RISE พหล-อินทามระ “อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ!”

0
451

“Property of the week” ของเราประจำสัปดาห์นี้ จะพาไปพบกับ Condominium ระดับ Luxury กับโครงการ RISE พหล-อินทามระ จาก All Inspire Development ที่มาพร้อมสโลแกนเท่ห์ๆ “อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ” แล้วทำไมโลกถึงต้องจำ ? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับเราในวันนี้ได้เลยครับ


ARCHITECTURE  DESIGN


 

การออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร มีความน่าสนใจที่แตกต่างจากรูปทรงของอาคารที่เป็นทรงเลขาคณิตทั่วไป โดยการสร้าง Stack ไล่ละดับในแต่ละชั้นเป็นขั้นบันได ทำให้เมื่อมองจากด้านนอกจะสร้างความสะดุดุตามากยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้วัสดุสีขาวและกระจกใส

การใช้ Stack เข้ามาออกแบบพื้นที่ภายในนั้น ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับตัวอาคารมีความโดดเด่นขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากระดับที่ลดหลั่นกันของพื้นที่ นอกจากช่วยให้ตัวอาคารดูแปลกตาและมีความทันสมัย ยังสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ตัวอาคารมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอยู่ที่ 10-20% ซึ่ง Green Area จะอยู่บริเวณระเบียงของห้องพักทุกชั้น เพื่อเป็นการใช้ธรรมชาติเข้ามามีส่วนรวมสำหรับการพักอาศัย สร้างความผ่อนคลาย ให้กับผู้พักอาศัยภายในโครงการ เป็นเหมือนการเพิ่ม Ozone ให้กับพื้นที่ภายใน

การใช้ “Stack” ขั้นบันไดในการออกแบบ

ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวอาคารมีความโดดเด่น

บริเวณด้านหน้าตัวโครงการ ออกแบบให้เห็นในส่วนของ Smart Auto Parking โดยเปิดเป็นกระจกใส โชว์ให้เห็นพื้นที่ภายในทั้งหมด ถือเป็นการสร้างความแปลกใหม่ในการออกแบบได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเพิ่ม Gimmick ของ สวน Memory Garden ที่ออกแบบโดยการใช้เส้นไล่ระดับเพื่อนำสายตา เป็นการใช้ลักษณะของเส้นสร้างความขัดแย้งกับพื้นที่สีเขียว แต่สามารถทำให้มีกลมกลืนและสอดคล้องกับพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ


FACILITY DESIGN


การออกแบบ Facility เน้นไปที่ความสอดคล้องกันระหว่าง Architecture ของตัวอาคาร กับ Interior Space Design โดยการเล่นระดับของพื้นที่และวัสดุ เพื่อให้เกิดลูกเล่น เป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวโครงการ RISE พหล-อินทามระ

Lobby Indoor >> การออกแบบของส่วนนี้เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจในการใช้พื้นที่ Interior Design เน้นการใช้ Pattern ไล่ระดับบนฝ้าเพดานเปิด-ปิด เป็นช่องลมระบายอากาศ รวมถึงออกแบบเพื่อความสอดคล้องกับตัวอาคารภายนอกที่มีการออกแบบโดยการไล่ Stack เป็นขั้นบันได

อีกทั้งยังใช้ประตูกระจกบานใหญ่ เปิดโดยรอบของพื้นที่ภายใน ทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบได้ นอกเหนือจากนั้นยังเป็นการช่วยให้เกิดการถ่ายเทอากาศได้สะดวก

Lobby Outdoor >> จะเห็นได้ว่าทางโครงการให้ควาามสำคัญกับการออกแบบที่สอดคล้องกันระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายใน โดยการออกแบบให้มีสระน้ำล้อมรอบตัว Lobby เอาไว้ ช่วยลดอุณภูมิความร้อนของอากาศ เพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่ภายใน

Sky Lounge >> บริเวณพื้นที่ออกแบบให้มีความโปร่งโดยการเปิดเพดานแบบ Double Volume Space ช่วยให้พื้นที่ภายในโปร่ง อีกทั้งยังเปิดเป็นบานกระจกเป็นบานโดยรอบ สามารถรับชมบรรยากาศภายนอกได้อย่างชัดเจน

