นสายที่อิงสัดส่วนของรูปทรงเรขาคณิตเข้ามาแทน ทำให้ดูมีความเรียบง่าย แข็งแรงแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยมากกว่าแค่ความงามที่ฟุ้งเฟ้อ

เรียกได้ว่า Art Deco คือรอยต่อจากสองช่วงเวลาระหว่างอดีตและปัจจุบันตรงกับแนวคิดของบ้านฟ้า กรีนเนอรี่ ทิวา ที่ต้องการนำวันเวลาที่สวยงามในความทรงจำกลับมาผสมผสานกับเรื่องราวสมัยใหม่ ดังนั้นเส้นสายของศิลปะดังกล่าวได้เข้ามาเป็น Concept Design ของบ้านฟ้า กรีนเนอร์รี่ ทิวา ตั้งแต่โลโก้ตลอดจนโครงฟาซาด(Facade) และราวระเบียง

โดยโลโก้ของโครงการได้รับแรงบันดาลใจมากจากดอกประจำยามที่เรามักพบได้บ่อยในสถาปัตยกรรมไทย ตามเสา ประตู หน้าต่าง ซึ่งมีความหมายถึงการคุ้มครอง ปกปักรักษา โดยลายดังกล่าววาดด้วยคาร์แร็คเตอร์แบบศิลปะ Art Deco ทำให้ดูร่วมสมัยคล้ายกับลายหน้าปัดของนาฬิกาที่ตั้งใจโยงไปถึงคำว่า “ทิวา” สะท้อนถึงกาลเวลากว่า 25 ปีของ N.C. Housing ที่พร้อมนำประสบการณ์ในวงการอสังหาริมทรัพย์กว่าสองทศวรรษ มาสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนน้อมต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของพื้นที่ ผ่านการนำความเป็นไทยกลับเข้ามาสู่การออกแบบบ้านอีกครั้ง โดยประยุกต์เข้ากับงานตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์น ทำให้บ้านฟ้า กรีนเนอร์รี่ ทิวามีความโดดเด่นกว่าบ้านโมเดิร์นแบบทั่วไป เพราะเจือไว้ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยร่วมสมัย แฝงไว้ด้วยความคลาสสิกเหนือกาลเวลา เป็นการพบกันระหว่างอดีตและอนาคตเพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสุข ทวนเข็มนาฬิกาให้เดินย้อนกลับ เพื่อรักษาความทรงจำอันมีคุณค่าในอดีต

โครงการบ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ทิวา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 25 ไร่ รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้ใหญ่รอบโครงการเพื่อคอยมอบความสดชื่น บรรเทาความเหนื่อยล้าจากการทำงานและสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบแก่การอยู่อาศัย สะท้อนชื่อโครงการที่มีคำว่า “กรีนเนอร์รี่”(Greenery) อยู่ตรงกลาง โดยภายในจะประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 3 แบบ และบ้านแฝด ที่ตั้งชื่อด้วยคำที่มีความหมายถึง “ความสุข” ได้แก่ สุโข(Sukho), มโนรมย์(Manorom), ลาวัลย์(Lawana) และดิฐา(Ditha)

โดยตั้งใจสื่อถึงความสุขของการอยู่อาศัยที่เกิดขึ้นในครอบครัวในทุกช่วงเวลา เพราะแบบบ้านทุกหลังได้ออกแบบมาบนพื้นฐานที่เข้าใจการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ของสังคมไทย อย่างเช่นการวางแปลนให้มีห้องนอนในชั้น 1 สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกในการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ รวมไปถึงห้องน้ำก็ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุเช่นกัน จากการออกแบบให้พื้นสเต็ประหว่างห้องนอนไปห้องน้ำให้มีลักษณะราบเพื่อสะดวกต่อผู้ที่ใช้ Wheel Chair

