“บ้านหรือคอนโด” กับ 5 เหตุผลในการเลือกที่พักอาศัยในปี 2019

0
557

Property of the week x Property Guide ถ้าพูดถึงเรื่องของที่พักอาศัยมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ แต่โดยหลักแล้วจะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ‘บ้าน’ ที่มีพื้นที่ และ ‘คอนโดมิเนียม’ ที่มีพื้นที่จำกัด ซึ่งที่พักอาศัยทั้ง 2 ประเภทนั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มที่แตกต่างกัน วันนี้พวกเราทีมงาน Homedeedee เลยอยากจะพาทุกคนมาดูทิศทางการเลือกพักอาศัยในปี 2019 กันครับ…


เลือกซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ?


[ บ้าน ]

เป็นที่พักอาศัยที่สามารถตอบสนองการอยู่อาศัยคของครอบครัวที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 2 คนขึ้นไป พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอย พื้นที่ส่วนตัว และนแน่นอนว่าปัจจุบันประเทศไทยของเรากำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ทำให้หลายครอบครัวมองหาที่ลงหลักปักฐานเพื่อให้กับพ่อ-แม่ รวมถึงครอบครัวของตนเอง

และที่สำคัญบ้านยังจำแนกได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว, บ้านทาวน์โฮม, บ้านทาวน์เฮาส์ เป็นต้น ซึ่งบ้านพักแต่ละประเภทสามารถจัดสรรพื้นที่การใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ตามรูปแบบวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัว

[ คอนโดฯ ]

ที่พักอาศัยประเภทนี้เหมาะกับกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตคนเดียว แต่ก็ยังมีกลุ่มรองเช่นคู่สามี-ภรรยา หรือครอบครัวเดี่ยวที่มีลูกไม่เกิน 2 คน เพราะด้วยพื้นที่ภายในคอนโดฯมีจำกัด กลุ่มลูกค้าที่เลือกคอนโดฯส่วนใหญ่จึงมองในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกสบาย ติดสถานีรถไฟฟ้า และรองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

และอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คอนโดฯเป็นที่นิยมในกลุ่มช่วงวัยตั้งแต่ 20 ไปจนถึง 40 เพราะสามารถตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมือง ซึ่งกลุ่มคนในช่วงวัยนี้เป็นกลุ่มของคนวัยทำงาน และเริ่มต้นสร้างชีวิต นอกจากนั้นคอนโดฯยังเป็นที่นิยมในการซื้อมาขายไปเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นตัวเงิน และมีแนวโน้มจะขายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย


5 เหตุผลในการซื้อ “บ้าน”


1.อิสระในการใช้ชีวิต

ปัจจัยหลักที่ทำให้ครอบครัวส่วนใหญ่เลือกซื้อโครงการบ้านเดี่ยว หรือปลูกบ้านภายในเนื้อที่ของตนเองนั้น คนงหนีไม่พ้นในเรื่องของความอิสระในการใช้ชีวิต เพราะบ้านเดี่ยวมีเนื้อที่ที่มากกว่าที่พักอาศัยประเภทอื่นกว่า 2 เท่าตัว และนอกจากนั้นยังลดความกังวลในเรื่องของเสียง กลิ่น รวมไปถึงการต่อเติม Renovate บ้าน


 

2.มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า

แน่นอนว่าพื้นที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ทุกคนภายในครอบครัวได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งโครงการบ้านเดี่ยวหรือการปลูกบ้านนั้นสามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นยังจัดสรรปันส่วนพื้นที่เพื่อประโยชน์ใช้สอยได้มากขึ้น เช่นการแบ่งพื้นที่ของผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กได้สะดวก อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย


 

3.มีลานจอดรถส่วนตัว

ปัญหาสำหรับการเลือกที่พักอาศัยหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของที่จอดรถ แต่ปัญหานั้นจะหมดไปเพราะบ้านพักส่วนใหญ่จะมีเนื้อที่ให้จอดรถอย่างน้อย 1-2 คัน และสามารถจอดซ้อนคันรวมได้มากกว่า 3 คัน และที่สำคัญคือไม่ต้องเสียค่าที่จอดรถที่รวมอยู่ในค่าส่วนกลางเพิ่ม