Fitness >> สำหรับคนที่รักสุขภาพ พื้นที่ออกกกำลังกายเน้นการ Take View จากด้านในโดยใช้กระจกเต็มบาน เพื่อสร้างความผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีการแบ่งการใช้งานของพื้นที่ภายใน ระหว่าง Fitness และ Sauna


FLOOR  PLAN


การแบ่งสัดส่วนการใช้งานของ Floor Plan จะเริ่มตั้งแต่ชั้นจอดรถชั้นใต้ดิน 3 ชั้น B1-B3 และแบ่งชั้นพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 9-34 ซึ่งในส่วนของชั้น 35-36 จะเป็นพื้นที่ของ Facility ทั้งหมด ชั้น 37-38 แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นห้อง Penthouses Duplex และชั้น 39 – 40 เปิดเป็นลานกว้างสำหรับรับชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบได้อย่างสวยงาม อีกทั้งเพื่อเป็นการแบ่ง Function การใช้งานที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน

-1 Bedroom : ห้องพักประเภทนี้มีอัตราส่วนมากที่สุด รวมถึงยังมีหลายลักษณะตามขนาดของช่วงชั้น เนื่องจากการออกแบบ Stack ของตัวอาคารภายนอก จึงทำให้พื้นที่ภายในห้องพักแต่ละชั้นจะมีความแตกต่างกันไป

-2 Bedroom : ห้องพัก 2 ห้องนอนจะถูกจัดให้อยู่บริเวณมุมของตัวอาคาร เพื่อให้สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบได้อย่างชัดเจน

-Parking : Automatic Parking เฉลี่ยอยู่ที่ 60%

-Lift : อัตราส่วนอยู่ที่ 192 : 1 / Service Lift 1

สามารถเข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.allinspire.co.th

 

FACILITY

Swimming Pool

Sky Lounge

Fitness

Relaxing Area

Shuttle Service

Garden

Sauna


LAY – OUT  PLAN


 รูปแบบ Lay-out plan ของโครงการ RISE พหล-อินทามระ มีหลากหลายขนาด หลากหลายประเภท เนื่องจากการออกแบบพื้นที่ภายในห้องพัก ให้สอดคล้องกับภายนอกของตัวอาคารที่มีการไล่ระดับของ Stack เป็นขั้นบันได วันนี้เราจึงมานำเสนอ Plan ของห้องพัก 6 ประเภทที่สำคัญ รวมถึงพาชมห้องตัวอย่างอีก 2 ประเภท

สามารถเข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.allinspire.co.th

TYPE BEDROOM

1 BEDROOM 24.91 SQ.M.

1 BEDROOM 31.45 SQ.M.

2 BEDROOM 37.81 SQ.M.

2 BEDROOM 42.03 SQ.M.

2 BEDROOM 45.02 SQ.M.

2 BEDROOM 52.66 SQ.M.


INTERIOR SPACE DESIGN

TYPE 1 BEDROOM 31.45 SQ.M.  /  TYPE 2 BEDROOM 37.81 SQ.M.

TYPE 1 BEDROOM 31.45 SQ.M.


การจัดวาง Lay-out Plan ภายในของห้องพัก Type 1 BEDROOM 31.45 SQ.M.  (Fully Furnished) มีการแบ่งพื้นที่สำหรับการใช้สอยได้อย่างลงตัว มีการแบ่งลักษณะทางเดิน รวมถึงการจัดวางการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

เริ่มจากทางเข้าหลักภายในห้อง จะเห็นพื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ทางด้านซ้ายเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ ส่วนทางด้านขวาเป็นชุดเครื่องครัวหรือ Pantry บริเวณตรงกลางด้านในเป็นพื้นที่ของ Living Area กั้นดูประตูบานเลื่อนกระจกกรอบอลูมิเนียมเพื่อแบ่งพื้นที่ รวมถึงเพื่อเป็นกันป้องกันกลิ่นจากการปรุงอาหาร

วัสดุปูพื้นเลือกใช้กระเบื้องเซรามิค ให้ความรู้สึกสวยงาม อีกทั้งยังมีความทนทาน เหมาะสำหรับปูบริเวณพื้นที่ห้องครัว เนื่องจากมีผิวสัมผัสที่ดี และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย

บริเวณ Pantry ทางโครงการ Built-in รวมถึงให้ชุดเครื่องครัว เช่น เตาไฟฟ้า, เครื่องดูควัน รวมถึง Sink ล้างจาน (ผลิตภัณฑ์จาก Teka)

-บริเวณพื้นที่แห้ง ประกอบด้วย : อ่างล้างหน้ามาพร้อมกับตู้เก็บของด้านล่าง, บานกระจกด้านบน และโถสุขภัณฑ์, สายฉีดชำระ

-บริเวณพื้นที่เปียก ประกอบด้วย : ส่วนอาบน้ำภายในมีอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ เช่น สายชำระร่างกายและ Rain Shower แแบบมือจับหมุน เปิด-ปิด (ผลิตภัณฑ์ American Standard)

ห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งออกจากกันตามมารตฐาน วัสดุพื้นเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้

Living Area มีขนาดค่อนข้างกว้าง ความสูงของห้องจากพื้นถึงเพดาน 2.5 เมตร พื้นที่บริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับในส่วนของ Bedroom และระเบียงด้านนอก ถือได้ว่าเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่มีขนาดค่อนข้างเหมาะสมสำหรับการนั่งดูโทรทัศน์ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับครอบครัว

วัสดุปูพื้นเลือกใช้พื้น Laminate ที่มีความแข็งแรง มีความยืดหยุ่นในตัวค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีลวดลายและผิวสัมผัสที่สวยงาม สามารถเข้าได้กับทุกพื้นที่

หันกลับมาทางฝั่งซ้ายจะพบกับ Bedroom ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับ Living Area จัดได้ว่าการแบ่ง Space ของพื้นที่ทั้ง 2 ส่วนนี้ มีความเชื่อมต่อกันได้เป็นอย่างดี

โดยใช้ประตูบานเลื่อน 3 ตอน แบ่งพื้นที่ทั้ง 2 ส่วนระหว่าง Bedroom / Living Area เอาไว้ สร้างความเป็นส่วนตัวเมื่อปิดประตู ในขณะเดียวกันเมื่อเปิดประตูจะทำให้สามารถเชื่อมต่อเป็นพื้นที่เดียวกันได้อย่างลงตัว

ภายในห้องนอนมีการแบ่งสัดส่วนการใช้งาน เช่น พื้นที่แต่งตัว และมุมทำงาน อีกทั้งสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้และยังมีพื้นที่ให้สามารถใช้งานในส่วนอื่น

-ด้านขวาติดกับเตียงนอนทางโครงการจัดพื้นที่เป็นมุมทำงาน ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่การใช้งานในส่วนอื่นได้ เช่น มุมหนังสือ หรือ พื้นที่พักผ่อนขนาดเล็ก

-ในส่วนของตู้เสื้อผ้าทางโครงการ Built-in มาพร้อมกับห้อง เป็นตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนและตู้เสื้อผ้าแบบเปิดสามารถวางสัมภาระได้ตามความเหมาะสม

พื้นที่ระเบียงถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระเบียบโดยการ ทำช่องสำหรับวาง Compressor Air ไว้ภายใน ในส่วนของราวกันตกระเบียง เป็นบานกระจกยกขอบสูง 1.2 เหมาะสำหรับการทำกิจกรรม เช่น ชมวิว, สูบบุหรี่, ตากผ้า และช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข้อดี : มีความลงตัวในเรื่องของการเชื่อมพื้นที่ในส่วนต่างๆเข้าไว้ด้วยกันเช่น Living Area เชื่อมกับ Bedroom โดยมีประตูบานสไลด์ เปิด-ปิด เพื่อแบ่งความเป็นส่วนตัว อีกทั้งบริเวณ Pantry เชื่อมต่อ Living Area มีประตูบานสไลด์มาให้ทางโครงการให้ความใส่ใจในเรื่องของกลิ่นและเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างการประกอบอาหาร

ข้อแนะนำ : ราวกั้นบริเวณระเบียงที่เป็นบานกระจกทั้งแผ่น อาจมีความแข็งแรงน้อยกว่ระเบียงที่มีกรอบยึดติดกับอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากระบบโครงสร้างของการติดตั้ง