บวกกับได้ติดตั้งเก้าอี้นั่งอาบน้ำไว้ในส่วนโซนเปียกเนื่องจากผู้สูงอายุไม่สะดวกที่จะยืนเป็นเวลานานและอาจจะลื่นล้มได้ในพื้นที่เปียกแฉะ และมีราวทรงตัวไว้กับชักโครกเพื่ออำนวยความสะดวกในเวลาที่ลุกและนั่งจาก SCG Elder Care ในการรองรับการอยู่ร่วมกันของสมาชิกครอบครัวหลายช่วงวัยในอนาคต

อีกทั้งยังเสริมระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Magnetic Sensor ที่กรอบบานประตูใน และ Motion Sensor คอยจับการเคลื่อนไหว ซึ่งในจุดนี้เป็นแนวคิดที่ทางโครงการตั้งใจใส่ไว้ในบ้านทุกแบบ เพื่อสร้างความอบอุ่น ปลอดภัยเหมาะสำหรับเป็นบ้านของคนทุกช่วงวัย ทุกเจเนอร์เรชั่นได้อย่างแท้จริง ในส่วนบ้านแต่ละแบบจะมีฟังก์ชั่นอย่างไรบ้างไปดูกันเลยครับ


บ้านลาวัลย์(Lawana)


มาเริ่มกันที่บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ที่สุดของโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 242 ตร.ม.มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำและ 1 ห้องสำหรับผู้สูงอายุ มีพื้นที่จอดรถ 3-4 คัน เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายช่วงวัยอยู่ร่วมกัน

ในส่วนของชั้นหนึ่ง ด้านนอกประกอบไปด้วยลานจอดรถขนาดกว้าง 6.20 เมตร ยาว 5 เมตร เท่ากับบ้านมโนรมย์ ทำให้สามารถจอดรถได้ราว 3-4 คันและมีพื้นที่ซักล้างอยู่ด้านหลังบ้าน ส่วนด้านหน้ามีเฉลียงด้านหน้าที่กว้าง 1.40 เมตรและยาวถึง 5.80 เมตร เรียกได้ว่าสามารถจัดวางชุดเก้าอี้ Outdoor สำหรับเป็นมุมพักผ่อนได้เลย เมื่อเดินเข้ามาภายในบ้านจะพบกับห้องโถงขนาดใหญ่ ทำให้บ้านดูกว้างขวาง โอ่อ่า ใต้บันไดจะมีห้องเก็บของ 1 ห้อง ถัดไปจะเป็นห้องรับแขก 1 ห้อง, ห้องน้ำ 1 ห้อง, ห้องครัว 1 ห้องที่มาพร้อมกับมุม Pantry กับโต๊ะอาหารและห้องนอนอีก 1 ห้อง

ชั้นสองประกอบไปด้วยห้องโถง และห้องนอนที่มีมากกว่าบ้านแบบอื่นๆ รวมทั้งหมด 4 ห้องนอน ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว โดยห้องนอน Master จะมาพร้อมกับ Walk in Closet และระเบียงที่ยาวถึง 3.60 เมตร สามารถวางชุดโต๊ะเล็กสำหรับดื่มกาแฟในยามเช้า หรือปลูกต้นไม้กระถางเพื่อเพิ่มความสดชื่นได้แบบสบายๆ


บ้านมโนรมย์(Manorom)


บ้านเดี่ยวขนาดสองชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม. มี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และพื้นที่จอดรถ 2-3 คัน เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง

ในส่วนของชั้นหนึ่ง ด้านนอกประกอบไปด้วยลานจอดรถขนาดกว้าง 6.20 เมตร ยาว 5 เมตร เรียกได้ว่ากว้างกว่าบ้านสุโขเล็กน้อย ช่วยให้สามารถจอดรถเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 2-3 คันนอกจากนั้นยังมีพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน และเฉลียงสำหรับเป็นทางสัญจรอีก 2 จุด สำหรับด้านในบ้านมีห้องโถง ถัดไปเป็นห้องรับแขก 1 ห้อง, ห้องน้ำ 1 ห้อง, ห้องครัว 1 ห้องที่มาพร้อมกับมุม Pantry กับโต๊ะอาหารและห้องนอนอีก 1 ห้องและห้องเก็บของใต้บันไดอีก 1 ห้อง