 

4.มีสวนหรือสเปชด้านนอก

พื้นที่โดยรอบของบ้านเป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันเพราะยิ่งมีพื้นที่รอบบ้านหรือสวนหย่อมภายในบริเวณบ้านมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถเพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้มากขึ้นเท่านั้น  อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้เช่น จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบ outdoor หรือปลูกสวนหย่อมเล็กๆ เพื่อเสริมสร้างกิจกรรมภายในครอบครัว


 

5.ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม

ค่าธรรมเนียมที่ว่ามานี้เป็นคนละส่วนกับค่าสวนกลางของโครงการบ้านพักอาศัยต่างๆ ที่รวมอยู่ในค่างวดก่อนซื้อบ้าน แต่ค่าธรรมเนียมส่วนนี้หมายถึงค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมบำรุงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากข้อกำหนดของโครงการ ซึ่งส่วนนี้สำหรับคนที่เลือกที่พักอาศัยประเภทบ้านจะหมดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้


5 เหตุผลในการซื้อ “คอนโดฯ”


1.ประหยัดค่าใช้จ่าย

เพราะห้องพักภายในคอนโดฯส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการขาย 2 ประเภท คือ Fully Furnished เป็นประเภทที่โครงการแต่งห้องแถมเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ และอีกประเภทอย่าง Fully Fitted ที่จะได้เป็นห้องเปล่าแต่จะมีการ Built-in Furniture บางส่วน รวมถึงการปิดผิวผนังมาให้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องแต่ห้องเพิ่ม


 

2.ขายต่อง่าย-ได้ราคาดีกว่า

เป็นที่รู้กันดีว่าการซื้อขายคอนโดฯในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตสูง และยังคงขายได้สบายๆในทำเลยอดฮิต เพราะอัตราการแลกเปลี่ยนขายเพื่อเช่าหรือขายเพื่อนำไปขายต่อ อยู่ในระดับเท่ากัน และยิ่งมีกำลังซื้อจากนักลงทุนชาวจีนด้วยแล้วทำให้ Demand ของการขายคอนโดฯพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว


 

3.ดูแลรักษาง่ายเพราะพื้นที่น้อยลง

สามารถดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายเพราะมีพื้นที่น้อยลง และไม่ต้องเสียเงินจ้างคนทำความสะอาดให้ยุ่งยาก ในส่วนของระบบต่างๆมีทีม service ของทางโครงการเตรียมพร้อมดูแลตลอด 24 ชม.


 

4.มีเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด

หมดกังวลเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่ทางเข้าโครงการที่มีทีมรักษาความปลอดภัยคอยทำงานตลอด 24 ชม. พร้อมกับกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทุกจุดภายในโครงการ พร้อมกับมีทีม Service คอยดูแลระบบปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับห้องพัก เพียงแค่กด Application หรือต่อสายตรงเข้าไปยังนิติส่วนกลาง


 

5.เสียค่าบำรุงรักษาน้อย

ค่าบำรุงหรือค่าส่วนกลางที่ต้องเสียให้กับตัวโครงการทุกเดือน มาตรฐานตกเดือนละ 40-200 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่สวนกลางและการจัดการของแต่ละโครงการ เมื่อเทียบกับค่าส่วนกลางที่เสียไป แลกมากับความสะดวกและประโยชน์ใช้สอยครบครัน จัดว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม


 

การเลือกที่พักอาศัยควรคำนึงถึงวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัวเป็นหลัก ถ้าครอบครัวใหญ่และมีเงินสะสมอยู่ในระดับคงที่แล้ว ‘บ้าน’ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ส่วนคนทำงานที่กำลังอยู่ในช่วงสร้างตัว ประเภทที่พักอาศัยที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘คอนโดฯ’

สามารถติดตามข่าวสารการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ-ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้ชีวิตและข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ Homedeedee.comHomedeedee/Facebook

Thank you for > ANANDA DEVELOPMENT