TYPE 2 BEDROOM 37.81 SQ.M


 

TYPE 2 BEDROOM 37.81 SQ.M (Fully Furnished) มีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า มี 2 ห้องนอนให้เลือกปรับพื้นที่เป็นห้องอเนกประสงค์ รวมถึงพื้นที่บริเวณ Living Area มีขนาดกว้าง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะพบกับทางเดินมีระยะอยู่ที่ 1 เมตร โดยประมาณ ทางฝั่งซ้ายเป็นชุด Pantry และตู้เก็บของ ด้านขวาเป็นพื้นที่ของ Living Area มีประตูบานเลื่อนแบ่งพื้นที่เอาไว้ รวมถึงยังช่วยในเรื่องของกลิ่นระหว่างการประกอบอาหาร ส่วนตรงการเป็นห้องน้ำ

วัสดุปูพื้นบริเวณ Pantry เลือกใช้กระเบื้องเซรามิค ที่มีความแข็งแรง เงางาม และสามารถทำความสะอาดจากคราบสกปรกได้ง่าย

Living Area ภายใน Type 2 BEDROOM 37.81 SQ.M มีขนาดกว้างกว่าห้อง Type 1 BEDROOM 31.45 SQ.M. เกือบเท่าตัว รวมถึงการออกแบบโดยใช้กระจกเต็มบานบริเวณผนัง ช่วยให้พื้นที่ภายในโปร่งอีกทั้งยังสามารถรับชมบรรยากาศภายนอกได้

ด้วยขนาดพื้นที่ภายใน Living Area ที่มีความกว้างจึงทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างหลากหลาย รวมถึงสามมราถเพิ่ม Function การใช้งานอย่าง พื้นที่รับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง หรือ 4 ที่นั่งได้ แล้วแต่การใช้งาน

วัสดุปูพื้นที่เลือกใช้ภายในเป็นพื้น Laminate เพราะสามารถรองรับแรกกระแทกได้ดี มีความหยืดหยุ่นสูง และมีผิวสัมผัสที่สวยงาม

พื้นที่เชื่อมต่อจาก Living Area เป็นในส่วนของ Bedroom ทางฝั่งซ้ายทางโครงการจัดวางเป็นห้องอเนกประสงค์ ส่วนฝั่งขวาเป็นพื้นที่ของห้องนอน

พื้นที่ภายในห้องนี้ค่อนข้างแคบ สามารถวางเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตได้ ถ้ามากกว่านั้นจะไม่เหลือพื้นที่ทางเดิน รวมถึงการใช้งานในส่วนอื่นๆ อาจใช้ห้องนี้แบ่งสัดส่วนเป็นห้องทำงาน มุมหนังสือ หรือปรับเปลี่ยน Function การใช้งานในรูปแบบอื่นๆ (วัสดุปูพื้นภายในห้องเลือกใช้  Laminate )

ถัดเข้ามาในส่วนของห้องนอน พื้นที่ภายในค่อนข้างแคบ แต่ด้วยการออกแบบโดยใช้บานกระจกแบบเข้ามุมเต็มบาน ช่วยลดความอึดอัดภายในห้องได้เป็นอย่างดี นอกจากช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง ยังสามารถ Take View ภายนอกได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ห้องจะมีขนาดเล็ก แต่การเลือกวางเตียงขนาด 5 ฟุต ถือว่ากำลังพอเหมาะ ไม่อึดอัดและมีระยะทางเดินได้อย่างเหมาะสม

ทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ ในส่วนของวัสดุปูพื้นภายในห้องเลือกใช้  Laminate เหมือนกับห้องอเนกประสงค์และ Living Area

ห้องน้ำขนาดมาตรฐานแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกัน บริเวณหน้าต่างหลังเป็นพื้นที่วาง Compressor Air  ในส่วนของวัสดุปูพื้นเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตโต้

พื้นที่ส่วนเปียก : ประกอบด้วยอ่างล่างหน้าที่มีตู้เก็บสิ่งของด้านล่าง ด้านบนเป็นบานกระจก และโถสุขภัณฑ์, สายฉีดชำระ