ชั้นสองประกอบไปด้วยห้องโถงสำหรับจัดมุมนั่งเล่นส่วนกลางของชั้นสอง พร้อมกับห้องนอน 3 ห้องนอน ซึ่งในแต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกับบ้านสุโข แต่ด้วยความที่ขนาดกว้างกว่าทำให้ 2 จาก 3 ห้องนอนของบ้านนี้จะมี Walk in Closet ในตัว และมีระเบียงส่วนตัวสำหรับนั่งพักผ่อนพร้อมเปิดรับลมในช่วงเช้าในทั้งสองห้องเช่นกัน


บ้านสุโข(Sukho)


บ้านเดี่ยวขนาดสองชั้น พื้นที่ใช้สอย 170 ตร.ม. มีจำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีพื้นที่จอดรถ 2 คัน เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก

ในส่วนของชั้นหนึ่ง ด้านนอกประกอบไปด้วยลานจอดรถขนาดกว้าง 5.10 เมตร ยาว 4.40 เมตรสามารถจอดรถไปประมาณ 2 คันและพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน สำหรับด้านในบ้านมีห้องรับแขก 1 ห้อง, ห้องน้ำ 1 ห้อง, ห้องครัว 1 ห้อง, ห้องเก็บของ 1 ห้องและที่สำคัญมีการคำนึงถึงการใช้ชีวิตในระยะยาวด้วยการใส่ห้องนอนไว้ที่ชั้นหนึ่งอีก 1 ห้อง

สำหรับชั้นสองประกอบไปด้วยห้องนอน 3 ห้องนอน ซึ่งในแต่ละห้องมีห้องน้ำในตัว โดยห้องนอน Master จะมีขนาดกว้างขวางพร้อมพื้นที่ Walk in Closet และระเบียงส่วนตัวสำหรับนั่งพักผ่อนพร้อมเปิดรับลมในช่วงเช้า


บ้านดิฐา(Ditha)


บ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยวที่ชื่อว่าดิฐา(Ditha) โดยในแต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ใช้สอย 137 ตร.ม.มีฟังก์ชั่นคล้ายกับแบบบ้านเดี่ยว ไม่ว่าจะมีพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอน Master พร้อมห้องรับแขกแยกเป็นสัดส่วนจากห้องครัว และมีที่จอดรถรวมกันได้ 2 คัน  เหมาะสำหรับครอบครัวขยายที่ต้องการแยกบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัวแต่ก็ยังต้องการความใกล้ชิด สามารถดูแลและไปมาหาสู่กันได้สะดวก

ในส่วนชั้นหนึ่ง บ้านแต่ละหลังประกอบด้วยห้องรับแขก 1 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง มุมโต๊ะอาหารและห้องน้ำอีก 1ห้อง ด้านหลังมีมุมซักล้างที่เชื่อมติดกันระหว่างบ้านทั้งสองหลัง โดยมีพื้นที่สวนขั้นกลางระหว่างบ้านทั้งสองเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

สำหรับชั้นสอง ประกอบไปด้วยห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำอีก 2 ห้อง โดยห้องนอน Master จะมีห้องน้ำในตัวพร้อม Walk in Closet และระเบียงส่วนตัว


Smart Home Automation


ในด้านฟังก์ชั่นได้นำนวัตกรรม Smart Home Automation ของบ้านยุคใหม่เข้ามาใช้ในบ้านทุกแบบทั้ง สุโข, มโนรมย์, ลาวัลย์และดิฐา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคดิจิทัลได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน ด้วยสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น อาทิ การเปิด-ปิด สั่งงานเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและยังสามารถเชื่อมต่อเข้าดูกล้องวงจรปิดได้แบบ Real Time ได้ทุกที่ทุกเวลา จึงวางใจได้ในเรื่องความปลอดภัยแม้ในเวลาที่เราไม่อยู่บ้าน

