สร้าง ‘Facade’ เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวอาคาร ด้วยวัสดุทดแทนธรรมชาติ ป้องกันฝนได้มากกว่า 90%

0
28147

Product of the week x Product Eco ของเราวันนี้ จะพาเพื่อนนักอ่านทุกคนมาทำความรู้จักกับ ‘Facade Design’ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้อาคารสวยงามแล้ว ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ เช่น สามารถป้องกันแดด-ฝน, ลดความเสี่ยงจากแรงปะทะของลมพายุ รวมไปถึงช่วยปรับเปลี่ยนมิติให้กับบริบทและสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ ซึ่งวัสดุสำหรับใช้ในการสร้างฟาซาดมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ทั้งวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถใช้ทดแทนธรรมชาติได้ทุกประการ


Facade Design


 

‘ฟาซาด (Facade)’ คือการสร้างเปลือกด้วยวัสดุชนิดต่างๆ ไว้ทางด้านหน้าของตัวอาคาร โดยคำว่า ฟาซาด’ ทับซับมาจากภาษาฝรั่งเศษอย่าง ฟะซาด’ ที่แปลความหมายตรงตัวว่า ด้านหน้าหรือส่วนหน้า 

สำหรับการสร้างฟาซาดในงานสถาปัตยกรรม ส่วนมากนิยมใช้กับอาคารขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เพราะจะช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับผู้พบเห็น ในทางกลับกันยังช่วยในเรื่องของเทคนิคเชิงวิศวกรรมศาสตร์ ในเรื่องของความสมดุลในเชิงโครงสร้าง รวมไปถึงการป้องกันตัวอาคารจากสภาพอากาศภายนอก

และวันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee ได้รวบรวมวัสดุทดแทนธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ต่อยอดในงานสถาปัตยกรรมของการออกแบบ Facade Design จะมีวัสดุชนิดใดน่าสนใจ ตามเข้ามาชมพร้อมกันได้เลยครับ


ฟาซาดไม้สังเคราะห์


 

‘ฟาซาดไม้สังเคราะห์’ นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของ ความสวยงาม, คุณสมบัติ, นวัตกรรมในการผลิต และที่สำคัญมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับวัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้จริง

คุณสมบัติของฟาซาดไม้สังเคราะห์ สามารถสร้างได้หลายรูปแบบทั้งในลักษณะแบบปิดทึบ (Solid) ที่ช่วยป้องกันจากสภาพอากาศได้มากกว่า 90% หรือจะออกแบบในลักษณะแบบเปิด (Void) ที่มีการดีไซน์ตัวฟาซาดในรูปแบบ Pattern ระแนงไม้ ช่วยให้เกิดมิติความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้พบเห็น และที่สำคัญยังทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังให้กับตัวอาคารได้ดี

การออกแบบฟาซาดมีอยู่ด้วยกันหลายเทคนิค ซึ่งเทคนิคที่เหมาะสมกับฟาซาดไม้สังเคราะห์ที่สุด คงเป็นการดีไซน์แบบ ‘Mix & Match Facade’ เพราะสามารถเลือกวางรูปแบบของไม้ได้ทั้งในลักษณะเปิด-ปิด รวมถึงยังเลือกออกแบบ Pattern ของระแนงไม้ได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอน


ฟาซาดอิฐบล็อก


 

‘ฟาซาดอิฐบล็อก’ การออกแบบฟาซาดในลักษณะนี้ มีให้เห็นตั้งแต่อดีตในยุคก่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ประมาณ 1970 เป็นการสร้างฟาซาดที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝั่งยุโรปกลาง เพื่อสร้างตัวฟาซาดให้กลมกลืนไปกับบริบทและป้องกันตัวอาคารจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

ในปัจจุบันฟาซาดอิฐบล็อกกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง และถูกปรับเปลี่ยนการออกแบบจากที่จะเห็นได้เฉพาะอาคารพาณิชย์ เริ่มมีการดีไซน์ฟาซาดอิฐบล็อกในตัวอาคารที่พักอาศัยมากขั้น เพราะโดยทั่วไปอาคารจะใช้โครงสร้างของคอนกรีตในการทำผนัง ดังนั้นการสร้างฟาซาดอิฐบล็อกขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยป้องกันจากแสงแดดและลมฝนได้มากกว่าฟาซาดชนิดอื่นๆ