พื้นที่ส่วนแห้ง : ประกอบด้วยสายชำระร่างกายและ Rain Shower มือจับแบบหมุน เปิด-ปิด

(ผลิตภัณฑ์ American Standard)

ระเบียงด้านนอกมีพื้นที่ค่อนข้างแคบ ราวกันตกเป็นกระจกยกขอบเต็มบาน อาจมีความแข็งแรงน้อยกว่าราวที่มีขอบยึดติดกับผนังกำแพง

ข้อดี : พื้นที่ภายในห้องถูกแบ่งสัดส่วนการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ได้อย่างลงตัว Function การใช้งานภายในเชื่อโยงถึงกันได้หมด อีกทั้งบริเวณ Living Area มีขนาดกว้าง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย

ข้อแนะนำ : การเลือกวางเตียงให้เหมาะกับพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ขนาดของห้องกับเตียงนอนต้องมีความสอดคล้องกัน ต้องไม่ใหญ่หรือไม่เล็กไป อีกทั้งเตียงนอนต้องช่วยรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม รวมถึงเมื่อวางไปแล้วต้องมีระยะทางเดินได้สะดวก


DETAIL & MATERIAL 


 

โครงการ Rise พหล-อินทามระ เลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานในการใช้งานอย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัย โดยเลือกวัสดุที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงเพื่อความสอดคล้องในการออกแบบ

Laminate Flooring : พื้นมีความสวยงาม และมีหลากหลายเฉดสีสำหรับการใช้งาน มีความแข็งแรงและยืดหนุ่นในตัวสูง จะถูกใช้ในพื้นที่ Living Area, Bedroom

Granito Flooring :  กระเบื้องชนิดนี้มีความแข็งแรงสูง สามารถทนต่ออุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ถูกใช้บริเวณ ห้องน้ำและระเบีง

Ceramic Flooring :  พื้นเซรามิคมีความเงางาม ให้ความรู้สึกหรูหรา อีกทั้งยังมีความแข็งแรง และทำความสะอาดง่าย ใช้บริเวณทางเข้าห้องพัก หรือในส่วนของ Pantry Area

Door & Window : ประตูบานเลื่อนและหน้าต่างกรอบอลูมิเนียมบานกระจกใส ห้อง 1 BEDROOM 31.45 SQ.M. จะได้บานกระจกบานเลื่อน ส่วนห้อง 2 BEDROOM 37.81 SQ.M. เป็นหน้าต่าบานกระทุ้ง และหน้าต่างกระจกเข้ามุมเต็มบาน

Electric Stove & Cooker Hood / Sink : เตาไฟฟ้าแบบ Induction 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน แบบ Exhausted ส่วนของ Sink ล้างจานเป็นแบบหลุม (ผลิตภัณฑ์จาก Teka)

 Flush Toilet & Spray / Washbasin : บริเวณพื้นที่ส่วนแห้งประกอบด้วยโถสุขภัณฑ์ สายฉีดชำระ และอ่างล้างหน้าที่มีตู้สำหรับเก็บสัมภาระ ขนาดมารตฐาน

Stainless Shower : พื้นที่ส่วนเปียกประกอบด้วยสายอาบน้ำแบบมาตรฐาน และ Rain Shower เป็นแบบมือจับหมุน เปิด-ปิด ภายในยังมีช่องสำหรับวางสบู ยาสระผม หรืออุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ

(ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจาก American Standard) 

Balcony : ระเบียงมีพื้นที่ไม่มาก แต่พอสำหรับการทำกิจกรรม เช่น ออกมารับลมชมบรรยากาศภายนอก หรือสูบบุรี่ ด้านบนติดไฟ LED แบบฝาครอบให้แสงสว่างตอนกลางคืน

Technology : เทคโนโลยีพื้นฐานภายในโครงการมีให้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Home Automation หรือระบบจอดรถแบบ Automatic Parking อีกทั้งยังเพิ่มระบบ Smart Mirror บริเวณกระจกภายในห้องน้ำมาให้ แต่ระบบนี้จะมีเพียงในสัดส่วนของห้องพักชาวต่างชาติเท่านั้น


LOCATION


 