ในด้านสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย บ้านทุกแบบมาพร้อมกับ Bay Window หน้าต่างที่สามารถเปิดรับแสงสว่างเข้ามาพื้นที่ภายในได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้สามารถรับวิวพื้นที่สีเขียวด้านนอกได้อย่างเต็มสายตาเพราะ Bay Window มีองศาการมองที่กว้างกว่าหน้าต่างทั่วไปช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งสบายพื้นที่ภายในได้ป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ในเวลากลางวันอีกด้วย


Club House & Facilities


สำหรับพื้นที่ส่วนกลางอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านด้วย Club House 2 ชั้น  ที่มี Facilities ครบครันทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ, ฟิตเนสบนชั้นสองที่สามารถชมวิวขณะออกกำลังกายได้อย่างเพลิดเพลิน และสวนสาธารณะกับสนามเด็กเล่นที่ปูพื้นยางป้องกันการบาดเจ็บของเด็กๆ จะกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งโครงการเพื่อให้ลูกบ้านทุกโซนสามารถมาใช้ได้โดยสะดวก ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง จากการเข้า-ออกด้วย Auto Access Card และระบบกล้องวงจรปิด CCTV ที่ประตูเข้าโครงการและภายในทั่วทั้งโครงการตลอด 24 ชม.


เดินทางสะดวก เชื่อมต่อกับเมือง


ในด้านการคมนาคมสามารถเชื่อมต่อกับเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็วเพราะโครงการตั้งอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 5  ซึ่งมีศักยภาพเข้าสูเมืองชั้นในได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนบรมราชชนนี และทางด่วนศรีรัช-วงแหวน, เส้นพรานนก-พุทธมณฑลสาย4 รวมถึงมีโปรเจ็กต์การลงทุนของภาครัฐทั้งการขยายทางคู่ขนานลอยฟ้า มีถนนเส้นตัดใหม่จากนครอินทร์ไปยังถนน 3004  นอกจากนั้นยังรองรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนที่กำลังจะเปิดใช้งานในปี 2563 ที่สำคัญในอนาคตจะมีโครงการสนามบินนครปฐมอีกด้วย

ย่านนี้จึงถือเป็นทำเลศักยภาพสำหรับอยู่อาศัยในอนาคตเลยทีเดียว อีกทั้งยังไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมหิดล,โรงเรียนสาธิตนานาชาติ, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ในด้านไลฟ์สไตล์ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เซ็นทรัลศาลายาและเทสโก้โลตัส และพื้นที่สีเขียวขนาด 2000 กว่าไรอย่างพุทธมณฑล ที่เราสามารถไปวิ่งออกกำลังกาย หรือปั่นจักยานได้ ที่สำคัญตัวโครงการอยู่ห่างจากตลาดน้ำดอนหวายราว 1 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าเป็นจุดตัดที่มีวิถีชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติและวัฒนธรรม และไม่ไกลจากเมือง เหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองที่ต้องการความสงบ

“บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ทิวา” คือผลงานจากเวลากว่า 25 ปีของ NC Housing ที่หากเป็นคนก็เข้าสู่วัยที่เติบโตเป็นหนุ่ม สาวเต็มตัว มีประสบการณ์ มีความทรงจำ และมองย้อนกลับไปเห็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตว่าความสุขคือเวลาของครอบครัว และยังสามารถเติมเรื่องราวความเป็นไทยในเรื่องของวิถีชีวิตครอบครัวขยายที่อยู่ร่วมกันหลายช่วงวัยตั้งแต่ลูกหลาน พ่อ แม่ คุณตา คุณยายได้อย่างงดงาม

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร.02-403-1751, 061-682-2692

Website: www.ncgroup.co.th