‘Building Form & Facade’ เป็นเทคนิคการสร้างฟาซาดที่เหมาะกับการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักหนักอย่างอิฐบล็อก ซึ่งรูปแบบของเทคนิคการสร้างฟาซาดในลักษณะนี้ จะเน้นความกลมกลืนและสอดคล้องไปกับบริบทโดยรอบ และนอกจากนั้นยังช่วยให้ตัวอาคารระบายอาการได้ดี


ฟาซาดเหล็ก-อลูมิเนียม


 

‘ฟาซาดเหล็ก-อลูมิเนียม’ เป็นฟาซาดอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทย รวมถึงต่างประเทศ ส่วนมากจะนิยมสร้างฟาซาดกับสถาปัตยกรรมของอาคารพาณิชย์เช่น สำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า เป็นหลัก เพราะเนื่องจากตัววัสดุมีน้ำหนักมาก รวมถึงดูแลรักษาค่อนข้างยาก จึงไม่ค่อยใช้เป็นฟาซาดกับบ้านพักอาศัย

ตัวฟาซาดเหล็กและอลูมิเนียม สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลายรูปแบบ ทั้งบิดโค้งให้งอ หรือ ใช้เป็นระแนง ให้เข้ากับงานดีไซน์ได้ทุกประเภท อีกทั้งยังทำสีและฉลุลายได้ดั่งใจเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่การใช้งาน และที่สำคัญยังทำหน้าที่ในการเป็นตัวป้องกันจากแรงลมและฝนได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อเสียคือเมื่อกระทบกับแสงแดดจะทำให้วัสดุอมความร้อน และเสี่ยงต่อการเกิดคราบสนิม

วัสดุเหล็กและอลูมิเนียม เหมาะกับการดีไซน์ฟาซาดในลักษณะ ‘Perforated Metal Facade’ เป็นการออกแบบที่เน้นเรื่องของดีไซน์ตัวฟาซาดให้มีรูปทรงสวยงามแปลกตา ไร้ข้อจำกัดของรูปทรง และที่สำคัญยังต้องมีการคัดเลือกวัสดุที่เหมาะสม น้ำหนักเบาสามารถยึดติดกับโครงสร้างอาคารได้อย่างแน่นหนา


ฟาซาดกระจก


 

‘ฟาซาดกระจก’ เป็นรูปแบบของฟาซาดที่จะพบเจอได้น้อยมาก เพราะจะนิยมใช้กับอาคารขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า, พิพิธภัณฑ์, สนามบิน เพราะด้วยตัววัสดุของกระจกมีความละเอียดอ่อน ทั้งในเรื่องของโครงสร้างและวิธีการติดตั้ง หากทำผิดขั้นตอนอาจทำให้เกิดความเสียหายตามมาได้

ด้วยลักษณะของกระจกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมพื้นผ้า จึงทำให้การสร้างฟาซาดบริเวณผิวหน้าอาคารจึงทำได้ในรูปแบบของ Pattern Design คือการวางแผ่นกระจกซ้อนกันไปมา สำหรับการสร้างฟาซาดกระจกในลักษณะโค้ง ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องเลือกกระจกชนิดพิเศษที่สามารถดัดโค้งได้อย่างอิสระ และต้องคำนึงถึงเทคนิคการติดตั้งระหว่างโครงสร้างกับวัสดุ

สำหรับฟาซาดกระจก เหมาะกับเทคนิคการติดตั้งแบบ ‘Building Form & Facade’ คือการสร้างผนังฟาซาดขึ้นอีกชั้น โดยยึดติดเข้ากับโครงสร้างของตัวอาคารในลักษณะ Pattern หรือแบบบล็อค เพื่อให้เกิดช่องว่างให้ตัวอาคารได้ระบายอากาศได้สะดวก


 

หลักการก่อสร้างอาคารของบ้านเรารวมถึงต่างประเทศ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือใช้โครงสร้างระบบกริด (Grid) ให้มีรูปทรงเหมือนกัน ทำให้สามารถเลือกออกแบบโครงสร้างของ Facade ได้หลากหลาย รวมถึงการเลือกใช้วัสดุเพื่อให้เกิดความสวยงามและสอดคล้องกับบริบท

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิต และข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Credit:Data  >  amoma, archdaily, archello, baunetz, delightfull, desiretoinspire, detail.de, dezeen, hassellstudio, naiban