พิกัดโครงการ : 13.790306, 100.553336

RISE พหล-อินทามระ ตั้งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย เชื่อมกับถนนสายหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดี ซึ่งถนนทั้ง 2 สายนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสายหลักและสายรองเส้นอื่นๆได้อย่างหลากหลาย และยังถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น การพักอาศัย การลงทุน หรือระบบคมนาคม

-ข้อดี : ตั้งอยู่ใจกลางย่านศรษฐกิจสำคัญอีกย่านหนึ่งในกรุงเทพ มีการเชื่อมต่อการคมนาคมแบบครบวงจร อีกทั้งยังเป็นแหล่งของ Community Lifestyle ที่หลากหลาย รวมถึงอาคารสำนักงานมากมาย ทำให้สะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางและการใช้ชีวิต

-ข้อเสีย : เนื่องจากโครงการตั้งอยู่บนถนนที่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นอื่นๆได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้การจราจรค่อนข้างหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด้วน

จุดสังเกตหลักของโครงการคือ สถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย ตัวโครงการห่างจากสถานีประมาณ 900 ม. ถือว่าไม่ไกลมาก สามารถเดิน หรือโดยสาร Shuttle Bus ของทางโครงการเข้ามายังที่ตั้งอาคารได้สะดวก

ระหว่างมายังตัวโครงการจะเห็นได้ว่า ตลอดแนวเต็มไปด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก รวมถึงมีวินมอเตอร์ไซต์วิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา

จุดสังเกตหลักของโครงการคือ ธนาคารกสิกรไทยซึ่งจะตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

SURROUNDING AREA

โรงพยาบาลเปาโล 1.7 กม.

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 2.5 กม.

โรงเรียนนานาชาติเซนต์จอห์น 3.5 กม.

อนุสาวรียชัยสมรภูมิ 3.8 กม.

เซ็นทรัลลาดพร้าว 3.9 กม.

สวนจตุจักร 4.7 กม.

TRANSPORTATION

BTS สะพานควาย 950 ม.

กรมการขนส่งทางบก 1.7 กม.

BTS จตุจักร 4.2 กม.


PROJECT SUMMARY


 

PROJECT RISE PHAHON-INTHAMARA

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

LOCATION

ซอยอินทามระ 4 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เขตพญาไท

CONDOMINIUM HIGH RISE

40  ชั้น 1 อาคาร 384 ยูนิต / ที่ดิน 1-2-78.2 ไร่

CLASS

Luxury

PARKING

 Smart Auto Parking 60%

PRICE

ราคาห้องเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท / ราคาเฉลี่ย 120,000 บาท/ตร.ม

MAINTENANCE FEE 

สวนกลาง 65 บาท/ตร.ม. / กองทุน 800 บาท/ตร.ม.

SCHEDULE PROJECT

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โครงการ

EIA

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โครงการ

LICENSE

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โครงการ

CONTACT

www.allinspire.co.th

Tel : +662-029-9999


PROJECT RATING


Architecture Design

การออกแบบตัวสถาปัตยกรรมภายนอก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่น และแตกต่างจากอาคารโดยรอบ เนื่องจากการออกแบบโดยไล่ Stack ลำดับชั้น เพื่อให้เกิด Layer ของตัวอาคาร นอกจากช่วยให้ตัวอาคารสวยงามแล้ว ยังเพิ่มลูกเล่นให้กับพื้นที่ภายในอีกด้วย

Interior And Function

การจัด Space ภายในมีการเชื่อมโยงของพื้นที่อย่างลงตัว สามารถใช้งานจากพื้นที่หนึ่งสู่อีกพื้นที่หนึ่งได้อย่างเหมาะสม ภายในห้องพักมีความโปร่ง ไม่อึดอัด รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน ช่วยให้การพักอาศัยมีความสะดวกสบายมากขึ้น

Facility Usable

พื้นที่ส่วนกลางมีให้อย่างครบครัน เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ในส่วนของการออกแบบทางโครงการมีความตั้งใจที่จะออกแบบ Facility ให้สอดคล้องกับ Lifestyle การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน

Location & Circulation

โครงการตั้งอยู่บนถนนศักยภาพที่มีความสำคัญในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม พื้นที่สำคัญ รวมถึง Community ต่างๆ อยู่โดยรอบบริเวณ ทำให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ในทุกส่วน แต่ข้อเสียหลักคือ การจราจรในบางช่วงค่อนข้างหนาแน่น อาจต้องเพื่อเวลาในการเดินทาง

Living Convenience

นอกจากภายในโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายแล้ว โดยรอบโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ร้านอาหาร Community Lifestyle ต่างๆ รวมถึงการสัญจรที่มีระบบขนส่งรองรับอย่างหลากหลาย ทำให้้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างลง

Lifestyle Trend

ด้วยการออกแบบทั้งภายในและภายนอกให้มีความทันสมัย ตอยโจทย์ Lifestyle คนยุคใหม่ ถือเป็นโครงการที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดในย่านนั้นก็ว่าได้

Investment for the Future

สามารถซื้อห้องพักภายในโครงการในราคาถูก ซึ่งจะต่างจากโครงการที่ติดกับรถไฟฟ้า แต่เมื่อปล่อยเช่า-ขาย มูลค่าที่ได้กลับมามีมูลค่าเทียบเท่ากันหรือมากกว่า เรียกได้ว่า “ลงทุนต่ำ ได้ผลกำไรสูง” รวมถึงทำเลที่มีศักยภาพ การสัญจรสะดวก ไม่ได้ต่างกับถนนหลักที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า

Technology System

ทางโครงกาได้นำระบบ Home Automation รวมถึงระบบ Auto Parking เข้ามาใช้ อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Smart Mirror เข้ามาใส่ไว้ในโครงการ ในส่วนของระบบนี้จะมีเฉพาะห้องพักที่เป็นสัดส่วนของชาวต่างชาติเท่านั้น

Security System

ระบบปลอดภัยตามมาตรฐาน การติด CCTV ทุกชั้น ทุกพื้นที่ภายใน รวมถึงมีระบบ security รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. อีกทังยังมีระบบ Digital door lock ติดให้ทุกห้องพักภายในโครงการ

Price Appropriateness

ถ้ามองในเรื่องของราคากับทำเลที่ตั้งถือว่ามีความคุ้มค่า หากเทียบกับโครงการที่ติดสถานีรถไปที่มีมูลค่าสูง ซึ่งที่ตั้งของ RISE พหล-อินทามระ อยู่ในซอยห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียง 900 ม. เท่านั้น แต่กลับมีราคาที่ต่างจากโครงการที่ติดรถไฟฟ้าเกือบล้านบาท เมื่อเทียบกันแล้วมีความคุ้มค่าสูง


หมายเหตุ : เกณฑ์การให้ Rating หรือการประเมินจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของทรัพย์สินและวัตถุประสงค์ของการประเมิน และได้ยึดแนวปฏิบัติทางสากล ซึ่งการวิเคราะห์จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อมูลค่าในการเปรียบเทียบของทั้งทรัพย์สินที่ประเมินกับข้อมูลตลาดที่ต้องการเปรียบเทียบ เช่น ทำเลที่ตั้ง, ผังเมือง, ขนาดแปลงที่ดิน, ขนาดเนื้อที่ใช้สอยอาคาร, คุณภาพอาคาร เป็นต้น จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์เพื่อหามูล โดยอาศัยเทคนิคต่างๆ เช่น Sale Adjustment-Grid Method และ Weighted Quality Score และมีการพิจารณาเลือกใช้วิธีที่ให้เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการมูลค่าทางการตลาด ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน


WHAT YOU KNOW HOW

“อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ” กับสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ

RISE พหล-อินทามระ


 

#อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ

คือการตอบโจทย์ Lifestyle ของคนยุคใหม่ ที่มีความโดดเด่นที่สุดในย่านนี้ เนื่องจากการออกแบบตัวอาคารที่มีเอกลักษณ์ และเติมเต็มความสุขด้วย Facility ภายในที่ให้มาอย่างครบครัน รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของ Community Lifestyle โดยรอบที่สามารถตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์  และนี่จึงเป็นที่มาของคำว่า #อยู่แบบธรรมดาโลกไม่จำ


END CREDIT

“ทำไมต้อง RISE พหล-อินทามระ” 


 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here